bitkub-banner

ตัวเลข PPI เดือนสิงหาคมพุ่งตามคาด หนุนโอกาส FED ขึ้นดอกเบี้ยสัปดาห์หน้า

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ดัชนีราคาผู้ผลิตของสหรัฐอเมริกาประจำเดือนสิงหาคมปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.4% ซึ่งสอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์โดยได้รับแรงหนุนหลักจากต้นทุนสินค้า ค่าตั๋วเครื่องบิน และค่าบริการทางการแพทย์ที่ปรับตัวสูงขึ้น
  • ราคาพลังงานดีดตัวขึ้น 4.2% ในรอบเดือนหลังจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านปะทุขึ้นอีกครั้งจนดันราคาน้ำมันดิบเบรนท์ให้ทะลุ 105 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลประกอบกับยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานที่ลดลงเหลือ 206,000 รายซึ่งสะท้อนภาพรวมตลาดแรงงานที่ยังคงแข็งแกร่ง
  • ข้อมูลเศรษฐกิจชุดล่าสุดส่งผลให้นักลงทุนให้น้ำหนักถึง 70% ว่าธนาคารกลางสหรัฐอเมริกาจะตัดสินใจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมวันที่ 15 ถึง 16 กันยายนนี้แม้ว่านักวิเคราะห์บางส่วนจะยังคงมองว่าเฟดอาจชะลอการตัดสินใจเพื่อรอดูตัวเลขเงินเฟ้อ PCE ก็ตาม

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bearish

เนื่องจากตัวเลขเงินเฟ้อฝั่งผู้ผลิตที่ปรับตัวสูงขึ้นและโอกาสที่เฟดจะเดินหน้าขึ้นอัตราดอกเบี้ยจะส่งผลให้ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลพุ่งสูงขึ้นซึ่งเป็นปัจจัยกดดันโดยตรงต่อสินทรัพย์เสี่ยงอย่างคริปโตเคอร์เรนซี

กระทรวงแรงงานสหรัฐอเมริกาเปิดเผยข้อมูลดัชนีราคาผู้ผลิตหรือ PPI ประจำเดือนสิงหาคมซึ่งปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.4% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า ตัวเลขดังกล่าวสอดคล้องกับการประเมินของนักเศรษฐศาสตร์ โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักมาจากต้นทุนสินค้า ค่าโดยสารเครื่องบิน และค่ารักษาพยาบาลที่ขยับตัวสูงขึ้น เมื่อมองภาพรวมรายปีพบว่าดัชนี PPI พุ่งขึ้นไปถึง 5.4% ซึ่งสูงกว่าระดับ 4.8% ในเดือนกรกฎาคมอย่างชัดเจน ข้อมูลชุดนี้ชี้ให้เห็นว่าแรงกดดันด้านเงินเฟ้อยังคงฝังรากลึกในระบบเศรษฐกิจ

ตัวแปรสำคัญที่ทำให้ต้นทุนฝั่งผู้ผลิตดีดตัวขึ้นคือหมวดพลังงานที่กลับมาขยายตัว 4.2% หลังจากที่หดตัวลงติดต่อกันสองเดือน ปัจจัยหลักเกิดจากความตึงเครียดรอบใหม่ระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่านที่ผลักดันให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ในตลาดโลกพุ่งทะลุ 105 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล นอกจากนี้ต้นทุนน้ำมันดีเซลยังทะยานขึ้นถึง 24.1% ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการขนส่งสินค้า ขณะเดียวกันตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกก็ลดลงเหลือ 206,000 ราย สะท้อนให้เห็นว่าตลาดแรงงานของสหรัฐอเมริกายังคงแข็งแกร่งและฟื้นตัวได้ดี

ความร้อนแรงของตัวเลขเศรษฐกิจทั้งฝั่งเงินเฟ้อและการจ้างงานทำให้นักลงทุนในตลาดการเงินเริ่มปรับเปลี่ยนมุมมอง ข้อมูลจากเครื่องมือ FedWatch ของ CME ชี้ว่าตลาดให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นเป็น 70% ที่ธนาคารกลางสหรัฐอเมริกาจะตัดสินใจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมนโยบายการเงินวันที่ 15 ถึง 16 กันยายนนี้ จากเดิมที่เคยให้น้ำหนักเพียง 62% อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางส่วนจากสถาบันการเงินอย่าง Morgan Stanley ยังคงประเมินว่าเฟดอาจจะเลือกคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิมเพื่อรอดูผลกระทบจากการปรับปรุงวิธีการคำนวณมาตรวัดเงินเฟ้อ PCE ที่กำลังจะประกาศใช้ในเร็วๆ นี้

ที่มา: reuters


มุมมองส่วนตัวประเมินว่า ตัวเลขดัชนี PPI ที่ออกมาสูงกว่าเดือนก่อนหน้าประกอบกับราคาน้ำมันที่ยังคงพุ่งสูงจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ถือเป็นสัญญาณเตือนว่าการต่อสู้กับเงินเฟ้อของเฟดยังไม่จบสิ้น ความเป็นไปได้ในการขึ้นดอกเบี้ยที่เพิ่มสูงขึ้นจะกดดันให้ตลาดหุ้นใน Wall Street และสินทรัพย์เสี่ยงต้องเผชิญกับแรงเทขาย เนื่องจากนักลงทุนจะหันไปถือครองเงินดอลลาร์และพันธบัตรรัฐบาลที่ให้ผลตอบแทนสูงและปลอดภัยกว่า ซึ่งสภาพแวดล้อมเช่นนี้ถือเป็นความท้าทายอย่างยิ่งสำหรับตลาดคริปโตในช่วงสัปดาห์หน้า