bitkub-banner

16 จาก 20 ธนาคารยักษ์ใหญ่ Wall Street คาด Fed ขึ้นดอกเบี้ยเดือนนี้ จับตา Bitcoin รับแรงกดดัน

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • รายงานจาก Coin Bureau ระบุว่า 16 จาก 20 ธนาคารยักษ์ใหญ่ใน Wall Street คาดว่า Fed จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 15–16 กันยายนนี้
  • มุมมองดังกล่าวสอดคล้องกับตลาดการเงินที่เพิ่มน้ำหนักต่อการขึ้นดอกเบี้ย หลังตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ เดือนสิงหาคมยังอยู่ในระดับสูง ขณะที่ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นเหนือ $100 ต่อบาร์เรล
  • หาก Fed ขึ้นดอกเบี้ยจริง อัตราผลตอบแทนพันธบัตรและดอลลาร์อาจปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันต่อสินทรัพย์เสี่ยงอย่าง Bitcoin ในระยะสั้น

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bearish

การขึ้นดอกเบี้ยของ Fed โดยทั่วไปทำให้ต้นทุนเงินสูงขึ้นและเพิ่มความน่าสนใจของสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนในตลาดตราสารหนี้ ขณะเดียวกันอาจลดแรงจูงใจในการถือครองสินทรัพย์เสี่ยงอย่าง Bitcoin อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันตลาดรับรู้โอกาสการขึ้นดอกเบี้ยไปมากแล้ว ดังนั้นความรุนแรงของแรงขายอาจขึ้นอยู่กับ ถ้อยแถลงของ Fed และแนวโน้มดอกเบี้ยหลังจากการประชุมครั้งนี้ มากกว่าการขึ้นดอกเบี้ยเพียงครั้งเดียว

ตลาดการเงินกำลังจับตาการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ Fed ในวันที่ 15-16 กันยายนอย่างใกล้ชิด หลัง Coin Bureau เปิดเผยว่า 16 จาก 20 ธนาคารยักษ์ใหญ่ใน Wall Street คาดว่า Fed จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนนี้ ท่ามกลางสัญญาณเงินเฟ้อที่ยังเหนียวแน่นและราคาพลังงานที่อยู่ในระดับสูง ขณะที่ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าปัจจุบันให้น้ำหนักการขึ้นดอกเบี้ยราว 85% แล้ว

เงินเฟ้อและราคาน้ำมันเพิ่มแรงกดดันให้ Fed

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้มุมมองเรื่องการขึ้นดอกเบี้ยกลับมาแข็งแกร่ง คือข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ที่ยังไม่แสดงสัญญาณชะลอตัวอย่างชัดเจน

ข้อมูลล่าสุดจาก Reuters ระบุว่า CPI สหรัฐฯ เดือนสิงหาคมเพิ่มขึ้น 0.4% เมื่อเทียบกับเดือนก่อน ขณะที่ Core CPI เพิ่มขึ้น 0.3% ซึ่งสูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ นอกจากนี้ ราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นเหนือ $100 ต่อบาร์เรลจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ

ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain รายงาน ว่า PPI เดือนสิงหาคมเพิ่มขึ้น 0.4% ซึ่งเป็นอีกหนึ่งข้อมูลที่ทำให้ตลาดเพิ่มน้ำหนักต่อการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed

ตลาดให้น้ำหนักขึ้นดอกเบี้ยสูงถึง 85%

หลังตัวเลข CPI ล่าสุดถูกเปิดเผย ตลาดได้เพิ่มการคาดการณ์ว่า Fed จะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายนอย่างรวดเร็ว

ข้อมูลจาก Investing.com Fed Rate Monitor ระบุว่า ตลาดให้น้ำหนักประมาณ 85.5% ต่อการขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมวันที่ 16 กันยายน ขณะที่อัตราดอกเบี้ยนโยบายปัจจุบันอยู่ที่ 3.75%

ด้าน Reuters รายงานว่า ตลาดเพิ่มโอกาสการขึ้นดอกเบี้ยเป็นประมาณ 85% จากเดิมราว 67% ก่อนการประกาศข้อมูลเงินเฟ้อ

นั่นหมายความว่า หาก Fed ขึ้นดอกเบี้ยตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ เหตุการณ์ดังกล่าวอาจไม่ใช่ “เซอร์ไพรส์” สำหรับนักลงทุน แต่สิ่งที่ตลาดจะจับตามากกว่าคือ Fed จะส่งสัญญาณว่าจะขึ้นดอกเบี้ยต่ออีกกี่ครั้งหรือไม่

Bitcoin อาจเจอแรงกดดัน แต่ตลาดรับรู้ข่าวไปแล้ว

สำหรับ Bitcoin การขึ้นดอกเบี้ยถือเป็นปัจจัยลบในเชิงมหภาค เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นอาจทำให้ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ น่าสนใจมากขึ้น และเพิ่มต้นทุนในการถือครองสินทรัพย์เสี่ยง

ที่ผ่านมา Bitcoin แสดงให้เห็นแล้วว่ามีความอ่อนไหวต่อความคาดหวังเรื่องดอกเบี้ย โดย Siam Blockchain รายงาน ว่า Bitcoin ร่วงหลุดระดับ $77,000 หลังตลาดกังวลเกี่ยวกับข้อมูลเงินเฟ้อที่ยังร้อนแรง

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันตลาดได้ให้น้ำหนักการขึ้นดอกเบี้ยไว้สูงมากแล้ว ดังนั้น หาก Fed ขึ้นเพียง 0.25% ตามที่คาดการณ์ไว้ แรงขายที่เกิดขึ้นอาจไม่รุนแรงเท่ากับกรณีที่ Fed ส่งสัญญาณว่าจะเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่อง

จุดสำคัญอยู่ที่คำพูดของประธาน Fed

สิ่งที่อาจสร้างความผันผวนให้กับ Bitcoin มากที่สุดจึงอาจไม่ใช่ตัวเลขการขึ้นดอกเบี้ย แต่เป็น ท่าทีของประธาน Fed Kevin Warsh และประมาณการอัตราดอกเบี้ยในอนาคต

หาก Fed ส่งสัญญาณว่าการขึ้นดอกเบี้ยครั้งนี้เป็นเพียงการปรับนโยบายเพื่อรับมือกับเงินเฟ้อระยะสั้น ตลาดอาจตอบสนองในเชิงบวกได้ แต่หาก Fed แสดงความกังวลว่าเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับสูงและจำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม Bitcoin และสินทรัพย์เสี่ยงก็อาจเผชิญแรงขายตามมา

ทั้งนี้ Wall Street Journal รายงานว่าตลาดกำลังเริ่มคาดการณ์ถึงความเป็นไปได้ของการขึ้นดอกเบี้ยมากกว่าหนึ่งครั้ง หลังนักลงทุนมองว่าแรงกดดันเงินเฟ้ออาจยังไม่จบลง


ผู้เขียนมองว่า โอกาสที่ Fed จะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนนี้ถือว่าสูงมาก และตลาด Bitcoin น่าจะรับรู้ข่าวดังกล่าวไปพอสมควรแล้ว ดังนั้นสิ่งที่ต้องระวังมากกว่าคือ สัญญาณหลังการขึ้นดอกเบี้ย หาก Fed ส่งสัญญาณว่าต้องขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่อง Bitcoin มีโอกาสเผชิญแรงกดดันเพิ่มเติมและอาจกลับไปทดสอบแนวรับสำคัญ แต่หาก Fed ส่งสัญญาณว่าการขึ้นครั้งนี้เป็นเพียงมาตรการชั่วคราว ตลาดอาจมองว่าแรงกดดันที่เลวร้ายที่สุดได้ผ่านไปแล้ว และเปิดทางให้สินทรัพย์เสี่ยงกลับมาฟื้นตัวได้

แหล่งข้อมูลอ้างอิง: