สรุปข่าว
- แอปสวอปยอดนิยมอย่าง Jupiter บน Solana ไม่ได้พึ่งพาพูลสภาพคล่องแบบกระจายอำนาจเป็นหลักอีกต่อไป แต่กลายเป็นระบบค้นหาราคาที่ดึงข้อเสนอจาก propAMMs และเครือข่าย RFQ ซึ่งดำเนินการโดยบริษัทเทรดดิ้งมืออาชีพมาแข่งขันกัน
- DWF Ventures รายงานว่า propAMMs ครองส่วนแบ่งปริมาณเทรดบน DEX ราว 15-27% ต่อวัน และสำหรับคู่เทรด SOL-Stablecoin บน Jupiter ตัวเลขนี้พุ่งทะลุ 90%
- งานวิจัยจาก Jump Crypto และข้อมูลจากเครือข่าย RFQ อย่าง 0x ชี้ตรงกันว่าผู้ใช้งาน ได้ราคาที่ดีกว่า AMM แบบดั้งเดิมอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนการกลับมาของสภาพคล่องระดับสถาบันใน DeFi
แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา: Neutral
ข่าวนี้เป็นเรื่องของโครงสร้างพื้นฐานเบื้องหลังการเทรด ไม่ใช่ปัจจัยที่จะกระตุ้นราคาโทเคนตัวใดตัวหนึ่งโดยตรง แต่ในระยะยาว ถือเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อภาพรวมของ DeFi เพราะสะท้อนว่า เงินทุนและความเชี่ยวชาญระดับสถาบันกำลังไหลกลับเข้ามาในระบบ ทำให้ผู้ใช้งานทั่วไปได้ประโยชน์จากราคาที่ดีขึ้น ขณะเดียวกันก็มีข้อกังวลด้านการรวมศูนย์อำนาจสภาพคล่องไว้ในมือผู้เล่นไม่กี่ราย ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องจับตาต่อไป
เมื่อผู้ใช้งานเปิดแอปอย่าง Jupiter บนเครือข่าย Solana เพื่อสวอป SOL เป็น USDC สิ่งที่เห็นบนหน้าจอมีเพียงตัวเลขอัตราแลกเปลี่ยนเดียว แต่เบื้องหลังนั้นซอฟต์แวร์กำลังทำหน้าที่คล้ายเซิร์ชเอ็นจินค้นหาสภาพคล่อง คอยเทียบข้อเสนอที่ดีที่สุดจากหลายแหล่งพร้อมกัน
ทั้งกระดานเทรดกระจายอำนาจทั่วไป ระบบดูแลสภาพคล่องอัตโนมัติเฉพาะตัว หรือ propAMMs และเครือข่ายขอใบเสนอราคาหรือ RFQ ที่เปิดทางให้บริษัทเทรดดิ้งมืออาชีพนำเงินทุนและอัลกอริทึมเข้ามาประมูลราคาแข่งกัน ผลลัพธ์คือ คู่สัญญาฝั่งตรงข้ามในการเทรดของเราอาจไม่ใช่ผู้ใช้งานทั่วไป อีกต่อไป แต่เป็นสถาบันการเงินระดับมืออาชีพ
จุดอ่อนของพูลแบบดั้งเดิมที่เปิดช่องให้ผู้เล่นใหม่เข้ามาแทนที่
โมเดล AMM ยุคแรกของ DeFi เผชิญปัญหาทางทฤษฎีการเงินที่เรียกว่า Loss-versus-rebalancing เกิดจากราคาสินทรัพย์บนบล็อกเชนปรับตัวช้ากว่าราคาตลาดภายนอก พูลสภาพคล่องจึงเสียเปรียบให้นักเก็งกำไรส่วนต่าง ที่เข้ามาฉวยจังหวะ ซึ่งผู้ฝากเงินในพูลต้องแบกรับผลขาดทุนจากการถูกบังคับขายสินทรัพย์ในราคาต่ำกว่าความเป็นจริงโดยไม่รู้ตัว ช่องโหว่นี้เองที่เปิดทางให้รูปแบบสภาพคล่องใหม่เข้ามาแทนที่
propAMMs คำตอบของประสิทธิภาพที่พูลกระจายอำนาจแข่งไม่ได้
บริษัทเทรดดิ้งมืออาชีพ จึงเลือกนำสภาพคล่องของตัวเองเข้ามาวาง พร้อมใช้ซอฟต์แวร์ภายใน คอยอัปเดตราคาให้สอดคล้องกับตลาดภายนอกแบบเรียลไทม์ การชำระบัญชียังคงเกิดขึ้นบนบล็อกเชนอย่างโปร่งใส แต่กลไกคำนวณราคาและการจัดสรรสภาพคล่องถูกดำเนินการภายใน เพื่อรีดประสิทธิภาพสูงสุด
ความนิยมของโมเดลนี้ เติบโตอย่างรวดเร็ว ตัวเลขจาก DWF Ventures ระบุว่า propAMMs ครองสัดส่วนปริมาณการเทรดรายวันบน DEX ราว 15% ถึง 27% และสำหรับคู่เทรด SOL ต่อ Stablecoin บน Jupiter ตัวเลขนี้ทะลุ 90% ไปแล้ว สะท้อนว่าผู้ดูแลสภาพคล่องมืออาชีพ กลับมายึดพื้นที่ในโลก DeFi ได้อย่างรวดเร็ว จนพูลกระจายอำนาจแบบดั้งเดิม แทบไม่มีทางแข่งขันด้านราคาได้อีก

งานวิจัยของ Jump Crypto ที่วิเคราะห์รายการสวอปผ่าน propAMM ราว 20 ล้านรายการ พบว่า คู่เทรด SOL-USDC ได้ราคาเฉลี่ยที่ดีกว่า และมีต้นทุนต่ำกว่าค่าธรรมเนียมระดับสถาบันบนกระดานเทรดส่วนใหญ่

RFQ ประตูที่ดึง Market Maker มืออาชีพเข้าสู่ DeFi
ขณะที่ propAMMs เปลี่ยนวิธีการจัดสภาพคล่องภายในพูล ด้านเครือข่าย RFQ อย่างที่พบใน 0x ก็เลือกแก้ปัญหาด้วยวิธีต่างออกไป โดยดึงราคาเสนอซื้อขายแบบออฟเชนจาก Market Maker มืออาชีพ เข้ามาเปรียบเทียบโดยตรง ผลที่ได้คือ ผู้ใช้งานได้ราคาที่ดีกว่า AMM ทั่วไปสูงถึง 52% ในคู่เทรดหลักอย่าง USDC-WETH และ WBTC-WETH
เมื่อทั้งสองโมเดลทำงานร่วมกัน DeFi จึงเปลี่ยนสถานะจากระบบที่บังคับให้ผู้ใช้เทรดกับพูลสภาพคล่องตายตัว มาเป็นระบบนำทางหรือ Router ที่คอยสแกนหาราคาดีที่สุดในตลาดให้อัตโนมัติ ไม่ต่างจากการเปรียบเทียบราคาตั๋วเครื่องบินก่อนกดจอง
ที่มา : cryptoslate
มุมมองผู้เขียน : แนวโน้มนี้มีทิศทางที่จะเติบโตต่อไปเรื่อย ๆ เพราะผู้ใช้งานส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับเรื่องราคาที่ดีที่สุดมากกว่าอุดมการณ์การกระจายอำนาจ แต่สิ่งที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิดคือ ความสมดุลระหว่างประสิทธิภาพกับการกระจุกตัวของความเสี่ยงจากการรวมศูนย์ หากในอนาคตมีเหตุการณ์ให้ผู้ดูแลสภาพคล่อง (Market Maker) เพียงไม่กี่รายตัดสินใจถอนสภาพคล่องออกจากระบบพร้อมกัน ระบบตัวนำทาง (Router) ที่เคยทำงานได้อย่างราบรื่นในวันนี้ ก็อาจสะดุดและเกิดปัญหาติดขัดขึ้นได้ทันที

