bitkub-banner

Dogecoin ETF ไปไม่รอด นักลงทุนแห่ซบ XRP- Solana ETF กวาดเงินทุนทะลุ 3 พันล้านดอลลาร์

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Bitwise ประกาศปิดกองทุน Dogecoin ETF (BWOW) หลังเปิดดำเนินงานได้เพียง 10 เดือน โดย AUM เหลือแค่ 687,713 ดอลลาร์
  • กองทุน XRP ETF ดึงดูดเงินลงทุนไหลเข้าวันเดียว 12.29 ล้านดอลลาร์ มากกว่ายอดสะสม 10 เดือนของกองทุน DOGE ETF ทั้ง 3 กองทุนรวมกัน
  • กองทุน XRP และ Solana ETF ดึงดูดเงินลงทุนสะสมรวมกันกว่า 3 พันล้านดอลลาร์ นับตั้งแต่เปิดตัว สวนทางกับ Dogecoin ที่แทบไม่ค่อยได้รับความสนใจ

แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา: Neutral

การปิดตัวของ BWOW สะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างของผลิตภัณฑ์การเงินที่อิงกับ Dogecoin มากกว่าจะเป็นสัญญาณเชิงลบต่อราคาเหรียญโดยตรง เพราะราคา DOGE เคยพุ่งขึ้นกว่า 30% โดยไม่เกี่ยวข้องกับกระแสเงินลงทุนใน ETF ตลาดจึงมองเรื่องนี้เป็นความล้มเหลวของ “สินค้าทางการเงิน” ไม่ใช่ “ตัวเหรียญ” ทำให้ผลกระทบต่อราคาในระยะสั้นน่าจะจำกัดอยู่ในวงแคบ

การตัดสินใจปิดตัวกองทุน Dogecoin ETF (BWOW) ของ Bitwise หลังเปิดดำเนินงานได้เพียง 10 เดือน ได้ตอกย้ำถึงความต้องการของนักลงทุนที่ซบเซาอย่างหนักต่อกองทุนคริปโทในกลุ่ม Dogecoin พร้อมนำไปสู่คำถามสำคัญสำหรับ กองทุน Altcoin ETFs ว่า ผลิตภัณฑ์เหล่านี้เข้ามาช่วยตอบโจทย์ หรือแก้ปัญหาอะไรให้นักลงทุนได้

ความแตกต่างนี้เห็นได้ชัด จากรายงานวิเคราะห์ของ CoinDesk เมื่อวันที่ 9 กันยายนที่ผ่านมา พบว่า กองทุน XRP ETF สามารถดึงดูดเงินลงทุนไหลเข้าได้สูงถึง 12.29 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพียงวันเดียว ซึ่งเป็นตัวเลขที่มากกว่ายอดเงินลงทุนไหลเข้าสุทธิสะสมตลอดเกือบ 10 เดือนของกองทุน Dogecoin ETF ในสหรัฐฯ ทั้ง 3 กองทุนรวมกัน ซึ่งอยู่ที่ราว 12 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ณ วันที่ 10 กันยายน สะท้อนให้เห็นถึงความสนใจของนักลงทุนสถาบันที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

ความแตกต่างของเม็ดเงินสถาบัน และการปิดตัวของกองทุน BWOW

ผลการดำเนินงานของกองทุน Dogecoin ETF ตามหลังกองทุนสินทรัพย์หลักอื่น ๆ ที่ทยอยเข้าสู่ตลาดวอลล์สตรีทอย่างมหาศาล โดยนับตั้งแต่เปิดตัวในเดือนพฤศจิกายน 2025 กองทุน XRP ETF สามารถดึงดูดเงินทุนไหลเข้าสุทธิสะสมได้สูงถึง 1.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่กองทุน Solana ETF ซึ่งเปิดตัวเมื่อตุลาคม 2025 ก็กวาดเงินทุนไปได้กว่า 1.36 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งทั้งสองกลุ่มมีเม็ดเงินลงทุนไหลเข้ามากกว่ากองทุน DOGE เกือบ 100 เท่าเลยทีเดียว

ความต้องการของนักลงทุนที่ซบเซาลง ส่งผลให้ Bitwise ต้องออกมาประกาศปิดกองทุน BWOW ที่ปัจจุบันมีมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) เหลือเพียง 687,713 ดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น ตามข้อมูล ณ วันที่ 9 กันยายน 

โดยจะทำการซื้อขายวันสุดท้ายในวันที่ 14 ตุลาคม และดำเนินการจ่ายเงินคืนให้แก่ผู้ถือหุ้นในวันที่ 22 ตุลาคมนี้

สถิติวันไร้เงินลงทุนไหลเข้า 

จากการวิเคราะห์ข้อมูล 199 วันทำการ ของกองทุน Dogecoin ETF พบว่า มียอดเงินลงทุนไหลเข้าสุทธิเพียง 28 วัน และมีเงินลงทุนไหลออก 5 วัน ขณะที่อีก 166 วันที่เหลือ หรือคิดเป็นกว่า 83% ของช่วงเวลาทั้งหมด มียอดเงินทุนไหลเข้าสุทธิเป็นศูนย์ 

แม้ราคาเหรียญ Dogecoin จะเคยพุ่งขึ้นกว่า 30% แต่ก็ไม่ได้ช่วยกระตุ้นให้เกิดการซื้อหุ้นกองทุน ETF เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยมูลค่าสินทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นของกองทุน เป็นผลมาจากราคาเหรียญที่ปรับตัวสูงขึ้นเอง ไม่ใช่เพราะมีเม็ดเงินลงทุนใหม่ที่เข้ามาลงทุน

ด้าน Jordan Jefferson ผู้ก่อตั้งแอปกระเป๋าเงิน MyDoge มองว่า ปัญหาของ Dogecoin ไม่ใช่เรื่องการเข้าถึงตลาด เพราะตัวเหรียญมีความคุ้มค่าและสภาพคล่องสูงอยู่แล้ว แต่สิ่งที่จะดึงดูดนักลงทุนสถาบันได้จริงคือ การพัฒนาการใช้งานบนบล็อกเชน DogeOS  เพื่อให้นักลงทุนมีปัจจัยพื้นฐานไว้ใช้วิเคราะห์ นอกเหนือไปจากการเก็งกำไรเพียงอย่างเดียว

ขณะที่ตัวแทนจากกลุ่ม Own The Doge กล่าวเสริมว่า ความล้มเหลวของกองทุน BWOW เกิดจากการนำ DOGE ไปขายเป็นผลิตภัณฑ์ทางการเงินในรูปแบบเดิมๆ ไม่ได้ตอบโจทย์นักลงทุนกลุ่มไหนเลย พร้อมเน้นย้ำว่า นี่เป็นเพียงความล้มเหลวของตัวผลิตภัณฑ์ทางการเงินเท่านั้น ไม่ใช่ความล้มเหลวของตัวเหรียญ Dogecoin แต่อย่างใด

ที่มา : coindesk


มุมมองผู้เขียน : การปิดตัวของกองทุน BWOW ไม่ใช่จุดจบของ Dogecoin ในฐานะสินทรัพย์ดิจิทัล แต่เป็นบทเรียนสำคัญสำหรับผู้ออกกองทุนรายอื่นว่า การนำเหรียญมีมมาขายเป็นกองทุน ETF โดยไม่มีเรื่องราวหรือปัจจัยพื้นฐานรองรับนั้น แทบไม่มีทางดึงดูดเงินลงทุนจากสถาบันเข้ามาได้เลย