สรุปข่าว
- Robinhood ประกาศเดินหน้าพัฒนาระบบแลกคืนหุ้นจริงแบบ 1 ต่อ 1 พร้อมมอบสิทธิออกเสียงให้ผู้ถือ Stock Tokens หลังโดนวิจารณ์หนักเรื่องสิทธิผู้ถือหุ้น
- แรงกดดันมาจาก Adam Aron ซีอีโอ AMC ที่ออกโรงเรียกร้องให้หยุดขายโทเคนอ้างอิงหุ้น AMC เพราะบริษัทไม่เคยอนุมัติ และผู้ถือโทเคนไม่มีสิทธิตามกฎหมายจริง
- Carlos Domingo ซีอีโอของ Securitize ออกมาวิจารณ์โครงสร้างของ Robinhood ว่า ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ไม่ใช่หุ้นจริง และการเรียกมันว่า Stock Tokens ก็สร้างความเข้าใจผิดให้นักลงทุนโดยตรง
แนวโน้มที่ส่งผลต่อราคา : Neutral
การเคลื่อนไหวครั้งนี้ ช่วยสร้างความเชื่อมั่นระยะยาวให้แก่ตลาด Tokenized Stock เนื่องจากเป็นการแก้จุดอ่อนเชิงโครงสร้างที่ถูกวิจารณ์มาอย่างยาวนาน แต่แผนงานดังกล่าวยังไม่ได้กำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจน จึงคาดว่าจะยังไม่ส่งผลกระทบต่อราคาโทเคนหรือราคาหุ้น HOOD (Robinhood) ในทันที
Robinhood แพลตฟอร์มโบรกเกอร์ชื่อดังจากสหรัฐฯ ประกาศเดินหน้าพัฒนาฟีเจอร์ใหม่สองอย่างสำหรับผลิตภัณฑ์โทเคนอ้างอิงราคาหุ้น หรือ Stock Tokens ได้แก่ระบบเปิดรับแลกคืนเป็นหุ้นจริง และการมอบสิทธิออกเสียงให้ผู้ถือโทเคน ซึ่งถือเป็นการแก้ข้อกังขาสำคัญที่ถูกตั้งคำถามมาตลอดในวงการ เรื่องการนำหุ้นสหรัฐฯ เข้าสู่ระบบบล็อกเชน
Vlad Tenev ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Robinhood โพสต์ผ่านแพลตฟอร์ม X เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่า ระบบการแลกคืนหุ้นจริงแบบ 1 ต่อ 1 และสิทธิการออกเสียงกำลังจะมาสู่ Robinhood Stock Tokens ในเร็ว ๆ นี้
ด้าน Johan Kerbrat หัวหน้าฝ่ายคริปโตของ Robinhood กล่าวเสริมว่า บริษัทกำลังเร่งพัฒนาระบบแลกคืนหุ้น พร้อมนำสิทธิการออกเสียงของผู้ถือโทเคนบรรจุ เข้าสู่แผนดำเนินงาน โดยมีความเป็นไปได้ที่จะดึงแพลตฟอร์ม Say ซึ่งเป็นของ Robinhood เองเข้ามาใช้เป็นโครงสร้างพื้นฐานรองรับระบบดังกล่าว
ต้นตอของแรงกดดันที่มาจากข้อเรียกร้อง
การเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นลอย ๆ แต่มาหลังจาก Adam Aron ซีอีโอของ AMC Entertainment ออกมาเรียกร้องให้ Robinhood ยุติการเสนอขายโทเคนอ้างอิงหุ้น AMC ทันที โดยระบุชัดเจนว่า บริษัทไม่เคยอนุมัติผลิตภัณฑ์ตัวนี้ และผู้ถือโทเคนก็ยังขาดสิทธิพื้นฐานที่ผู้ถือหุ้นตามกฎหมายพึงมี
ข้อกังขานี้สะท้อนความแตกต่างสำคัญในตลาดหุ้นแปลงเป็นโทเคน ซึ่ง SEC เคยออกแถลงการณ์ เมื่อเดือนมกราคม โดยแบ่งรูปแบบไว้ 3 ประเภทหลัก คือ 1.บริษัทผู้ออกหุ้นแปลงเป็นโทเคนด้วยตัวเอง 2.บุคคลที่สามถือหุ้นจริงไว้ในคลังแล้วออกโทเคนแทนสิทธิการถือครอง และ 3.การออกตราสารหนี้สังเคราะห์ที่อิงราคาหุ้น โดยผู้ถือโทเคนไม่ได้เป็นเจ้าของหุ้นจริงแต่อย่างใด
จุดที่ทำให้ Robinhood ถูกจับตาเป็นพิเศษคือ แม้บริษัทจะยืนยันว่า Stock Tokens ของตนมีหุ้นจริงค้ำประกันแบบ 1 ต่อ 1 แต่งบการเงิน และการเปิดเผยข้อมูลกลับชี้ว่าผลิตภัณฑ์นี้ถูกจัดอยู่ในกลุ่มตราสารหนี้สังเคราะห์ ที่ออกโดยบริษัทย่อยที่จดทะเบียนในเกาะเจอร์ซีย์ เพื่อเสนอขายนอกสหรัฐฯ ทำให้ผู้ถือได้รับเพียงความเคลื่อนไหวของราคา แต่ไม่มีสิทธิเป็นเจ้าของหุ้นจริงเลย
เสียงวิจารณ์จากวงการ ชี้ปัญหาลึกกว่าที่คิด
แม้แพลตฟอร์มการเงินหลายเจ้าจะพยายามเพิ่มสิทธิของผู้ถือหุ้นดั้งเดิมเข้าไปในโทเคน แต่แรงต้านและการตรวจสอบก็ยังไม่จางหาย
Carlos Domingo ซีอีโอของ Securitize บริษัทผู้เชี่ยวชาญด้าน Tokenization ออกมาวิจารณ์โครงสร้างของ Robinhood ผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย X ว่า ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ไม่ใช่หุ้นจริง และการเรียกมันว่า Stock Tokens ก็สร้างความเข้าใจผิดให้นักลงทุนโดยตรง
Domingo มองว่า ปัญหาไม่ได้จบแค่เรื่องมีสินทรัพย์ค้ำประกันหรือไม่ แต่นักลงทุนยังคงขาดสิทธิในการแลกคืนหุ้นจริงโดยตรง ขาดสิทธิออกเสียง แถมการจ่ายเงินปันผลของ Robinhood ก็ทำผ่านการเพิ่มจำนวนโทเคน แทนการจ่ายเงินสดจริง
Domingo ยังตั้งคำถามสำคัญไปไกลกว่านั้นว่า สิทธิของผู้ถือหุ้นตามกฎหมายจะสามารถผูกเข้ากับโทเคนที่หมุนเวียนอย่างเสรีบนบล็อกเชนได้อย่างไร ในเมื่อตัวตนและที่อยู่ของผู้ถือครองโทเคนขั้นสุดท้าย อาจไม่สามารถระบุได้ชัดเจนเลย
ที่มา : coindesk
มุมมองผู้เขียน : เหตุการณ์นี้ถือเป็นสัญญาณบวกที่ชี้ว่าตลาด Tokenized Stock กำลังยกระดับไปอีกขั้นจากแรงกดดันของเจ้าของหุ้นอย่าง AMC แต่คำถามสำคัญคือ Robinhood จะสามารถเปิดใช้งานได้จริงเมื่อใด เนื่องจากขั้นตอนการแลกคืนหุ้นและการส่งมอบสิทธิโหวตนั้น ต้องพึ่งพาโครงสร้างทางกฎหมายและผู้รับฝากสินทรัพย์ (Custodian) ที่มีความซับซ้อนอย่างยิ่ง

