สรุปข่าว
- Circle ประกาศเปิดตัวบล็อกเชน Layer 1 ชื่อ “Arc” บนเมนเน็ต ร่วมกับพันธมิตรชั้นนำอย่าง BlackRock, Visa, Mastercard และ SBI Group
- เครือข่าย Arc ชูจุดเด่นด้วยการชำระค่าแก๊สผ่าน USDC ซึ่งช่วยทำให้สถาบันคาดการณ์ต้นทุนได้ แถมรองรับการทำงานร่วมกับ EVM ได้ทันที
- แม้ Circle จะเสร็จสิ้นการมิ้นต์โทเคน ARC อุปทานเริ่มต้น 1 หมื่นล้านโทเคนแล้ว แต่ยังไม่มีการเปิดให้สาธารณชนซื้อขายในตลาด
แนวโน้มผลกระทบ: Bullish
Circle เปิดตัว Arc Mainnet บล็อกเชน Layer 1 ที่ออกแบบมาเพื่อตลาดการเงินและการโอนเงินเรียลไทม์โดยเฉพาะ โดยร่วมมือกับพันธมิตรสถาบันการเงินระดับโลก พร้อมชูจุดเด่นสำคัญคือการใช้ Stablecoin USDC เป็นค่าแก๊สเพื่อลดความผันผวนของต้นทุน อย่างไรก็ตามแม้จะมีการมิ้นต์โทเคน ARC จำนวน 1 หมื่นล้านโทเคนแล้ว แต่ยังเป็นเพียงการดำเนินการภายในเท่านั้น และไม่ได้เปิดให้สาธารณชนเข้าถึง
Circle บริษัทผู้อยู่เบื้องหลังสกุลเงินดิจิทัล USDC ได้ประกาศเปิดตัวบล็อกเชนเลเยอร์ 1 ตัวใหม่ที่จับมือร่วมกับ BlackRock, Visa, Mastercard, SBI Group โดยมีชื่อว่า Arc และพร้อมเปิดให้บริการบนเมนเน็ต
Arc ถูกสร้างขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์หลัก 3 ประการ ได้แก่ ตลาดการเงิน, การโอนย้ายเงินแบบเรียลไทม์ และเอเจนต์ AI ที่ทำธุรกรรมได้ด้วยตนเอง และด้วยความสามารถในการทำงานร่วมกับ EVM ซึ่งเป็น Smart Contracts ภาษา Solidity ที่มีอยู่เดิมจึงสามารถนำมาปรับใช้ได้ทันทีโดยไม่ต้องเขียนใหม่
Circle ระบุว่ามีแอปพลิเคชันมากกว่า 100 รายการ ตลอดจนผู้พัฒนาในระบบนิเวศและสถาบันต่างๆ อีกกว่า 100 ราย พร้อมเปิดใช้งานจริงตั้งแต่วันแรก ซึ่งครอบคลุมทั้งธนาคาร, ผู้จัดการสินทรัพย์, ศูนย์ซื้อขาย, ผู้ดูแลรักษาสินทรัพย์ และกระเป๋าเงินดิจิทัล
นอกจากนี้ Circle ยังเปิดเผยในแถลงการณ์ว่า เครือข่ายทดสอบของ Arc ซึ่งเปิดใช้งานเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว ได้ประมวลผลธุรกรรมไปมากกว่า 700 ล้านรายการก่อนจะถึงสัปดาห์นี้ โดย Jeremy Allaire ซีอีโอของบริษัทย้ำชัดว่าการเปิดตัว Arc นั้นถือเป็นความเคลื่อนไหวที่ส่งผลกระทบสำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ของ Circle นับตั้งแต่มีการเปิดตัวเหรียญ StableCoin USDC
จุดเด่นของ Arc
เครือข่าย Arc มีจุดเด่นหลักที่แตกต่างกับเครือข่ายเลเยอร์ 1 อื่นๆ ในตลาดอยู่สองจุด ซึ่งอย่างแรกจะเป็นเรื่องของค่าแก๊ส โดยค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมบนเครือข่ายจะจ่ายด้วย Stablecoin USDC แทนที่จะเป็นโทเคนประจำเชนที่มีความผันผวน
สิ่งนี้หมายความว่า สถาบันที่ทำธุรกรรมบนเชนจะสามารถคาดการณ์ต้นทุนค่าธรรมเนียมล่วงหน้าได้ก่อนทำการโอน ทำให้ Arc มีแต้มต่อคู่แข่งรายอื่นอย่างเห็นได้ชัด
Allaire ได้เปรียบเทียบว่า การบังคับให้บริษัทต้องถือโทเคนของเชนเพียงเพื่อใช้บริการเครือข่าย ก็ไม่ต่างจากการบังคับให้ Netflix ต้องซื้อหุ้น Amazon เพื่อนำไปจ่ายค่าบริการ AWS
ถัดมาคือเรื่องการยืนยันผลการทำธุรกรรม ตามภาพรวมระบบของ Arc เครือข่ายนี้ใช้ระบบการยืนยันธุรกรรมขั้นเด็ดขาดภายในเวลาไม่ถึง 1 วินาที โดยไม่มีการเกิด การปรับเปลี่ยนลำดับบล็อกย้อนหลัง
ขณะเดียวกันผลการทดสอบประสิทธิภาพยังแสดงให้เห็นว่า ระยะเวลาในการประมวลผลธุรกรรมได้ลดลงไปต่ำกว่า 350 มิลลิวินาที และสามารถรองรับความเร็วในการประมวลผลได้มากกว่า 3,000 ธุรกรรมต่อวินาที โดยใช้ผู้ตรวจสอบความถูกต้อง จำนวน 20 ราย
สิ่งที่มีและเปิดใช้งานแล้ว
หลังจากที่ได้มีการเปิดตัวโปรโตคอลชั้นนำอย่าง Aave, Morpho และ Uniswap ก็พร้อมให้บริการตั้งแต่วันแรก โดยมี Aero, fomo และ Uniswap เข้ามาช่วยเพิ่มความลึกของสภาพคล่องในการซื้อขาย ขณะที่หลักประกันจะมาจาก USYC ของ Circle, BUIDL ของ BlackRock, และ cirBTC ซึ่งเป็นบิตคอยน์สำหรับสถาบันของ Circle ที่สามารถแปลงมูลค่าแบบ 1:1 ได้จาก BTC, cbBTC หรือ wBTC
ด้าน Circle Payments Network และ StableFX ถูกรวมเข้ากับเชนโดยตรง โดย StableFX ให้บริการแลกเปลี่ยนสกุลเงินตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน ครอบคลุม stablecoins ที่มีสินทรัพย์ค้ำประกันเต็มจำนวนมากกว่า 20 สกุลเงิน ตั้งแต่เงินเรียลบราซิลไปจนถึงเงินวอนเกาหลีใต้ โดยทำการชำระราคาและส่งมอบสินทรัพย์ทั้งสองฝั่งของการซื้อขายพร้อมกันทันที นอกจากนี้ Binance, Bybit, Gate, Kraken, KuCoin, MEXC, OKX, OSL, Bitso, Bitvavo, Upbit และ Wenia ยังต่างพร้อมให้บริการเข้าถึงศูนย์ซื้อขายทั้งหมดเช่นเดียวกัน
Circle มิ้นต์โทเคน ARC จำนวน 1 หมื่นล้านโทเคน
ปัจจุบัน Circle ได้เสร็จสิ้นการมิ้นต์โทเคน ARC เริ่มต้นแล้วในสหรัฐฯ ซึ่งเป็นการสร้างอุปทานเริ่มต้นเต็มจำนวนที่ 1 หมื่นล้านโทเคน และกลายเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์รายแรกที่สร้างโทเคนประจำเครือข่ายสำหรับบล็อกเชน Layer 1 ใหม่
ทั้งนี้ โทเคนดังกล่าวยังไม่ได้มีการเปิดให้ซื้อขายและยังไม่มีกำหนดวันนำเข้ากระดานเทรด โดย Allaire ย้ำว่าโทเคนนี้ไม่ได้เปิดให้สาธารณชนเข้าถึงได้ และการมิ้นต์ครั้งนี้ไม่ได้เป็นข้อผูกมัดว่าจะต้องเปิดตัวโทเคนแต่อย่างใด ส่วนค่าธรรมเนียมยังคงเก็บเป็น USDC เช่นเดิม ขณะที่ตัวเครือข่ายทำงานบนระบบ Proof of Authority โดยการเปลี่ยนผ่านไปสู่ Proof of Stake ยังคงเป็นเพียงประเด็นที่อยู่ระหว่างการศึกษา
อย่างไรก็ตามสถานะของเครือข่าย Arc ยังคงเป็นที่ถกเถียงอยู่ในปัจจุบันว่าแท้จริงแล้ว Arc เป็นบล็อกเชนจริงๆ หรือเป็นเพียงแค่ระบบชำระราคาแบบปิดที่มีหน้าจอตรวจสอบบล็อกแบบสาธารณะเท่านั้น
ที่มา : Cryptopolitan
มุมมองผู้เขียน : การที่ Arc ใช้ USDC เป็นค่าแก๊สถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ช่วยแก้ไขปัญหาความผันผวนของค่าธรรมเนียมสำหรับลูกค้าระดับสถาบัน อย่างไรก็ตาม การรันบนระบบ Proof of Authority และการไม่เปิดเทรดโทเคน ARC ชี้ให้เห็นว่า Arc ถูกวางตำแหน่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินแบบเน้นการควบคุมมากกว่าจะเป็นบล็อกเชนสาธารณะทั่วไปในขณะนี้

