สรุปข่าว
- ก.ล.ต. ออกประกาศเตือนภัยด่วน หลังพบเว็บไซต์ปลอมแอบอ้างภาพผู้บริหารเพื่อชักชวนประชาชนลงทุน
- ยอดรายชื่อบุคคลและนิติบุคคลที่ไม่ได้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต. แต่แอบอ้างชักชวนลงทุน พุ่งทะลุ 8,928 รายการแล้ว
- ก.ล.ต. ย้ำไม่เคยทำเว็บไซต์ลักษณะนี้ ขอให้ประชาชนตรวจสอบผ่านระบบ Investor Alert ก่อนโอนเงินหรือกรอกข้อมูลส่วนตัวทุกครั้ง
แนวโน้มส่งผลต่อราคาอย่างไร: Neutral
ประกาศเตือนภัยจาก ก.ล.ต. ครั้งนี้เป็นมาตรการคุ้มครองผู้บริโภคตามปกติ ไม่ได้พาดพิงถึงสินทรัพย์ดิจิทัลหรือหุ้นตัวใดเป็นการเฉพาะ จึงไม่น่าจะสร้างแรงกระเพื่อมต่อราคาสินทรัพย์ในตลาดโดยตรง แต่ถือเป็นสัญญาณเตือนสำหรับนักลงทุนรายย่อยให้ระมัดระวังมิจฉาชีพที่อาศัยความน่าเชื่อถือของหน่วยงานกำกับดูแลมาหลอกลวง
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ออกมาประกาศเตือนภัยประชาชนอีกครั้ง หลังตรวจพบมิจฉาชีพนำภาพผู้บริหารของหน่วยงานไปแอบอ้างสร้างความน่าเชื่อถือ เพื่อชักชวนประชาชนเข้าร่วมลงทุนผ่านเว็บไซต์ปลอม
ล่าสุดยอดรวมรายชื่อบุคคลและนิติบุคคลที่ไม่ได้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลแต่ถูกประชาชนสอบถามเข้ามาจำนวนมาก ทะลุ 8,928 รายการเข้าไปแล้ว
พบเว็บไซต์ปลอมแอบอ้างผู้บริหาร ก.ล.ต.
จากข้อมูลของศูนย์รับเรื่องร้องเรียน และแจ้งเบาะแสของ ก.ล.ต. เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่ตรวจพบเว็บไซต์ชักชวนลงทุนที่นำภาพของผู้บริหาร ก.ล.ต. ไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต เพื่อสร้างภาพลักษณ์ว่า เป็นบริการที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ
ก.ล.ต. จึงดำเนินการขึ้นประกาศแจ้งเตือนผ่านระบบ Investor Alert ทันทีที่ตรวจพบ พร้อมย้ำชัดเจนว่า หน่วยงานไม่เคยจัดทำเว็บไซต์ในลักษณะดังกล่าวแต่อย่างใด
ก.ล.ต. ขอให้ผู้ลงทุนและประชาชนทุกคนอย่าหลงเชื่อกรอกข้อมูลส่วนตัว เปิดบัญชีเพื่อเข้าสู่ระบบ หรือโอนเงินลงทุนให้กับเว็บไซต์ที่มีพฤติกรรมน่าสงสัยเด็ดขาด และสามารถตรวจสอบรายชื่อผู้ที่ไม่ได้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต. ได้ผ่านเว็บไซต์ Investor Alert เพื่อป้องกันตัวเองก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง ที่นี่
ชี้รายชื่อที่รวบรวมไว้อาจยังไม่ครอบคลุมทุกราย จะปรับปรุงฐานข้อมูลเป็นระยะ
ก.ล.ต. ระบุว่า เพื่อคุ้มครองผลประโยชน์ของประชาชน ก.ล.ต. ได้รวบรวมรายชื่อบุคคล หรือผู้ให้บริการที่มีประชาชนสอบถามเข้ามาเกี่ยวกับการชักชวนลงทุน หรือใช้บริการในลักษณะที่ทำให้เข้าใจผิดว่า อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงาน
หลังสอบทานแล้วพบว่า ไม่ใช่ผู้ได้รับอนุญาตหรือประกอบธุรกิจภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 พระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 พระราชบัญญัติทรัสต์เพื่อธุรกรรมในตลาดทุน พ.ศ. 2550 และพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561
ทาง ก.ล.ต. ยอมรับว่า ข้อมูลรายชื่อที่รวบรวมไว้อาจยังไม่ครอบคลุมทุกรายที่มีอยู่จริง และจะมีการปรับปรุงฐานข้อมูลเป็นระยะ เพื่อให้ทันต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา
สำหรับผู้ที่มีข้อสงสัยหรือพบเห็นพฤติกรรมน่าสงสัย สามารถติดต่อสอบถามได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 1207 หรือส่งอีเมลมาที่ [email protected]
ที่มา : sec
มุมมองผู้เขียน : จำนวนรายชื่อที่พุ่งขึ้นเกือบ 9,000 รายในเวลานี้ สะท้อนให้เห็นว่าการหลอกลวงด้านการลงทุนในไทยยังคงขยายตัวอย่างรวดเร็ว และปรับกลยุทธ์ให้แนบเนียนขึ้นเรื่อย ๆ โดยอาศัยชื่อเสียงของหน่วยงานหลักๆ มาเป็นเครื่องมือสร้างความน่าเชื่อถือ

