bitkub-banner

AI ทำให้ธุรกรรม Bitcoin ที่รองรับความปลอดภัยระดับควอนตัมถูกลงกว่า 80% ภายใน 1 สัปดาห์

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ต้นทุนโดยประมาณในการสร้างธุรกรรม Bitcoin ที่ออกแบบมาให้ต้านทานการโจมตีจากคอมพิวเตอร์ควอนตัม ลดลงจากราว 320 ดอลลาร์ เหลือเพียง 67 ดอลลาร์ ภายในเวลาเพียง 1 สัปดาห์
  • การแข่งขันของ StarkWare, Yukon Research และ Eigen Labs เปิดให้นักพัฒนาและ AI เข้ามาช่วยกันปรับปรุงกระบวนการคำนวณ โดยโมเดล AI หลายตัวสามารถทำผลงานติดอันดับต้น ๆ
  • ความสำเร็จนี้ยังไม่ได้หมายความว่า Bitcoin ปลอดภัยจากควอนตัมทั้งเครือข่าย แต่แสดงให้เห็นว่าการสร้างธุรกรรมแบบ Quantum-safe สามารถทำได้ถูกและมีประสิทธิภาพมากขึ้นอย่างรวดเร็ว

แนวโน้มผลกระทบ: Neutral

ข่าวนี้มีผลต่อราคา Bitcoin ในระยะสั้นค่อนข้างจำกัด เนื่องจากเป็นความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีความปลอดภัยมากกว่าปัจจัยที่ส่งผลต่ออุปสงค์โดยตรง อย่างไรก็ตาม หากเทคโนโลยี Quantum-safe มีต้นทุนต่ำลงต่อเนื่อง ก็อาจช่วยลดความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงจากคอมพิวเตอร์ควอนตัมในระยะยาว

วงการ Bitcoin กำลังมีความคืบหน้าที่น่าสนใจในการรับมือกับภัยคุกคามจากคอมพิวเตอร์ควอนตัม หลังการแข่งขัน Quantum-Safe Bitcoin Optimization Challenge ซึ่งจัดโดย StarkWare ร่วมกับ Yukon Research และ Eigen Labs สามารถลดต้นทุนโดยประมาณในการสร้างธุรกรรม Bitcoin ที่ต้านทานควอนตัมจากประมาณ 320 ดอลลาร์ เหลือเพียง 67 ดอลลาร์ภายในเวลา 1 สัปดาห์ หรือลดลงเกือบ 80% ตามรายงานของ Decrypt

การแข่งขันดังกล่าวเปิดให้นักพัฒนาเข้ามาช่วยกันปรับปรุงโค้ดและกระบวนการคำนวณที่อยู่เบื้องหลังธุรกรรม Quantum-safe โดยต้นทุนที่ลดลงไม่ได้หมายถึงค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมบนเครือข่าย Bitcoin แต่เป็นค่าใช้จ่ายด้าน GPU ที่จำเป็นต้องใช้ในการค้นหาคำตอบจากการคำนวณแบบ Brute-force ก่อนสร้างธุรกรรมขึ้นมา

AI ทำผลงานโดดเด่นในการแข่งขัน

หนึ่งในประเด็นที่น่าสนใจคือ AI เข้ามามีบทบาทอย่างมากในการเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการดังกล่าว โดย StarkWare ระบุว่าผลงานที่ทำสถิติได้ดีที่สุดหลายรายการมาจากนักพัฒนาที่ใช้ AI Models เข้ามาช่วยในการเขียนและปรับปรุงโค้ด

โมเดลที่ถูกกล่าวถึงว่าทำผลงานอยู่ในกลุ่มผู้นำ ได้แก่ Anthropic Opus 5 และ Fable 5.1 ขณะที่ OpenAI GPT-6 Astra, Grok 4.6 และ Kimi ก็สามารถทำผลงานตามมาในระดับใกล้เคียงกัน

ขณะเดียวกัน Benchmark สำคัญรายการหนึ่งสามารถเพิ่มประสิทธิภาพจากการประมวลผลประมาณ 146 ล้าน Candidates ต่อวินาที เป็นมากกว่า 820 ล้าน Candidates ต่อวินาที บน GPU RTX 4090 และมีการปรับปรุงที่ได้รับการยอมรับเข้าสู่การแข่งขันแล้วถึง 62 รายการ

แต่ Bitcoin ยังไม่ได้ “Quantum-safe” ทั้งเครือข่าย

แม้ตัวเลขต้นทุนจะลดลงอย่างมาก แต่ StarkWare เตือนว่าตัวเลข 67 ดอลลาร์เป็นเพียง ต้นทุนโดยประมาณภายใต้สมมติฐานด้าน Hardware ไม่ใช่ราคาคงที่ และสามารถเปลี่ยนแปลงได้ทันทีเมื่อมีผู้เข้าแข่งขันค้นพบวิธีเพิ่มประสิทธิภาพใหม่ ๆ

ที่สำคัญกว่านั้น การพัฒนาในครั้งนี้ไม่ได้หมายความว่า Bitcoin ทั้งเครือข่ายสามารถป้องกันการโจมตีจากคอมพิวเตอร์ควอนตัมได้แล้ว เนื่องจากธุรกรรมรูปแบบดังกล่าวยังมีข้อจำกัด และในปัจจุบันยังต้องส่งธุรกรรมโดยตรงไปยังนักขุด

แนวทาง Quantum-Safe Bitcoin หรือ QSB ของ StarkWare ยังสามารถปกป้องได้เฉพาะ Bitcoin บางประเภท โดยเฉพาะเหรียญที่ Public Key ยังไม่ถูกเปิดเผย ขณะที่เหรียญใน Address ที่เปิดเผย Public Key ไปแล้วจะยังมีความเสี่ยงอยู่

ประเด็นนี้สอดคล้องกับความเคลื่อนไหวก่อนหน้านี้ของ StarkWare ที่เคยทดสอบธุรกรรม Bitcoin แบบ Quantum-safe บน Mainnet สำเร็จเป็นครั้งแรก แต่บริษัทยังคงระบุว่าการอัปเกรดระดับ Protocol เช่น Soft Fork ยังเป็นแนวทางระยะยาวที่สำคัญกว่า

AI อาจเป็นตัวเร่งสำคัญในการรับมือ “Q-Day”

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ความกังวลเกี่ยวกับ “Q-Day” หรือวันที่คอมพิวเตอร์ควอนตัมมีความสามารถมากพอที่จะโจมตีระบบเข้ารหัสที่ใช้ปกป้องสินทรัพย์ดิจิทัลเพิ่มขึ้น โดย Bitcoin ใช้ระบบ Elliptic-curve cryptography ซึ่งในทางทฤษฎีอาจได้รับผลกระทบจากคอมพิวเตอร์ควอนตัมที่มีประสิทธิภาพเพียงพอ

ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain เคยรายงานถึงความคืบหน้าของ QSB และแนวทางอื่น ๆ สำหรับป้องกัน Bitcoin จากภัยควอนตัม มาแล้ว โดยประเด็นสำคัญคือชุมชนกำลังพยายามหาวิธีเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบที่ปลอดภัยกว่า ก่อนที่ Quantum Computer จะมีความสามารถในการโจมตีระบบจริง

สำหรับมุมมองต่อจากนี้ การที่ AI สามารถช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพของการสร้างธุรกรรม Quantum-safe ได้อย่างรวดเร็วถือเป็นพัฒนาการที่น่าสนใจ เพราะอาจทำให้การเตรียม Bitcoin รับมือกับภัยควอนตัมเป็นเรื่องที่เข้าถึงได้มากขึ้น แต่สิ่งที่ตลาดต้องจับตาต่อไปคือการเปลี่ยนจากการทดลองเฉพาะธุรกรรมไปสู่แนวทางที่สามารถปกป้อง Bitcoin ในระดับเครือข่ายได้จริง

แหล่งข้อมูล