bitkub-banner

NEAR Spot ETF ได้รับอนุมัติเป็นครั้งแรกในสหรัฐฯ คาดเริ่มเปิดเทรด 29 ก.ย. นี้ 

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • สหรัฐฯ อนุมัติกองทุน Spot NEAR ETF ตัวแรกในชื่อ NRR ของ Bitwise โดยจะเริ่มซื้อขายวันที่ 29 กันยายน
  • กองทุนคิดค่าธรรมเนียมจัดการ 0.75% และจะนำสินทรัพย์ไป Staking เพื่อสร้างผลตอบแทนโดยมี Coinbase Custody กับ BNY Mellon เป็นผู้ดูแล
  • Bitwise คาดการณ์ราคา NEAR ปี 2030 ไว้ที่ $156 ในกรณีปกติ แต่อาจไปได้สูงถึง $562 โดยอิงจากการเติบโตของ AI Agents

แนวโน้มผลกระทบ: Bullish

สหรัฐฯ ได้อนุมัติการจัดตั้งกองทุน Spot NEAR ETF ตัวแรกภายใต้การบริหารของ Bitwise ซึ่งเตรียมเปิดซื้อขายในวันที่ 29 กันยายนนี้ โดยเปิดโอกาสให้นักลงทุนเข้าถึงเหรียญ NEAR และรับผลตอบแทนจากการ Staking ผ่านผู้ดูแลทรัพย์สินระดับสถาบันอย่าง Coinbase Custody และ BNY Mellon พร้อมทั้งมีการเปิดเผยรายงานคาดการณ์ราคาในปี 2030 ว่าอาจพุ่งสูงจากกระแสการใช้งาน AI Agents ในอนาคต

Near Protocol (NEAR) หนึ่งในโปรเจกต์หัวแถวของอุตสาหกรรมคริปโทฯ ในที่สุดก็ได้รับการอนุมัติให้มีการเปิดกองทุน Spot ETF ในสหรัฐฯ เป็นครั้งแรก หลังจากที่ Bitwise บริษัทจัดการสินทรัพย์คริปโทเคอร์เรนซี ได้ผ่านด่านสำคัญจากหน่วยงานกำกับดูแล 2 แห่ง

NEAR ETF ตัวแรกในสหรัฐฯ 

เมื่อวันที่ 24 ที่ผ่านมา Bitwise ได้รับการอนุมัติการจดทะเบียนจากตลาดหลักทรัพย์ NYSE Arca และการออกหนังสือแจ้งการยื่นจดทะเบียนจาก SEC เพื่อเปิดตัวกองทุน NEAR ETF

กองทุนดังกล่าวจะใช้สัญลักษณ์ในการซื้อขายว่า “NRR” และคาดว่าจะเริ่มทำการซื้อขายประมาณวันที่ 29 กันยายนนี้ โดยนับเป็น ETF Spot ของ Near กองแรกในสหรัฐอเมริกา ซึ่งกำลังได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างมากจากตลาด

จุดเด่นของผลิตภัณฑ์ชนิดนี้ คือการทำให้นักลงทุนเข้าถึงกองทุนที่มีการถือครองเหรียญ Near โดยตรงพร้อมนำสินทรัพย์ทั้งหมดไปทำการ Staking เพื่อสร้างผลตอบแทนเพิ่มเติม นอกเหนือจากกำไรที่ได้รับจากการเพิ่มขึ้นของราคาเหรียญ

กองทุนคิดค่าธรรมเนียมการจัดการรายปีอยู่ที่ 0.75% โดยจะมีการหักรายได้จากการ Staking ประมาณ 33% เป็นค่าใช้จ่ายในการ Staking ส่วนที่เหลืออีกประมาณ 67% จะถูกนำไปรวมเข้ากับสินทรัพย์ของกองทุน

ในส่วนของการดูแลรักษาทรัพย์สิน กองทุนได้มอบหมายให้ Coinbase Custody เป็นผู้จัดเก็บโทเคน NEAR ขณะที่ BNY Mellon สถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ระดับโลก จะเข้ามาดูแลระบบบริหารจัดการเงินสดและงานธุรการทั้งหมด 

สำหรับรายละเอียด ด้านทุนตั้งต้น (seed funding) ในช่วงแรกยังมีขนาดค่อนข้างเล็ก โดยเอกสารเปิดเผยข้อมูล ณ วันที่ 28 กรกฎาคม 2026 ระบุว่า บริษัทได้ออกหุ้นเริ่มต้นเพียง 8 หุ้น ที่ราคาหุ้นละ 25 ดอลลาร์ คิดเป็นมูลค่าสินทรัพย์สุทธิเพียง 200 ดอลลาร์ 

อย่างไรก็ตาม ก่อนที่จะมีการจดทะเบียนเข้าซื้อขายในตลาดอย่างเป็นทางการ บริษัทมีแผนเตรียมจัดหาทุนหมุนเวียนครั้งใหญ่ ผ่านการเสนอขายหุ้นในลักษณะ “Seed Basket” ด้วยมูลค่าราว 500,000 ดอลลาร์ หรือคิดเป็นจำนวน 20,000 หุ้น เพื่อเตรียมความพร้อมของสภาพคล่องก่อนเปิดเทรดจริง 

คาดการณ์ราคา Near ในปี 2030

ในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี 2025 บริษัทย่อยในยุโรปของ Bitwise ได้เผยแพร่รายงานวิเคราะห์เจาะลึกแนวโน้มการลงทุนของโทเคน NEAR โดยได้จำลองสถานการณ์ราคาในอนาคตไว้อย่างน่าสนใจครอบคลุมทั้ง 3 กรณีดังนี้ 

ในสถานการณ์ที่ตลาดเติบโตตามปกติ Bitwise คาดการณ์ว่าราคา NEAR จะทะยานขึ้นไปแตะระดับ 156 ดอลลาร์ภายในสิ้นปี 2030 สมมติฐานนี้ตั้งอยู่บนความเชื่อมั่นว่า AI Agents จะถูกนำมาใช้งานในเชิงพาณิชย์อย่างแพร่หลาย โดยคาดว่าภายในปี 2030 จะมี AI Agents บนโลกมากถึง 1.64 หมื่นล้านตัว และเครือข่าย NEAR จะสามารถดึงดูดฐานผู้ใช้งานในกลุ่มนี้ได้ราว 2% 

ถัดมา ในกรณีขาขึ้นจะเป็นการคาดการณ์บนสมมติฐานที่ว่า Near จะกลายเป็นเลเยอร์การชำระเงินหลักสำหรับการประมวลผลของ AI โดยครอบคลุมภาระหน้าที่ตั้งระบบทางการเงินอัตโนมัติ ไปจนถึงการทำงานแบบ B2B ส่งผลทำให้ราคาน่าจะพุ่งไปถึง $562

นอกจากนี้ Bitwise ยังประเมินว่าจำนวน AI Agents ทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นเป็น 3.17 หมื่นล้านตัว โดย Near สามารถครองส่วนแบ่งได้ 3% และ AI Agent แต่ละตัวจะทำธุรกรรมความถี่สูงเฉลี่ย 1,250 รายการต่อปี

ในทางกลับกันกรณีขาลง บริษัทตั้งสมมติฐานว่าแพลตฟอร์ม AI แบบรวมศูนย์ เช่น OpenAI, Anthropic และ Meta จะเข้ามาครองการประสานงานระหว่าง AI Agents ผ่านอินเทอร์เฟซของตนเอง หากเป็นเช่นนั้น ความต้องการใช้งานบล็อกเชนอย่าง NEAR จะลดลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และอาจฉุดให้ราคาเหรียญร่วงลงไปเหลือเพียง 1.63 ดอลลาร์ 

ที่มา: Coinpost


มุมมองผู้เขียน: การอนุมัติ Spot NEAR ETF ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ช่วยดึงดูดเงินลงทุนจากสถาบันการเงินและเพิ่มสภาพคล่องให้กับระบบนิเวศ โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนระยะยาวผูกติดกับการเติบโตของเทคโนโลยี AI Agents ตามมุมมองของ Bitwise ซึ่งอาจสร้างแรงผลักดันครั้งใหญ่หากมีการใช้งานจริงในสเกลที่คาดการณ์ไว้