สรุปข่าว
- Michael Saylor มองว่า 24 เดือนข้างหน้าจะเป็นช่วงสำคัญของตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล โดย SEC, CFTC, Treasury และทำเนียบขาวจะมีบทบาทหลัก
- Saylor เรียกร้องกฎที่คุ้มครองสิทธิในการสร้าง ถือครอง โอน และใช้งานสินทรัพย์ดิจิทัล
- เขามองว่า Bitcoin, Stablecoin และ Tokenized Assets จะมีบทบาทมากขึ้น หากกฎระเบียบเปิดทางให้ภาคการเงินเข้ามาใช้งานสินทรัพย์เหล่านี้
แนวโน้มผลกระทบ: Bullish
Michael Saylor มองว่า 24 เดือนข้างหน้าอาจเป็นช่วงสำคัญของอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล โดยมี SEC, CFTC, กระทรวงการคลังสหรัฐฯ และทำเนียบขาวเข้ามามีบทบาทกำหนดทิศทางกฎระเบียบ Saylor เรียกร้องให้สหรัฐฯ มีกฎที่คุ้มครองสิทธิในการสร้าง ถือครอง โอน และใช้งานสินทรัพย์ดิจิทัล นอกจากนี้เขายังมองว่า Bitcoin, Stablecoin และ Tokenized Assets มีโอกาสเข้ามามีบทบาทในระบบการเงินมากขึ้น หากสหรัฐฯ วางกรอบกำกับดูแลที่เอื้อต่อการใช้งานสินทรัพย์ดิจิทัล
Michael Saylor ประธานบริหารของ Strategy มองว่า 24 เดือนข้างหน้าอาจเป็นช่วงเวลาสำคัญของอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล โดยมี CFTC, SEC, กระทรวงการคลังสหรัฐฯ และทำเนียบขาวเป็นหน่วยงานหลักที่มีบทบาทต่อทิศทางตลาด
Saylor กล่าวในงาน Freedom Tech DC Summit ของ Bitcoin Policy Institute ว่า นโยบายด้านกฎระเบียบอาจส่งผลต่อการพัฒนาและการใช้งานสินทรัพย์ดิจิทัล พร้อมเรียกร้องให้สหรัฐฯ มีกฎที่คุ้มครองสิทธิในการสร้าง ถือครอง โอน และใช้งานสินทรัพย์ดิจิทัล
เขาเสนอแนวคิด “Bill of Digital Rights” เพื่อคุ้มครองสิทธิพื้นฐานในการใช้งานสินทรัพย์ดิจิทัล พร้อมระบุว่า กฎระเบียบควรเปิดพื้นที่ให้นวัตกรรมเดินหน้า แทนที่จะสร้างข้อจำกัดที่ขวางการพัฒนาอุตสาหกรรม
Saylor ยังมองว่า การเปลี่ยนแปลงในภาคสินทรัพย์ดิจิทัลจะครอบคลุมทั้ง Bitcoin, Stablecoin และ Tokenized Assets รวมถึงการเปิดทางให้ธนาคารและสถาบันการเงินเข้ามาให้บริการที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์เหล่านี้มากขึ้น
ในส่วนของ Bitcoin เขามองว่า การนำสินทรัพย์เข้าสู่ระบบธนาคารและตลาดทุน ตลอดจนการใช้ Bitcoin เป็นหลักประกัน จะมีบทบาทต่อการขยายการใช้งานในระบบการเงิน
ขณะนี้กรอบกฎหมายคริปโตของสหรัฐฯ ยังอยู่ระหว่างการพัฒนา โดย Saylor ให้ความสำคัญกับการกำหนดสิทธิในการใช้งานสินทรัพย์ดิจิทัล และเห็นว่ากฎควรเอื้อต่อการใช้งานมากกว่าการควบคุมเพียงด้านเดียว
Strategy ระบุว่า Saylor มองตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลมีศักยภาพขยายจากมูลค่าราว 3 ล้านล้านดอลลาร์ไปสู่ 100 ล้านล้านดอลลาร์ หากโครงสร้างพื้นฐานและกฎระเบียบเอื้อต่อการนำสินทรัพย์ดิจิทัลเข้าสู่ระบบการเงินมากขึ้น
ทั้งนี้ ตัวเลขดังกล่าวเป็นเพียงมุมมองของ Saylor และไม่ใช่การคาดการณ์ที่รับประกันว่าจะเกิดขึ้นจริง
มุมมองผู้เขียน: แนวทางการกำกับดูแลตลาดคริปโตในสหรัฐฯ อาจมีส่วนสำคัญต่อทิศทางตลาดในระยะต่อไป นักลงทุนจึงควรติดตามข่าวความคืบหน้าด้านกฎระเบียบอย่างใกล้ชิด เพราะรายละเอียดของกติกาอาจส่งผลต่อการไหลเข้าของเงินทุนและการใช้งานสินทรัพย์ดิจิทัล

