สรุปข่าว
- ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 30 ปี ขึ้นไปแตะ 5.595% สูงสุดนับตั้งแต่ปี 2002
- ข้อมูลทางการระบุว่าเมื่อวันที่ 28 ก.ย. อัตราผลตอบแทนปิดที่ 5.56% เพิ่มขึ้น 7 bps จากสัปดาห์ก่อน ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตร 10 ปีก็ขยับเหนือ 5.20%
- ต้นทุนการกู้ยืมระยะยาวที่สูงขึ้นกดดันมูลค่าสินทรัพย์เสี่ยงในระยะยาว ขณะที่ตลาดคริปโตยังเคลื่อนไหวในกรอบแคบ
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bearish
เมื่อพันธบัตรรัฐบาลที่ถือว่าปลอดภัยที่สุดให้ผลตอบแทนเกิน 5.5% เงินทุนสถาบันจะมีแรงจูงใจน้อยลงที่จะเข้าถือสินทรัพย์เสี่ยงอย่าง Bitcoin นอกจากนี้ อัตราคิดลดที่สูงขึ้นยังกดดันมูลค่าสินทรัพย์เติบโตและสภาพคล่องในตลาด
ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 30 ปีพุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2002 ตามรายงานจาก Watcher.Guru เมื่อช่วงค่ำวันที่ 29 ก.ย. 2569 โดยกราฟที่แนบมากับโพสต์แสดงอัตราผลตอบแทนล่าสุดที่ 5.595% ข้อมูลกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ระบุว่าวันที่ 28 ก.ย. อัตราผลตอบแทนปิดที่ 5.56% เพิ่มขึ้น 7 bps จาก 5.49% เมื่อวันที่ 25 ก.ย. ถือเป็นระดับสูงสุดในรอบ 24 ปี และยังยืนอยู่ในช่วง 5.56-5.58% ต่อเนื่องระหว่างวันที่ 29 ก.ย.

ไม่ใช่การพุ่งชั่วคราว แต่เป็นขาขึ้นต่อเนื่องหลายสัปดาห์
ทวีตของ Watcher.Guru ไม่ได้ระบุตัวเลขอัตราผลตอบแทนหรือบอกว่าเป็นระดับปิดหรือระหว่างวัน ข้อมูลเพิ่มเติมชี้ว่าเป็นการไต่ระดับต่อเนื่อง โดยเมื่อวันที่ 18 ส.ค. อัตราผลตอบแทนพันธบัตร 30 ปีเคยแตะ 5.33% และอยู่แถว 5.29% ในช่วงต้นเดือน ก.ย. ก่อนจะทำจุดสูงใหม่ในสัปดาห์นี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตร 10 ปียังขยับขึ้นไปแตะ 5.26% ด้วย
ปัจจัยหนุนมาจากภาระหนี้สาธารณะสหรัฐฯ ที่ทะลุ 40 ล้านล้านดอลลาร์ ทำให้กระทรวงการคลังต้องออกพันธบัตรระยะยาวในปริมาณมาก นักลงทุนจึงเรียกร้องผลตอบแทนส่วนเพิ่มสำหรับการถือตราสารระยะยาว ขณะเดียวกันตลาดยังคาดว่าอัตราดอกเบี้ยจะอยู่ในระดับสูงนานขึ้น เพราะแรงกดดันจากราคาพลังงานและเงินเฟ้อที่ยังลดลงช้า
ทำไมปี 2002 จึงเป็นหมุดหมายสำคัญ
การเทียบกับปี 2002 สะท้อนยุคหลังฟองสบู่ดอทคอมแตก ซึ่งเป็นช่วงสุดท้ายที่พันธบัตรระยะยาวซื้อขายเหนือ 5.5% เป็นเรื่องปกติ ก่อนที่กระทรวงการคลังจะระงับการออกพันธบัตร 30 ปีตั้งแต่ต้นปี 2002 จนถึงเดือน ก.พ. 2006 การกลับมาสู่ระดับนี้จึงเป็นสัญญาณว่าต้นทุนเงินทุนระยะยาวเข้าสู่ยุคที่แพงที่สุดในรอบสองทศวรรษ
ผลต่อสินทรัพย์เสี่ยงและตลาดคริปโต
โดยทฤษฎี ผลตอบแทนที่ปลอดความเสี่ยงสูงขึ้นจะทำให้สินทรัพย์ที่ไม่มีกระแสเงินสดอย่าง Bitcoin แข่งขันได้ยากขึ้น และบีบสภาพคล่องที่หนุนการเก็งกำไรในตลาดฟิวเจอร์และ DeFi อย่างไรก็ตาม ณ ตอนนี้ตลาดคริปโตยังไม่แสดงปฏิกิริยารุนแรง Bitcoin ซื้อขายราว $83,500 และ Ethereum ราว $2,700 โดยขยับไม่ถึง 1.5% ในชั่วโมงที่ผ่านมา
ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า Bitcoin จ่อหลุด $83,000 ตลาดผวา 2 แรงกดดันจากจุดยืนนิวเคลียร์อิหร่าน-พันธบัตรสหรัฐฯ ซึ่งสะท้อนว่าตลาดเริ่มจับตาพันธบัตรเป็นตัวแปรสำคัญ
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าตัวเลขนี้เป็นเรื่องที่ตลาดคริปโตประเมินต่ำไปนิด เพราะราคายังนิ่งอยู่ ทั้งที่ต้นทุนเงินทุนกำลังไต่ขึ้นทุกสัปดาห์ ผลกระทบแบบนี้มักค่อย ๆ ซึมมากกว่าจะเห็นทันที คนที่ใช้เลเวอเรจสูงน่าจะเป็นกลุ่มที่เสี่ยงสุดถ้าผลตอบแทนทะลุ 5.6% ไปต่อ สิ่งที่ควรจับตาคือผลประมูลพันธบัตรระยะยาวรอบถัดไปและตัวเลขเงินเฟ้อ ถ้าอัตราผลตอบแทนยังไต่ต่อ แรงกดดันต่อสินทรัพย์เสี่ยงก็มีโอกาสชัดขึ้นในสัปดาห์ข้างหน้า
ที่มา: @WatcherGuru
ภาพจาก AI

