bitkub-banner

ทำไมคริปโทฯ ยังดึงดูดนักลงทุนอินเดีย แม้ตลาดหุ้นกำลังเจอแรงกดดันจนร่วงหนัก

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • เศรษฐกิจอินเดียโต 7.8% ในไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2027 แต่หุ้นอินเดียปรับตัวลงในเดือนกันยายนจากแรงขายของนักลงทุนต่างชาติ ขณะที่ความสนใจในสินทรัพย์ดิจิทัลยังไม่จางหาย
  • อินเดียมีนักลงทุนคริปโทฯราว 70 ถึง 90 ล้านราย แม้ต้องเสียภาษีกำไร 30% และถูกหัก ณ ที่จ่ายอีก 1% ทุกธุรกรรมที่เข้าเกณฑ์
  • ข้อมูลยังสรุปไม่ได้ว่าเงินย้ายจากหุ้นไปคริปโทฯจริงหรือไม่ ขณะที่ ธนาคารกลางอินเดีย (RBI) ยังกังวลเรื่องเสถียรภาพการเงิน และกรอบกฎหมายที่ยังไม่สมบูรณ์

แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา : Neutral

ข่าวนี้สะท้อนความสนใจของนักลงทุนชาวอินเดียที่ยังคงแข็งแกร่ง แต่ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่า มีการโยกย้ายเงินทุนจากตลาดหุ้นเข้าสู่คริปโทฯ โดยตรง ทั้งยังมีแรงถ่วงสำคัญจากอัตราภาษีที่สูงและความไม่แน่นอนด้านกฎหมาย จึงทำให้ประเด็นนี้ยังไม่ส่งผลกระทบต่อราคาอย่างชัดเจนในระยะสั้น

เศรษฐกิจอินเดียกำลังวิ่งแรง แต่ตลาดหุ้นกลับสวนทาง ข้อมูลจากกระทรวงสถิติและการจัดทำโปรแกรม (MoSPI) ระบุว่า GDP โต 7.8% ในไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2027 ช่วงเดือนเมษายนถึงมิถุนายน 2026 แต่หุ้นอินเดียอ่อนตัวลงในเดือนกันยายน เพราะนักลงทุนต่างชาติแห่เทขาย 

อีกด้านหนึ่ง ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลยังคงเห็นแรงซื้อและกระแสความสนใจจากนักลงทุนชาวอินเดียเข้ามาอย่างต่อเนื่อง แม้ข้อมูลในปัจจุบันจะยังไม่สามารถสรุปได้แน่ชัดว่า เป็นการโยกย้ายเงินทุนจากตลาดหุ้นเข้าสู่คริปโทฯ โดยตรงก็ตาม แต่สิ่งที่ปรากฏชัดคือ ระดับความสนใจในสินทรัพย์ดิจิทัลที่สูงจนน่าจับตา 

ท่ามกลางตลาดลงทุนในประเทศขนาดใหญ่ ซึ่งอุตสาหกรรมกองทุนรวมอินเดียมีสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) สูงถึง 87.08 ล้านล้านรูปี ณ สิ้นเดือนสิงหาคม 2026

ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนเป็นอีกตัวแปรสำคัญ เมื่อลงทุนในสินทรัพย์สกุลดอลลาร์ โดยการอ่อนค่าของเงินรูปีจะช่วยดันมูลค่าสินทรัพย์เมื่อคำนวณเป็นเงินรูปีให้สูงขึ้น แม้ราคาดอลลาร์จะนิ่งอยู่กับที่ และในทางกลับกันหากเงินรูปีแข็งค่า ผลลัพธ์ก็จะพลิกเป็นตรงกันข้ามทันที ซึ่งปัจจัยนี้ส่งผลกระทบโดยตรงทั้งต่อการลงทุนในหุ้นต่างประเทศและคริปโทฯ

ตลาดคริปโทฯอินเดียโตต่อ แม้แบกภาษี 30%

รายงาน Asia Capital Markets Report ประจำปี 2026 ของ OECD ชี้ว่า อินเดียและเกาหลีใต้เป็นสองประเทศที่มีเงินทุนไหลเข้าสินทรัพย์คริปโทฯสูงสุดในเชิงมูลค่า ตามข้อมูลถึงเดือนมิถุนายน 2025

ซึ่ง Ashish Singhal ผู้ร่วมก่อตั้ง CoinSwitch ประเมินว่า อินเดียมีนักลงทุนคริปโทฯราว 70 ถึง 90 ล้านราย ส่วนใหญ่เป็นคนรุ่นใหม่ และฐานผู้ใช้งานกระจายไปถึงเมืองรอง ไม่ได้กระจุกอยู่แค่เมืองใหญ่

ความร้อนแรงนี้เกิดขึ้นท่ามกลางต้นทุนทางภาษีที่ค่อนข้างหนักหน่วง เนื่องจากกำไรจากการโอนสินทรัพย์ดิจิทัลจะต้องถูกจัดเก็บภาษีในอัตราสูงถึง 30% แถมยังมีการหักภาษี ณ ที่จ่ายอีก 1% ในทุกๆ ธุรกรรมที่เข้าเกณฑ์ และที่สำคัญไปกว่านั้นคือ ผลขาดทุนจากการลงทุนในคริปโทฯ ไม่สามารถนำไปใช้หักลบกับรายได้ประเภทอื่น เพื่อช่วยลดหย่อนภาษีได้เลยแม้แต่น้อย

ธนาคารกลางอินเดีย ยังห่วงเสถียรภาพ ขณะที่กรอบกฎหมายยังไม่นิ่ง

ธนาคารกลางอินเดีย (RBI) ยังคงส่งสัญญาณแสดงความกังวลผ่านมติการกำกับดูแลว่า สินทรัพย์คริปโทฯ อาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางการเงินของประเทศ แม้ในปัจจุบันกระดานเทรดจะปฏิบัติตามกฎหมายป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (AML) และมีการรายงานข้อมูลธุรกรรมต่อกรมสรรพากรแล้วก็ตาม 

แต่โครงสร้างกฎหมายกำกับดูแล และมาตรการคุ้มครองนักลงทุนที่ชัดเจนยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นเท่านั้น ซึ่งส่งผลให้ผู้ซื้อขายยังต้องแบกรับความเสี่ยงด้วยตนเองเต็มๆ ทั้งจากความผันผวนของราคา ความมั่นคงของกระดานเทรด และการขาดช่องทางเยียวยาทางกฎหมายหากเกิดความเสียหาย 

ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญจึงได้ออกเตือนว่า การเข้ามาลงทุนโดยคาดหวังผลตอบแทนสูงในระยะสั้นอาจจบลงด้วยความสูญเสียอย่างหนัก

ที่มา : analyticsinsight


มุมมองผู้เขียน : ความสนใจของนักลงทุนชาวอินเดียดูเป็นโครงสร้างระยะยาวมากกว่าปรากฏการณ์ชั่วคราว เพราะแม้จะเผชิญกับภาษีที่ค่อนข้างโหด แต่ผู้คนก็ยังคงเข้ามาลงทุนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหากอินเดียมีการปรับปรุงกรอบภาษีหรือวางกฎเกณฑ์กำกับดูแลให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้นในอนาคต ตลาดนี้ก็จะมีศักยภาพในการเติบโตอีกมาก