สรุปข่าว
- Ethereum Foundation เปิดตัวระบบ zkAPI ร่วมกับ Open Anonymity บน Ethereum mainnet เพื่อให้ผู้ใช้งานชำระค่าโมเดล AI และ API ได้โดยไม่ต้องเปิดเผยตัวตน
- ระบบทำงานโดยใช้การฝากเหรียญใน vault contract และสร้าง zero-knowledge proof เพื่อออก API key ชั่วคราว พร้อมใช้ “nullifier” ป้องกันการใช้เงินซ้ำซ้อน
- รองรับการใช้งานหลากหลาย เช่น แชท AI, การสร้างภาพ/วิดีโอ, การจ่ายเงินระหว่าง AI (M2M) และคำขอข้อมูล RPC บนบล็อกเชน
แนวโน้มผลกระทบ: Neutral
Ethereum Foundation เปิดตัวระบบ zkAPI ซึ่งพัฒนาขึ้นร่วมกับ Open Anonymity บน Ethereum mainnet เพื่อแก้ปัญหาการติดตามตัวตนผ่าน API key และบัญชีการชำระเงินแบบเดิม แต่ก็ยังคงมีข้อจำกัดเรื่อง IP และความเสี่ยงจากการเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวผ่านการพร้อมต์ข้อมูล
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา Ethereum Foundation ได้ทำการเปิดตัว zkAPI ระบบที่จะเปิดให้ผู้ใช้งานสามารถชำระค่าโมเดล AI และ APIs ต่างๆ โดยที่ไม่ต้องทำการเปิดเผยตัวตนว่าเป็นใคร ด้วยความร่วมมือกับ Open Anonymity (OA) โปรเจกต์โอเพ่นซอร์ส ด้านความเป็นส่วนตัว ซึ่งเปิดให้บริการแล้วบน Ethereum mainnet
ตัวของระบบจะเป็นการต่อยอดปรับปรุงดีไซน์จาก Vitalik Buterin และ Davide Crapis โดยทาง Open Anonymity เปิดเผยว่าในปัจจุบัน API key ของผู้ใช้จะถูกชี้เป้ากลับมายังบัญชีต้นทาง ซึ่งจะรวมไปถึงบัญชีการชำระเงิน และทุกๆ พร้อมต์ที่ออกคำสั่งจะถูกจดบันทึก ทำให้ผู้ให้บริการสามารถติดตามและเชื่อมโยงทุกการใช้งานของคุณได้
zkAPI ทำงานอย่างไร
ในการใช้งาน zkAPI ผู้ใช้จำเป็นต้องทำการฝากเหรียญ เช่น ETH หรือ USDC เข้าไปใน vault contract บน Ethereum ที่จะเก็บข้อมูลเงินคงเหลือของผู้ใช้เป็น private note และในการที่จะใช้โทเคนดังกล่าว ซอฟต์แวร์จากผู้ใช้จะทำการสร้าง zero-knowledge proof เพื่อนำออกมาสร้างเป็น API key ชั่วคราวพร้อมกับเพดานการใช้งาน จากนั้นผู้ใช้จึงจะสามารถใส่ พรอมต์ เข้าไปยังโมเดล AI
หากใช้งานจนพอใจแล้ว หรือหมดอายุการใช้งาน เซิร์ฟเวอร์ก็จะทำการหักโทเคนออกไปจากกระเป๋าตามจำนวนที่ใช้อันเป็นการเสร็จสิ้นกระบวนการ
นอกจากนี้ ระบบยังจะมีการออก “nullifier” ซึ่งเป็นรหัสตัวเลขทุกครั้งที่ผู้ใช้ทำการจ่ายเงินในการใช้ AI โดยหากใครพยายามที่จะใช้เงินซ้ำซ้อน ระบบก็จะออกตัวเลขดังกล่าวออกมาเพื่อเป็นการเปิดเผยว่า ผู้ใช้มีความพยายามที่จะกระทำการดังกล่าว
การใช้งาน และ ข้อจำกัด
ในส่วนของการใช้งานทางทีมพัฒนาเผยว่า แชท AI และ Agent จะเป็นการใช้งานแรกที่รองรับ แต่ขณะเดียวกันระบบก็รองรับการสร้างภาพหรือวิดีโอ, การจ่ายเงินระหว่าง AI แบบ M2M, การใช้ VPN รวมไปถึง คำขอข้อมูล RPC บนบล็อกเชน
อย่างไรก็ตามระบบของ zkAPI ไม่ได้ครอบคลุมไปถึงการปกปิดตัวตนของเน็ตเวิร์ก ทำให้ตัวตนของผู้ใช้อาจถูกเปิดเผยได้จาก IP ซึ่งถ้าใครต้องการความเป็นส่วนตัวที่เหนือขั้นยิ่งกว่าก็สามารถทำได้ผ่านระบบของ Tor ซึ่งเป็นช่องทางที่ “ดาร์กเว็บ” ชอบใช้กันเพื่อปกปิดตัวตน แต่ถึงกระนั้น ข้อมูลของผู้ใช้ก็อาจหลุดไปได้อยู่ดีหากมีการ พรอมต์ ข้อมูลส่วนตัวลงไป จนสามารถปะติดปะต่อได้จากประวัติการใช้งาน
อย่างไรก็ตามระบบของ zkAPI ไม่ได้ครอบคลุมไปถึงการปกปิดตัวตนของเน็ตเวิร์ค ทำให้ตัวตนของผู้ใช้อาจถูกเปิดเผยได้จาก IP ซึ่งถ้าใครต้องการความเป็นส่วนตัวที่เหนือขั้นยิ่งกว่าก็สามารถทำได้ผ่านระบบของ Tor ซึ่งเป็นช่องทางที่ “ดาร์คเว็บ” ชอบใช้กันเพื่อปกปิดตัวตน แต่ถึงกระนั้น ข้อมูลของผู้ใช้ก็อาจหลุดไปได้อยู่ดีหากมีการพร้อมต์ข้อมูลส่วนตัวลงไป จนสามารถปะติดปะต่อได้จากประวัติการใช้งาน
ปัจจุบัน zkAPI แม้จะเปิดให้บริการแล้วแต่ก็ยังคงอยู่ในขั้นตอนการทดสอบ แต่อย่างน้อยการมีอยู่ของระบบดังกล่าวก็ถือเป็นการพัฒนาขึ้นไปอีกขั้นของ Ethereum ตามวิสัยทัศน์ของ Vitalik Buterin
ที่มา : The Block
มุมมองผู้เขียน : แม้การเปิดตัว zkAPI ถือเป็นก้าวสำคัญในการผลักดันความเป็นส่วนตัว แต่อย่างไรก็ตาม ความเป็นส่วนตัวสูงสุดยังคงต้องอาศัยความระมัดระวังของผู้ใช้งานในการหลีกเลี่ยงการเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวผ่านพร้อมต์และการจัดการเครือข่ายเพิ่มเติมมากกว่าการพึ่งพาแพลตฟอร์ม

