สรุปข่าว
- ประธานาธิบดี Trump กล่าวว่าเงินเฟ้ออาจช่วยให้สหรัฐฯ ชำระหนี้แห่งชาติราว 40 ล้านล้านดอลลาร์ได้ “อย่างรวดเร็วมาก”
- คำพูดนี้ถูกตีความว่าเป็นการเปิดทางให้นโยบายที่ปล่อยให้เงินเฟ้อสูง ซึ่งเป็นแนวคิดที่หนุนเรื่องเล่าการเสื่อมค่าของเงินดอลลาร์ และเป็นประโยชน์ต่อสินทรัพย์อย่างทองคำ เงิน และ Bitcoin
- ตอนนี้ยังเป็นเพียงคำพูด ไม่ใช่นโยบายที่ประกาศเป็นทางการ ต้องจับตาท่าทีของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) และกระทรวงการคลังต่อจากนี้
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bullish
การที่ผู้นำสหรัฐฯ พูดถึงเงินเฟ้อเป็นเครื่องมือลดภาระหนี้ ตอกย้ำมุมมองว่าเงินดอลลาร์อาจถูกทำให้อ่อนค่าในระยะยาว ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนระยะยาวของ Bitcoin และทองคำ แต่เพราะเป็นเพียงคำพูดและยังไม่มีมาตรการจริง ผลต่อราคาระยะสั้นจึงจำกัด
เมื่อเวลา 22:33 น. ตามเวลาไทย ของวันที่ 2 ต.ค. ตามรายงานจาก Watcher.Guru ประธานาธิบดี Donald Trump กล่าวว่าเงินเฟ้อสามารถช่วยลดหนี้แห่งชาติสหรัฐฯ มูลค่ากว่า 40 ล้านล้านดอลลาร์ได้ “อย่างรวดเร็วมาก” ขณะที่ Bull Theory ชี้ว่าคำพูดนี้ฟังดูน่าตกใจ แต่เมื่อดูตัวเลขทางคณิตศาสตร์แล้วมีเหตุผลรองรับ และหากสหรัฐฯ ลองใช้แนวทางนี้จริง ทองคำ เงิน และ Bitcoin อาจเป็นผู้ได้ประโยชน์มากที่สุด

ทำไมเงินเฟ้อถึงช่วยลดภาระหนี้ได้
หลักการพื้นฐานคือหนี้ของรัฐบาลสหรัฐฯ นับเป็นตัวเลขดอลลาร์ที่คงที่ เมื่อราคาสินค้าและรายได้โดยรวมของเศรษฐกิจสูงขึ้นจากเงินเฟ้อ ภาระหนี้เมื่อเทียบกับขนาดเศรษฐกิจจะเบาลงโดยอัตโนมัติ เพราะรัฐบาลจ่ายคืนด้วยเงินที่มีมูลค่าลดลง นี่คือเหตุผลที่นักเศรษฐศาสตร์บางส่วนมองว่าเงินเฟ้อเป็น “ภาษีทางอ้อม” ที่ผู้ถือเงินสดและพันธบัตรเป็นผู้แบกรับ
อย่างไรก็ตาม วิธีนี้มีต้นทุนสูง เพราะกำลังซื้อของประชาชนจะถูกกัดกร่อน และดอกเบี้ยที่รัฐบาลต้องจ่ายก็อาจสูงขึ้นตามความคาดหวังเงินเฟ้อของตลาดพันธบัตร
ผลกระทบต่อตลาดคริปโต
ราคา Bitcoin ขณะนี้อยู่ที่ราว $85,451 ลดลง 0.78% ในรอบ 1 ชั่วโมง และอยู่ต่ำกว่าจุดสูงสุดของช่วงนี้ที่ $87,085 ราว 1.88% ส่วน Ethereum อยู่ที่ $2,701.51 ลดลง 1.05% ในรอบ 1 ชั่วโมง ตลาดจึงยังไม่ตอบสนองต่อคำพูดนี้ด้วยแรงซื้อชัดเจน และยังเคลื่อนไหวตามปัจจัยระยะสั้นอื่น ๆ เป็นหลัก
ในมุมระยะยาว เรื่องเล่าว่าดอลลาร์กำลังเสื่อมค่าเป็นเหตุผลหลักที่นักลงทุนสถาบันซื้อ Bitcoin เป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยง ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า ทุนสถาบันไหลบ่า BlackRock นำทัพเงินไหลเข้า Bitcoin ETF ทุบสถิติสูงสุดในรอบ 11 เดือน ซึ่งสะท้อนความต้องการสินทรัพย์ทางเลือกที่เพิ่มขึ้น
คำพูดกับนโยบายจริงยังห่างกันมาก
ข้อมูลที่มีตอนนี้คือคำกล่าวของ Trump และการวิเคราะห์ในเธรดของ Bull Theory เท่านั้น ยังไม่มีมาตรการหรือแผนงานที่ประกาศอย่างเป็นทางการ และการปล่อยให้เงินเฟ้อสูงโดยตั้งใจต้องผ่านการตัดสินใจของ Fed ซึ่งมีหน้าที่ดูแลเสถียรภาพราคา นักลงทุนจึงควรแยกให้ออกระหว่างวาทศิลป์ทางการเมืองกับนโยบายที่ส่งผลต่อตลาดจริง
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าเรื่องนี้ฟังดูน่าตื่นเต้น แต่ยังเป็นแค่คำพูดมากกว่าสัญญาณนโยบาย ตลาดเองก็ยังไม่ได้ตื่นเต้นไปด้วยมากนัก เห็นได้จากราคา Bitcoin ที่ยังแกว่งอยู่ใต้จุดสูงสุดของช่วงนี้ สิ่งที่น่าติดตามมากกว่าคือท่าที Fed ในการประชุมครั้งถัดไป และตัวเลขเงินเฟ้อที่จะออกมา เพราะถ้าเงินเฟ้อเร่งตัวจริง เรื่องเล่าเรื่องการป้องกันการเสื่อมค่าของเงินจะมีน้ำหนักขึ้นเอง แต่ถ้าไม่เกิดอะไรขึ้นจริง คำพูดนี้ก็อาจเป็นเพียงข่าวที่ผ่านมาแล้วผ่านไป
ที่มา: Watcher.Guru, Bull Theory
ภาพจาก AI

