bitkub-banner

Vitalik เผา SHIB 2 แสนล้านบาท บทเรียนว่ามาร์เก็ตแคปมีมคอยน์ไม่ใช่เงินจริง

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปบทความ
  • ปี 2021 Vitalik Buterin เผา SHIB 410 ล้านล้านเหรียญ มูลค่าตอนนั้นราว $6.7 พันล้าน และบริจาคอีกราว 50 ล้านล้านเหรียญให้กองทุน CryptoRelief ของอินเดีย
  • Ryoshi ผู้ก่อตั้ง SHIB ส่งเหรียญครึ่งหนึ่งของซัพพลายเข้ากระเป๋า Vitalik เพื่อยืมความน่าเชื่อถือ แต่เงินบริจาคพันล้านดอลลาร์กลับแปลงเป็นเงินจริงเต็มจำนวนไม่ได้เพราะสภาพคล่องไม่พอ
  • ห้าปีผ่านไป มีมคอยน์ยังใช้ชื่อ Vitalik โปรโมต ผู้ถือควรดูความลึกของออเดอร์บุ๊กและสภาพคล่องมากกว่ามาร์เก็ตแคป

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  NEUTRAL

บทความนี้เป็นการย้อนรอยเหตุการณ์ในอดีตและให้ความรู้เรื่องสภาพคล่อง ไม่ได้มีปัจจัยใหม่ที่กระทบราคา SHIB โดยตรง จึงประเมินเป็นกลาง แต่ผู้ถือมีมคอยน์ควรระวังการประเมินมูลค่าพอร์ตจากมาร์เก็ตแคปเพียงอย่างเดียว

ลองนึกภาพว่าวันหนึ่งมีคนโอนเงินเข้ากระเป๋าคุณ 2 แสนล้านบาทโดยไม่บอกกล่าว แล้วคุณกดปุ่มเดียวเผามันทิ้งทั้งก้อน ฟังดูบ้า แต่นี่คือสิ่งที่ Vitalik Buterin ผู้ร่วมก่อตั้ง Ethereum ทำจริงในเดือนพฤษภาคม 2021 เขาส่ง SHIB จำนวน 410 ล้านล้านดอลลาร์ไปยัง address ที่ไม่มีใครถือกุญแจ ซึ่งตามราคาตลาดตอนนั้นมีมูลค่าราว $6.7 พันล้าน หรือกว่า 2 แสนล้านบาท

ไม่กี่วันก่อนหน้านั้น เขายังบริจาค SHIB อีกราว 50 ล้านล้านดอลลาร์ให้กองทุน CryptoRelief ที่ช่วยเหลืออินเดียช่วงโควิดระบาดหนัก สื่อทั่วโลกพาดหัวว่าเป็นการบริจาคมูลค่ากว่า $1 พันล้าน หรือกว่า 3 หมื่นล้านบาท แต่คำถามที่แทบไม่มีใครถามในวันนั้นคือ ตัวเลขพันล้านดอลลาร์ที่ว่านั้น เปลี่ยนเป็นเงินสดจริงได้เท่าไร

ห้าปีผ่านไป เรื่องนี้กลับมาเป็นกระแสอีกครั้งในชุมชนคริปโตใน X และผมคิดว่าถึงเวลาเล่าให้ครบ เพราะเบื้องหลังของมันคือภาพลวงตาที่ใหญ่ที่สุดของโลกมีมคอยน์ ที่คนไทยจำนวนมากยังติดอยู่จนถึงวันนี้

ประวัติศาสตร์ที่ชุมชน SHIB เล่าซ้ำไม่รู้จบ

ประวัติศาสตร์ที่ชุมชน SHIB เล่าซ้ำไม่รู้จบ
ภาพจาก AI

ช่วงตี 3 ของวันที่ 3 ต.ค. ตามเวลาไทย (20:16 UTC วันที่ 2 ต.ค.) บัญชี SHIBMortal โพสต์ว่า “ประวัติของ SHIB นั้นสุดเหลือเชื่อ ในปี 2021 Vitalik Buterin เผา SHIB ไป 410 ล้านล้านดอลลาร์ และบริจาคอีกกว่า 50 ล้านล้านดอลลาร์ให้กองทุนช่วยเหลือโควิดของอินเดีย เหตุการณ์เดียวที่เปลี่ยนซัพพลายของ SHIB ไปตลอดกาล จากมีมคอยน์กลายเป็นช่วงเวลาประวัติศาสตร์ของคริปโต”

โพสต์นี้ได้เอนเกจเมนต์สูงกว่าโพสต์ SHIB อื่นในช่วงเดียวกันอย่างชัดเจน และสะท้อนวิธีที่ชุมชนจดจำเรื่องนี้ ในฐานะ “ตำนาน” ที่ทำให้เหรียญดูยิ่งใหญ่ แต่ถ้ามองลึกลงไป สิ่งที่เกิดขึ้นจริงไม่ใช่เรื่องของความยิ่งใหญ่ แต่เป็นเรื่องของกลยุทธ์การตลาดที่แยบยล และการที่ Vitalik เป็นคนพังเกมนั้นด้วยมือตัวเอง

Ryoshi โยนเหรียญครึ่งโลกให้ Vitalik เพื่อยืมชื่อฟรี

Ryoshi โยนเหรียญครึ่งโลกให้ Vitalik เพื่อยืมชื่อฟรี
ภาพจาก AI

SHIB ถูกสร้างขึ้นในปี 2020 โดยผู้ก่อตั้งนิรนามที่ใช้ชื่อว่า Ryoshi ซัพพลายทั้งหมดมี 1 พันล้านล้านดอลลาร์ (1,000 ล้านล้าน) และ Ryoshi ตัดสินใจส่ง 50% ของทั้งหมด หรือราว 500 ล้านล้านดอลลาร์ ไปไว้ในกระเป๋าของ Vitalik โดยที่เจ้าตัวไม่ได้ขอ

ทำไมต้องทำแบบนั้น ลองคิดจากมุมคนถือเหรียญดู ถ้าเหรียญครึ่งหนึ่งอยู่ในมือทีมงานนิรนาม คนจะกลัวว่าทีมจะเทขายเมื่อไรก็ได้ แต่ถ้าครึ่งหนึ่งอยู่ในกระเป๋าของคนที่มีชื่อเสียงระดับโลกและไม่ได้สนใจจะปั่นราคา มันดูเหมือนเหรียญถูก “ล็อกไว้” อย่างปลอดภัย และที่สำคัญกว่านั้น ทุกครั้งที่มีคนพูดถึง SHIB ชื่อ Vitalik ก็จะติดมาด้วยเสมอ

นี่คือสิ่งที่ผมเรียกว่า “การยืมความน่าเชื่อถือ” โปรเจกต์ไม่ต้องจ่ายค่าโฆษณาแม้แต่บาทเดียว ไม่ต้องได้รับการรับรองจาก Vitalik จริง ๆ แค่ส่งเหรียญไปให้ แล้วปล่อยให้ตลาดตีความเอาเองว่า “Vitalik ถือ SHIB” ซึ่งฟังดูเหมือนคำรับรอง ทั้งที่เจ้าตัวไม่เคยเลือกที่จะถือเลย

ช่วงต้นปี 2021 ที่ตลาดมีมคอยน์บูมจากกระแส Dogecoin ราคา SHIB พุ่งขึ้นหลายร้อยเท่า มูลค่าเหรียญในกระเป๋า Vitalik บนกระดาษจึงพองตัวขึ้นเป็นหลักพันล้านดอลลาร์ แผนของ Ryoshi ดูเหมือนจะได้ผลเกินคาด จนกระทั่ง Vitalik ตัดสินใจเล่นนอกบท

คลิกเดียวที่เผาเหรียญ 90% และเปิดโปงตัวเลขบนกระดาษ

คลิกเดียวที่เผาเหรียญ 90% และเปิดโปงตัวเลขบนกระดาษ
ภาพจาก AI

เดือนพฤษภาคม 2021 Vitalik เริ่มจากการบริจาค SHIB ราว 50 ล้านล้านดอลลาร์ให้ CryptoRelief ซึ่งเป็นกองทุนที่ Sandeep Nailwal ผู้ร่วมก่อตั้ง Polygon ตั้งขึ้นเพื่อช่วยอินเดียรับมือโควิด จากนั้นไม่กี่วัน เขาส่ง SHIB อีก 410 ล้านล้านดอลลาร์ไปยัง dead address ซึ่งเท่ากับลบเหรียญเหล่านั้นออกจากระบบถาวร Vitalik ให้เหตุผลทำนองว่าเขาไม่อยากเป็นศูนย์กลางของอำนาจในโปรเจกต์ที่เขาไม่ได้สร้าง

ผลลัพธ์ทางเทคนิคคือ ซัพพลายของ SHIB หายไปกว่า 40% ในพริบตา ชุมชนฉลองกันว่านี่คือการเผาเหรียญครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ แต่ผลลัพธ์ทางความคิดสำคัญกว่านั้นมาก เพราะมันบังคับให้ทุกคนต้องเผชิญคำถามที่ไม่อยากถาม

ถ้า 410 ล้านล้านดอลลาร์นั้นมีค่า $6.7 พันล้านจริง ๆ ทำไม Vitalik ไม่ขายแล้วเอาเงินไปทำประโยชน์ทั้งหมด คำตอบคือ เขาทำไม่ได้ ไม่ใช่เพราะกฎหมายหรือสัญญาใด แต่เพราะตลาด SHIB ในตอนนั้นไม่มีผู้ซื้อมากพอจะรับเหรียญปริมาณขนาดนั้นได้โดยที่ราคาไม่พังลงก่อน ตัวเลข $6.7 พันล้านเป็นแค่ผลคูณระหว่างจำนวนเหรียญกับราคาซื้อขายล่าสุด ไม่ใช่เงินที่รออยู่ในตลาด

เงินบริจาคพันล้านดอลลาร์ที่ไม่มีวันเป็นพันล้านดอลลาร์

เงินบริจาคพันล้านดอลลาร์ที่ไม่มีวันเป็นพันล้านดอลลาร์
ภาพจาก AI

ฝั่ง CryptoRelief เจอปัญหาเดียวกันทันที ได้รับเหรียญที่มีมูลค่าบนกระดาษกว่า $1 พันล้าน แต่ถ้าเทขายทีเดียว ราคา SHIB จะดิ่งจนเงินที่ได้จริงเหลือเพียงเศษเสี้ยว และยังทำร้ายคนถือ SHIB รายย่อยทั่วโลกไปพร้อมกัน Sandeep Nailwal จึงออกมาบอกต่อสาธารณะว่ากองทุนจะทยอยขายอย่างระมัดระวัง ไม่เทขายแบบกระแทกตลาด

นี่คือจุดที่ผมอยากให้ผู้อ่านหยุดคิดสักครู่ พาดหัวข่าวทั่วโลกบอกว่า “บริจาคพันล้านดอลลาร์” แต่คนที่ได้รับบริจาคเองยังต้องวางแผนขายแบบค่อยเป็นค่อยไป เพราะรู้ดีว่าตัวเลขนั้นไม่ใช่เงินที่เบิกได้จริง ตามรายงานในช่วงต่อมา มูลค่าที่แปลงเป็นเงินได้จริงต่ำกว่าตัวเลขบนพาดหัวอยู่มาก (ผู้เขียนไม่พบตัวเลขยืนยันที่ชัดเจนจากแหล่งทางการ จึงขอไม่ระบุจำนวนแน่นอน) แต่หลักการนั้นชัดเจน มาร์เก็ตแคปคือราคาของเหรียญชิ้นสุดท้ายที่มีคนซื้อ ไม่ใช่ราคาที่คุณจะขายได้ทั้งก้อน

ตัวอย่างที่เห็นภาพชัดกว่าคือกรณี AKITA มีมคอยน์อีกตัวที่ใช้สูตรเดียวกัน คือส่งเหรียญจำนวนมหาศาลเข้ากระเป๋า Vitalik เมื่อ Vitalik บริจาค AKITA ต่อให้ Gitcoin แพลตฟอร์มระดมทุนโอเพนซอร์ส ราคา AKITA ร่วงหนักภายในไม่กี่ชั่วโมงหลังตลาดรู้ข่าว เพราะทุกคนกลัวว่าจะมีเหรียญก้อนใหญ่ถูกเทออกมา ไม่ต้องรอให้ขายจริงด้วยซ้ำ แค่ความกลัวว่าจะขายก็พอแล้วที่จะทำให้มูลค่าบนกระดาษหายวับ

ห้าปีผ่านไป สูตรยืมชื่อ Vitalik ยังใช้ได้อยู่

คุณอาจคิดว่าหลังบทเรียนครั้งนั้น ตลาดน่าจะฉลาดขึ้นแล้ว แต่ความจริงไม่ใช่ ทุกวันนี้ยังมีมีมคอยน์บน Ethereum และเชนอื่นที่ส่งเหรียญเข้ากระเป๋า Vitalik อยู่เป็นระยะ บางโปรเจกต์นำภาพหน้าจอธุรกรรมที่ Vitalik ขายหรือโอนเหรียญของพวกเขา หรือแม้แต่การที่เขาตอบโพสต์ใน X แค่ครั้งเดียว มาโปรโมตเป็น “หลักฐานความน่าเชื่อถือ” ราวกับเป็นใบรับรองคุณภาพ

ในขณะเดียวกัน คอนเทนต์ SHIB ที่วนอยู่ในฟีดก็ยังขายฝันแบบเดิม Javed Ahmed แชร์บทความที่พาดหัวว่า SHIB กำลังเข้าสู่ “คอมโบขาขึ้น” และกราฟเดือนตุลาคม “พร้อมจะลบศูนย์ออกหนึ่งตัว” ส่วน Analytics Insight รายงานว่า SHIB เข้าสู่เดือนตุลาคมหลังบวกราว 13.5% ในเดือนกันยายน ซึ่งเป็นเดือนที่ดีที่สุดของปี 2026 พร้อมอ้างถึงแรงซื้อจากเจ้ามือ

เหรียญ SHIB วางซ้อนกับเหรียญ Dogecoin บนธนบัตรดอลลาร์
ภาพจาก: Analytics Insight (X)

ภาพประกอบของบทวิเคราะห์นั้นบอกอะไรได้มากกว่าที่คิด เหรียญ SHIB สีทองวางซ้อนกับเหรียญ Dogecoin บนธนบัตรดอลลาร์ ราวกับว่ามีมคอยน์เหล่านี้แลกเป็นเงินสดได้ทันทีในมูลค่าที่ตาเห็น ซึ่งนั่นคือภาพลวงที่เรากำลังพูดถึงพอดี

ลองคิดเลขง่าย ๆ แม้จะผ่านการเผาครั้งประวัติศาสตร์มาแล้ว SHIB ยังมีเหรียญหมุนเวียนอยู่ราวเกือบ 600 ล้านล้านดอลลาร์ การ “ลบศูนย์หนึ่งตัว” แปลว่าราคาต้องขึ้น 10 เท่า และมาร์เก็ตแคปต้องโตตาม 10 เท่าด้วย คำถามคือ เงินจริงขนาดนั้นจะมาจากไหน และถ้ามาจริง จะมีสภาพคล่องพอให้คนทั้งตลาดขายทำกำไรได้พร้อมกันหรือไม่

มาร์เก็ตแคปที่คุณเห็น กับเงินที่คุณถอนได้จริง

มาร์เก็ตแคปที่คุณเห็น กับเงินที่คุณถอนได้จริง
ภาพจาก AI

บทเรียนของ Vitalik ใช้ได้กับพอร์ตของคนไทยทุกคนที่ถือมีมคอยน์ ไม่ว่าจะ SHIB หรือเหรียญที่เพิ่งเกิดเมื่อสัปดาห์ก่อน ตัวเลขที่แอปโชว์ว่าพอร์ตคุณมีมูลค่าเท่าไร คือจำนวนเหรียญคูณราคาล่าสุด แต่ราคาล่าสุดอาจมาจากการซื้อขายเพียงไม่กี่พันดอลลาร์ ถ้าคุณถือเหรียญในสัดส่วนที่ใหญ่เมื่อเทียบกับปริมาณซื้อขายในตลาด การกดขายจริงจะไล่กินออเดอร์ซื้อลงไปเรื่อย ๆ จนราคาเฉลี่ยที่ได้ต่ำกว่าที่เห็นบนหน้าจอมาก

สิ่งที่ควรดูมากกว่ามาร์เก็ตแคปจึงมีอยู่ไม่กี่อย่าง อย่างแรกคือความลึกของออเดอร์บุ๊กบนเว็บกระดานเทรดที่คุณใช้ ว่าถ้าขายก้อนหนึ่ง ราคาจะไหลลงกี่เปอร์เซ็นต์ อย่างที่สองคือมูลค่าการซื้อขายรายวันเทียบกับมาร์เก็ตแคป และอย่างที่สามคือใครถือเหรียญก้อนใหญ่อยู่บ้าง เพราะถ้ามีกระเป๋าเจ้ามือไม่กี่ใบถือเหรียญส่วนใหญ่ไว้ เขาคือคนที่ได้ขายก่อนเสมอ

และเมื่อเห็นโปรเจกต์ไหนอ้างชื่อคนดังว่า “ถือ” หรือ “เคยตอบโพสต์” ให้ถามกลับว่าคนดังคนนั้นเลือกจะถือเองหรือแค่ถูกส่งเหรียญเข้ากระเป๋าโดยไม่ได้ขอ เพราะในโลกบล็อกเชน ใครก็ส่งเหรียญเข้ากระเป๋าใครก็ได้ ไม่ต้องขออนุญาต และไม่มีความหมายอะไรเลยในแง่การรับรอง

ความเห็นผู้เขียน

ส่วนตัวผมมองว่าสิ่งที่ Vitalik ทำในปี 2021 คือบทเรียนการเงินที่ดีที่สุดที่โลกคริปโตเคยได้รับฟรี ๆ แต่คนส่วนใหญ่กลับจำผิดประเด็น ชุมชนจำว่ามันคือ “การเผาครั้งใหญ่ที่ทำให้ SHIB หายาก” ทั้งที่แก่นจริงคือ คนที่ถือเหรียญมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์บนกระดาษ ยังเปลี่ยนมันเป็นเงินจริงเต็มจำนวนไม่ได้ แล้วรายย่อยอย่างเราจะคิดว่าตัวเลขในพอร์ตคือเงินจริงได้อย่างไร

ผมไม่ได้บอกว่ามีมคอยน์ไม่มีค่าเลย มันมีค่าในฐานะสิ่งที่คนอยากซื้อขาย ตราบใดที่ยังมีคนอยากซื้อ แต่ผมอยากให้คนไทยที่ถือ SHIB หรือเหรียญมีมตัวไหนก็ตาม เลิกใช้มาร์เก็ตแคปเป็นเครื่องวัดความรวย และเลิกใช้ชื่อ Vitalik เป็นเครื่องวัดความน่าเชื่อถือ สูตรส่งเหรียญเข้ากระเป๋าคนดังมันอยู่มาห้าปีแล้ว และจะอยู่ต่อไปตราบที่ยังมีคนเชื่อ

คำถามที่ผมอยากฝากไว้ก่อนคุณเปิดแอปดูพอร์ตครั้งหน้าคือ ถ้าวันนี้คุณต้องขายทั้งหมดภายในชั่วโมงเดียว คุณจะได้เงินกี่บาท ถ้าคำตอบต่างจากตัวเลขบนหน้าจอมาก แปลว่าคุณกำลังถือ “มูลค่าบนกระดาษ” แบบเดียวกับที่ Vitalik เคยถือ ต่างกันแค่ว่าเขารู้ตัว และเลือกเผามันทิ้ง

ภาพจาก AI