สรุปข่าว
- BitMine ซื้อ Ethereum เพิ่ม 15,112 ETH ส่งผลให้ถือครองรวมเป็น 6.02 ล้าน ETH
- ปริมาณที่ถืออยู่คิดเป็นประมาณ 4.9% ของอุปทาน Ethereum ทั้งหมด
- ต้องจับตาว่า BitMine จะยังคงสะสมต่อเนื่องหรือไม่ และสัดส่วนการถือครองจะขยับเข้าใกล้ 5% เมื่อใด
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish
การซื้อรอบนี้มีขนาดไม่ใหญ่นัก แต่ตอกย้ำว่ามีบริษัทที่ดูดซับ ETH ออกจากตลาดอย่างต่อเนื่อง ซึ่งช่วยลดอุปทานที่พร้อมขาย และเป็นปัจจัยหนุนในระยะยาว
เมื่อวันที่ 5 ต.ค. เวลา 22:53 น. ตามรายงานจาก Cointelegraph BitMine ได้ซื้อ Ethereum เพิ่มอีก 15,112 ETH ส่งผลให้ปริมาณที่ถือครองรวมอยู่ที่ 6.02 ล้าน ETH หรือคิดเป็นประมาณ 4.9% ของอุปทาน Ethereum ทั้งหมด ขณะที่ราคา Ethereum ในตอนนี้ซื้อขายอยู่ที่ราว $2,698 แทบไม่ขยับในช่วงชั่วโมงที่ผ่านมา ตัวเลขนี้ทำให้ BitMine กลายเป็นหนึ่งในผู้ถือ ETH รายใหญ่ที่สุดในรูปแบบบริษัท
การซื้อเพิ่มรอบนี้มีขนาดแค่ไหน
การเพิ่ม 15,112 ETH ถือเป็นการซื้อแบบทยอยสะสม ไม่ใช่ก้อนใหญ่ เมื่อเทียบกับปริมาณที่ BitMine ถืออยู่แล้วกว่า 6 ล้าน ETH คิดเป็นสัดส่วนที่น้อยมาก แต่การซื้อที่เกิดขึ้นสม่ำเสมอต่างหากที่น่าสนใจ เพราะแสดงให้เห็นว่านโยบายสะสม ETH ของบริษัทยังดำเนินอยู่ต่อเนื่อง
หากคิดจากราคาปัจจุบันที่ราว $2,698 การซื้อครั้งนี้มีมูลค่าประมาณ $40 ล้าน ซึ่งเป็นตัวเลขที่ไม่ได้สร้างแรงกดดันต่อราคาในระยะสั้น แต่รวมกับปริมาณที่ถืออยู่ทั้งหมดแล้ว ถือเป็นการดึง ETH ออกจากตลาดไปเก็บไว้ในมือบริษัทจำนวนมาก
สัดส่วน 4.9% ของอุปทานทั้งหมดหมายความว่าอะไร
การที่บริษัทเดียวถือ ETH เกือบ 5% ของอุปทานทั้งโลกเป็นระดับความกระจุกตัวที่ค่อนข้างสูง ในแง่หนึ่งสะท้อนความเชื่อมั่นของสถาบันต่อ Ethereum ในอีกแง่หนึ่งก็ทำให้ตลาดต้องจับตาว่าหากบริษัทเปลี่ยนนโยบายในอนาคต จะมีผลต่อราคาอย่างไร
ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า BitMine กวาดซื้อ Ethereum มูลค่า 200 ล้านดอลลาร์ ภายในไม่กี่วัน ทุบสถิติการสะสมครั้งใหญ่ที่สุด ซึ่งแสดงให้เห็นว่ากลยุทธ์สะสม ETH ของบริษัทเดินหน้ามาอย่างต่อเนื่องตลอดหลายเดือน
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าข่าวนี้ไม่ได้เป็นปัจจัยที่ทำให้ราคาขยับแรงในทันที เพราะขนาดการซื้อเล็กเมื่อเทียบกับตลาดทั้งหมด แต่สิ่งที่น่าสนใจคือความต่อเนื่องของการสะสม เพราะ ETH ที่ถูกเก็บไว้ในมือบริษัทแบบระยะยาวจะลดปริมาณเหรียญที่พร้อมขายในตลาด อย่างไรก็ตาม ความกระจุกตัวที่สูงขึ้นก็เป็นดาบสองคม ควรจับตาดูว่าสัดส่วนจะแตะ 5% เมื่อใด และบริษัทจะมีความเคลื่อนไหวอื่นเพิ่มเติมหรือไม่ โดยผู้อ่านควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุนเสมอ
ที่มา: Cointelegraph
ภาพจาก AI

