สรุปข่าว
- Tom Lee ประธานกรรมการ Bitmine ประกาศบนเวที Token2049 ที่สิงคโปร์ว่า บริษัท Bitmine จะถือครอง Ether ไม่เกิน 5% ของอุปทานทั้งหมด และยืนยันว่าเป็นเพดานเด็ดขาด
- ปัจจุบันบริษัท Bitmine ถือ ETH ราว 6 ล้าน ETH หรือประมาณ 4.9% ของอุปทาน เหลือต้องซื้อเพิ่มอีกราว 100,000 ETH ก็ถึงเป้าหมาย
- เมื่อหยุดสะสม บริษัท Bitmine ไม่ต้องระดมทุนผ่านหุ้นกู้หรือออกหุ้นเพิ่มทุนอีก ลดความกังวลเรื่องการเจือจางหุ้น
แนวโน้มส่งผลต่อราคาอย่างไร: Neutral
แรงซื้อก้อนใหญ่จาก Bitmine ที่กำลังจะหมดลงอาจกดดันราคาในระยะสั้น แต่ส่วนที่เหลือซึ่งต้องซื้ออีกเพียง 100,000 ETH ประกอบกับการล็อกเหรียญไว้ในมือบริษัทจำนวนมาก ได้ช่วยลดอุปทานในตลาดลง ส่งผลให้ปัจจัยบวกและลบหักล้างกันพอดี
Tom Lee ประธานกรรมการบริษัท Bitmine Immersion Technologies ได้ประกาศเปิดเผยบนเวทีงานสัมมนา Token2049 ณ ประเทศสิงคโปร์ เมื่อวันพุธที่ผ่านมาว่า บริษัทจะกำหนดเพดานสูงสุด ในการถือครองเหรียญ Ether (ETH) ไว้ที่ไม่เกิน 5% ของอุปทาน (Supply) ทั้งหมดในระบบ
ปัจจุบัน Bitmine ช้อนสะสมเหรียญ ETH ไปแล้วราว 6 ล้าน ETH คิดเป็นสัดส่วนสูงถึงประมาณ 4.9% ของอุปทานทั้งหมด และต้องการซื้อเพิ่มอีกเพียงราว 100,000 ETH เท่านั้น เพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าว
Tom Lee ยืนยันอย่างชัดเจนว่า “นั่นคือเพดานจำกัดที่เด็ดขาด เราจะไม่สะสมเกิน 5% และจะไม่ถือครอง Ethereum มากไปกว่านี้”
ซึ่งนับเป็นการปิดโอกาส จากก่อนหน้านี้ ที่เขาเคยแง้มไว้ว่า อาจพิจารณาช้อนซื้อเกินสัดส่วนดังกล่าว ตามอัตราการยอมรับใช้งานของ Ethereum ในปี 2027

Tom Lee ประธาน BitMine พูดที่ Token2049 Singapore ภาพ: Aubrey Paller/Cointelegraph
ประกาศสิ้นสุดช่วงการช้อนซื้อ พร้อมวางกลยุทธ์การเงินเพื่อสร้างผลตอบแทนสูงสุด
Tom Lee ชี้แจงว่า Bitmine ได้เข้าช้อนสะสม Ether ส่วนใหญ่ ในช่วงสภาวะตลาดหมี ที่ราคา Ether ปรับตัวลดลง ซึ่งบริษัทมีส่วนช่วยพยุง และป้องกันความเสี่ยงขาลง ให้กับราคา ETH ในช่วงที่ผ่านมา และประกาศว่า “กระบวนการสะสมเหรียญของบริษัทได้เสร็จสิ้นลงแล้ว เพื่อเตรียมพร้อมรับการเติบโตระดับ 25 เท่าในอนาคต”
นอกจากนี้ การกำหนดเพดานจำกัดที่ 5% ยังสอดคล้องกับกลยุทธ์ด้านการเงินของบริษัท เนื่องจากเมื่อหยุดการสะสมเหรียญ Ether ทำให้ Bitmine ก็ไม่จำเป็นต้องระดมทุนเพิ่มเติมผ่านการออกหุ้นกู้ หรือออกหุ้นเพิ่มทุน ซึ่งจะช่วยลดความกังวลของนักลงทุนเรื่องการเจือจางสัดส่วนหุ้น และทำให้ผลตอบแทนของหุ้นบริษัทสามารถเติบโตได้โดดเด่นกว่าตัวเหรียญ ETH เองในช่วงราคาขาขึ้น
ทั้งนี้ ในส่วนของผลตอบแทนที่จะได้รับจากการนำเหรียญไป Staking ในอนาคต Lee ระบุว่า บริษัทอาจพิจารณาขายเหรียญ ส่วนที่เป็นดอกเบี้ยออกมา เพื่อควบคุมไม่ให้สัดส่วนการถือครองเกินเพดาน 5% ที่ตั้งไว้
ที่มา : cointelegraph
มุมมองผู้เขียน : การประกาศหยุดซื้อเหรียญเท่ากับว่าตลาด ETH จะเสียปัจจัยหนุนสำคัญไป ทว่าจำนวนเหรียญที่เหลือตามแผนเพียง 100,000 ETH ถือว่าไม่มากนัก ทำให้ผลกระทบต่อราคาเป็นไปอย่างจำกัด ในอนาคต ยังคงเป็นจุดที่ต้องคอยจับตาดูว่าจะสร้างแรงกดดันต่อตลาดเพียงใดหากบริษัทเริ่มมีกำไร

