bitkub-banner

Ethereum ร่วง 4% หลุดระดับ $2,500 ปริมาณซื้อขายกว่า $15 พันล้าน

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ราคา Ethereum (ETH) ร่วง 4.0% มาที่ $2,462.9 ในวันที่ 8 ต.ค. 2569 หลุดต่ำกว่าระดับจิตวิทยา $2,500 เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ช่วงสร้างฐานราคาเดือน ก.ย.
  • มูลค่าตลาดอยู่ที่ 3.0 แสนล้านดอลลาร์ ปริมาณซื้อขาย 24 ชั่วโมงอยู่ที่ 1.52 หมื่นล้านดอลลาร์ ราคาลดลงรวมกว่า 11% จากกรอบ $2,775 ภายในเวลาไม่ถึง 3 สัปดาห์
  • ข้อมูลเชิงโครงสร้างแสดงว่าแนวโน้มระยะสั้นเป็นขาลง ขณะที่แนวโน้มระยะกลางที่เป็นขาขึ้นตั้งแต่เดือน มิ.ย. กำลังถูกทดสอบ

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bearish

ราคาหลุดโซนที่เคยเป็นฐานของการฟื้นตัวช่วงเดือน ส.ค. พร้อมปริมาณซื้อขายที่สูงขึ้น สะท้อนแรงขายที่ต่อเนื่อง จึงเป็นสัญญาณเชิงลบต่อโครงสร้างราคาในระยะสั้น

ราคา Ethereum (ETH) ร่วงลง 4.03% แตะ $2,462.9 ในวันที่ 8 ต.ค. 2569 โดยราคาปรับตัวลดลง 3.97% ในรอบ 24 ชั่วโมง มูลค่าตลาดอยู่ที่ 3.0 แสนล้านดอลลาร์ ปริมาณซื้อขายรวม 1.52 หมื่นล้านดอลลาร์ ขณะที่ช่วงราคาสูงสุดต่ำสุดใน 24 ชั่วโมงอยู่ที่ $2,505.93 ถึง $2,584.49 ซึ่งหมายความว่าราคาปัจจุบันหลุดต่ำกว่าจุดต่ำสุดของวันก่อนหน้าแล้ว

การร่วงรอบนี้ต่อเนื่องจากการหลุดกรอบสะสมตัว $2,650 ถึง $2,775 ที่ ETH เคลื่อนไหวอยู่ราวสองสัปดาห์ ก่อนเริ่มไหลลงเมื่อวันที่ 7 ต.ค. เมื่อรวมกับการลงครั้งล่าสุดนี้ ราคาลดลงจากจุดสูงสุดของกรอบราว 11% และห่างจากจุดสูงสุดรอบ ก.ย. ที่ราว $2,775 ชัดเจน

ตัวเลขชี้วัดหลักที่ต้องดู

เมื่อเทียบอัตราส่วนปริมาณซื้อขายต่อมูลค่าตลาด ตัวเลข 1.52 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อ 3.0 แสนล้านดอลลาร์ คิดเป็นราว 5.1% ของมูลค่าตลาดที่เปลี่ยนมือภายใน 24 ชั่วโมง ซึ่งเป็นระดับที่สะท้อนการซื้อขายคึกคักกว่าช่วงสะสมตัวสองสัปดาห์ก่อนหน้าที่ราคาแกว่งแคบ การที่ราคาลงพร้อมปริมาณที่สูงขึ้นมักถูกตีความว่าแรงขายมีน้ำหนักจริง ไม่ใช่เพียงการขยับของสภาพคล่องบาง

ในมุมโครงสร้างราคา ETH ยังอยู่ในแนวโน้มระยะสั้นขาลงตั้งแต่วันที่ 7 ต.ค. ขณะที่แนวโน้มระยะกลางที่เป็นขาขึ้นตั้งแต่วันที่ 22 มิ.ย. ยังไม่ถูกยกเลิก แต่โครงสร้างจุดต่ำสุดที่สูงขึ้นบริเวณ $2,400 กำลังอยู่ใกล้ราคาปัจจุบันเพียงราว 2.6% ส่วนในภาพใหญ่ ราคายังอยู่ห่างจากจุดสูงสุดราว $4,500 เมื่อเดือน ต.ค. 2568 ประมาณ 45% และอยู่เหนือจุดต่ำสุดวัฏจักรราว $1,566 อยู่ราว 57%

ส่วนตัวชี้วัดอื่นอย่างอัตราเงินทุนสนับสนุน (funding rate) และสถานะคงค้างในตลาดฟิวเจอร์ (open interest) ทีมงานยังไม่มีข้อมูลที่ยืนยันได้ในขณะเขียนข่าว จึงไม่ขอระบุตัวเลข ผู้อ่านสามารถติดตามข้อมูลเหล่านี้จากแพลตฟอร์มวิเคราะห์ตลาดอนุพันธ์ได้โดยตรง

ข้อมูลเงินทุนสถาบันและการไหลของเงิน

ตัวแปรที่ตลาดมักใช้ประเมินความแข็งแรงของแรงซื้อคือ เงินไหลเข้าออกกองทุน ETF ของ Ethereum ในสหรัฐฯ ยอดสำรอง ETH บนเว็บกระดานเทรด และความเคลื่อนไหวของกระเป๋าเจ้ามือ ซึ่งทั้งสามส่วนสะท้อนว่าผู้ถือรายใหญ่กำลังสะสมหรือทยอยลดสถานะ ทั้งนี้ ณ เวลาที่เผยแพร่ ทีมงานยังไม่สามารถยืนยันตัวเลขล่าสุดของเงินไหลเข้าออก ETF ในวันที่ 7 และ 8 ต.ค. ได้ จึงขอไม่อ้างอิงตัวเลขที่ไม่ผ่านการตรวจสอบ

สิ่งที่ยืนยันได้จากข้อมูลราคาคือ ปริมาณซื้อขายที่เพิ่มขึ้นพร้อมการหลุดแนวราคา ซึ่งมักมีผู้เล่นรายใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้อง และในภาพรวมตลาดคริปโตยังอ่อนไหวต่อปัจจัยมหภาค ทั้งทิศทางนโยบายดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) และข้อมูลเงินเฟ้อที่ทยอยประกาศ ซึ่งส่งผลต่อความเต็มใจรับความเสี่ยงของนักลงทุนสถาบัน ทีมงานจะรายงานเพิ่มเติมเมื่อมีข้อมูลที่ตรวจสอบได้

เทียบการร่วงระดับเดียวกันในอดีต

การร่วงราว 4% ภายในหนึ่งวันถือเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนักในช่วงที่ราคาแกว่งแคบ แต่ไม่ถึงขั้นผิดปกติสำหรับ ETH ซึ่งมีความผันผวนสูงกว่า Bitcoin เมื่อเทียบกับการฟื้นตัวช่วงสัปดาห์ที่ 33 ของปีนี้ที่ราคากระโดดราว 28% ในหนึ่งสัปดาห์ จะเห็นว่าความเคลื่อนไหว 4% ต่อวันอยู่ในช่วงปกติของสินทรัพย์นี้

สิ่งที่แตกต่างจากรอบก่อนคือบริบท การร่วงรอบนี้เกิดหลังราคาสะสมตัวเหนือ $2,650 นานราวสองสัปดาห์ แล้วหลุดลงมา ต่างจากการร่วงกลางทางระหว่างขาลงใหญ่ปลายปี 2568 ที่ราคาลดลงต่อเนื่องจากราว $4,500 ไปแตะ $1,566 หรือราว 65% การเทียบกับอดีตจึงชี้เพียงว่าผลลัพธ์หลังการร่วงขนาดนี้มีทั้งการดีดกลับและการไหลลงต่อ ขึ้นกับว่าโซน $2,400 ถึง $2,500 ซึ่งเป็นพื้นที่หลุดของการฟื้นตัวเดือน ส.ค. จะยังรับราคาได้หรือไม่


ความเห็นผู้เขียน

ส่วนตัวผมมองว่าตัวเลขที่น่าสนใจที่สุดในวันนี้ไม่ใช่ 4% แต่เป็นระยะห่างระหว่างราคาปัจจุบันกับโครงสร้างจุดต่ำสุดที่สูงขึ้นบริเวณ $2,400 ซึ่งเหลือไม่ถึง 3% ตลอดช่วงที่ผ่านมา ตลาดยังอ้างอิงภาพว่า ETH อยู่ในแนวโน้มขาขึ้นระยะกลาง แต่การหลุดกรอบและปริมาณซื้อขายที่เพิ่มขึ้นทำให้ภาพนี้ถูกตั้งคำถาม

สิ่งที่ผู้อ่านน่าจะจับตาได้คือ ปริมาณซื้อขายยังอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องหรือเริ่มแผ่ว เงินไหลเข้าออก ETF ทิศทางเป็นอย่างไร และข้อมูลเศรษฐกิจมหภาคที่จะประกาศต่อไปส่งผลต่อความเสี่ยงโดยรวมอย่างไร ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้เห็นว่าการร่วงรอบนี้เป็นเพียงการพักตัวในขาขึ้นระยะกลาง หรือเป็นการเปลี่ยนโครงสร้างที่ใหญ่กว่า ซึ่งตอนนี้ยังฟันธงไม่ได้ และทุกคนควรตัดสินใจด้วยข้อมูลที่ครบถ้วนและความเสี่ยงที่รับได้ของตัวเอง

คริปโตเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวนและผลตอบแทนในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลตอบแทนในอนาคต ก่อนตัดสินใจลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้รอบด้านและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ บทความนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน

ภาพจาก AI