สรุปข่าว
- USDT ยังมีสัดส่วน 91% ของปริมาณการชำระเงินด้วย Stablecoin ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ลดลงจาก 98% เมื่อต้นปี 2025
- สิงคโปร์ ฮ่องกง ญี่ปุ่น และออสเตรเลียเข้มงวดกฎกำกับดูแลมากขึ้น ทำให้ Stablecoin ที่ให้ความสำคัญกับการปฏิบัติตามกฎระเบียบ เช่น RLUSD ของ Ripple ได้รับความนิยมเพิ่ม
- USDT ยังคงครองตลาดอย่างท่วมท้น ต้องจับตาว่ากฎใหม่ในภูมิภาคจะเร่งให้ผู้ใช้ย้ายไปใช้เหรียญคู่แข่งมากขึ้นหรือไม่
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Neutral
ส่วนแบ่งของ USDT ลดลงเพียงเล็กน้อยและยังอยู่ระดับสูงมาก จึงยังไม่ใช่ตัวเร่งที่ทำให้ราคาตลาดขยับทันที ขณะที่ฝั่ง RLUSD และ XRP ได้ประโยชน์เชิงภาพลักษณ์ แต่ยังไม่มีข้อมูลที่ยืนยันว่าจะแปลงเป็นแรงซื้อจริง
เมื่อเวลา 02:00 น. วันที่ 9 ต.ค. ตามเวลาไทย ตามรายงานจาก CoinDesk USDT ของ Tether ยังคงมีสัดส่วน 91% ของปริมาณการชำระเงินด้วย Stablecoin ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ลดลงจาก 98% เมื่อต้นปี 2025 โดยสาเหตุสำคัญมาจากการที่ผู้กำกับดูแลในสิงคโปร์ ฮ่องกง ญี่ปุ่น และออสเตรเลียทยอยเข้มงวดกฎเกณฑ์ ทำให้ Stablecoin ที่เน้นการปฏิบัติตามกฎระเบียบเป็นหลัก เช่น RLUSD ของ Ripple เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นในภูมิภาคนี้
กฎระเบียบที่เข้มขึ้นเปลี่ยนโฉมตลาดชำระเงิน
ตัวเลขจาก 98% เหลือ 91% อาจฟังดูเป็นการลดลงที่ไม่มาก แต่ถือเป็นสัญญาณว่าตลาดชำระเงินด้วย Stablecoin ในเอเชียแปซิฟิกเริ่มกระจายตัวมากขึ้น เมื่อหน่วยงานกำกับดูแลหลายประเทศในภูมิภาคเดียวกันวางกรอบที่ชัดเจนขึ้นพร้อมกัน ผู้ให้บริการชำระเงินและสถาบันการเงินย่อมมีแรงจูงใจที่จะเลือก Stablecoin ที่ผ่านเกณฑ์การปฏิบัติตามกฎระเบียบได้ง่ายกว่า
สำหรับ USDT การครองส่วนแบ่งเกือบทั้งหมดของตลาดมาหลายปีเกิดจากสภาพคล่องและความคุ้นเคยของผู้ใช้เป็นหลัก ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบที่ไม่ได้หายไปในระยะสั้น แต่การที่ส่วนแบ่งเริ่มขยับลง แสดงว่าปัจจัยด้านกฎระเบียบเริ่มมีน้ำหนักมากขึ้นในการตัดสินใจของผู้ใช้งานระดับสถาบัน
RLUSD ของ Ripple ได้อานิสงส์
CoinDesk ระบุว่า Stablecoin รูปแบบที่ให้ความสำคัญกับการปฏิบัติตามกฎระเบียบก่อน อย่าง RLUSD ของ Ripple กำลังได้ส่วนแบ่งเพิ่มขึ้น โดยข้อมูลจากแหล่งข่าวไม่ได้ระบุตัวเลขสัดส่วนที่ชัดเจนของ RLUSD แต่ภาพรวมสอดคล้องกับทิศทางที่ Ripple พยายามวางตำแหน่งตัวเองเป็นผู้ให้บริการด้านการชำระเงินสำหรับสถาบันการเงิน ซึ่งเป็นกลุ่มที่ใส่ใจเรื่องการกำกับดูแลมากที่สุด
ขณะนี้ราคา XRP อยู่ที่ประมาณ $1.36 ลดลง 4.56% ในรอบ 24 ชั่วโมง สะท้อนว่าข่าวเรื่องส่วนแบ่ง Stablecoin ยังไม่ได้ช่วยพยุงราคาในระยะสั้น
ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า สื่อนอกยักษ์ใหญ่ตีข่าว Ripple (XRP) กำลังก้าวขึ้นมาเป็นคู่แข่งสำคัญของธนาคารในสหรัฐฯ ซึ่งสอดคล้องกับภาพที่ Ripple ขยายบทบาทด้านการชำระเงินสำหรับสถาบันการเงินอย่างต่อเนื่อง และ Tether เบียดแซงหน้า Ethereum ขึ้นแท่นคริปโตมูลค่าตลาดสูงสุดอันดับ 2 ของโลก ที่ตอกย้ำว่า USDT ยังเป็นผู้นำตลาดโดยรวม
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าตัวเลข 91% ยังบอกได้ว่า USDT แทบไม่มีคู่แข่งจริงจังในตอนนี้ การลดลง 7 จุดในเวลาไม่ถึงสองปีเป็นแค่สัญญาณเริ่มต้น ไม่ใช่การเปลี่ยนผู้นำ แต่สิ่งที่น่าสนใจคือทิศทางของกฎระเบียบในเอเชียที่ไปทางเดียวกัน ซึ่งอาจทำให้ Stablecoin ที่ผ่านเกณฑ์ได้ง่ายกว่าค่อย ๆ กินส่วนแบ่งต่อไปเรื่อย ๆ ส่วนเรื่องที่ Ripple ได้ประโยชน์ ก็ต้องดูต่อว่าตัวเลขการใช้งาน RLUSD จริงจะโตตามคำบอกเล่าหรือไม่ สิ่งที่ควรจับตาคือประกาศใหม่จากผู้กำกับดูแลในสิงคโปร์และฮ่องกง รวมถึงข้อมูลปริมาณชำระเงินรายไตรมาสถัดไป
ที่มา: @CoinDesk
ภาพจาก AI

