bitkub-banner

จับตากฎเหล็ก ธปท. ยกระดับคุมเข้มคริปโทฯ โอนเข้าไทยเกิน 2 แสนดอลลาร์ ต้องแจงที่มา

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ธปท. ออกหลักเกณฑ์แลกเปลี่ยนเงินฉบับที่ 38 กำหนดให้ธุรกรรมกลุ่ม Watchlist ตั้งแต่ 200,000 ดอลลาร์ สรอ. ต้องมีเอกสารแสดงแหล่งที่มาของเงินเป็นรายธุรกรรม และใช้กระบวนการ KYB แทนไม่ได้
  • ธุรกรรมที่เกี่ยวกับค่าทองคำต้องยื่นเอกสารทุกวงเงิน ครอบคลุมถึงการโอนเข้าบัญชีเงินบาทของผู้มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ
  • เงินสดต่างประเทศรับซื้อได้ไม่เกินวันละ 15,000 ดอลลาร์ สรอ. หากเกินต้องมีเอกสารประกอบ

แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา: Neutral

เกณฑ์ใหม่นี้กระทบการเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นเงินบาทผ่านระบบธนาคารไทย ซึ่งอาจทำให้ผู้เล่นรายใหญ่ในประเทศดำเนินงานยากขึ้นเล็กน้อย แต่ยังไม่ส่งผลต่อราคาในตลาดโลกเนื่องจากไม่ได้ห้ามซื้อขายคริปโทฯ โดยผลกระทบจะจำกัดอยู่เพียงสภาพคล่องและพฤติกรรมของนักลงทุนภายในประเทศไทยเท่านั้น

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เผยแพร่ประกาศเรื่อง ปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน ฉบับที่ 38 ผ่านราชกิจจานุเบกษา เนื้อหาหลักคือการเรียกเอกสารแสดงแหล่งที่มาของเงินตราต่างประเทศที่ไหลเข้าประเทศ 

โดยเฉพาะธุรกรรมกลุ่ม Watchlist ซึ่งรวมถึงเงินจากค่าสินทรัพย์ดิจิทัล หากมูลค่าถึง 200,000 ดอลลาร์ สรอ. ต้องแสดงที่มา ส่วนธุรกรรมค่าทองคำต้องยื่นเอกสารทุกวงเงิน

ประกาศลงวันที่ 29 กันยายน 2569 และมีผลตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา ธปท. ระบุว่า การปรับครั้งนี้ต้องการให้ธุรกรรมเงินตราต่างประเทศคล่องตัวขึ้น ขณะเดียวกันก็ยกระดับการตรวจสอบธุรกรรมที่มีความเสี่ยง เพื่อให้เงินไหลเข้าและออกประเทศเป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่แจ้งไว้

รับซื้อเงินตราต่างประเทศ แยกเกณฑ์ตามประเภทเงิน

ธนาคารพาณิชย์ต้องปฏิบัติต่างกันไป ตามที่มาของเงินที่ลูกค้าได้รับจากต่างประเทศ

วัตถุประสงค์ทั่วไป เช่น ค่าสินค้าบริการ เงินลงทุนโดยตรง เงินลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศ หรือเงินกู้ หากธุรกรรมมีมูลค่าตั้งแต่ 200,000 ดอลลาร์ สรอ. ธนาคารต้องเรียกเอกสารแสดงแหล่งที่มาเป็นรายธุรกรรม ยกเว้นลูกค้าที่ผ่านกระบวนการรู้จักลูกค้า Know Your Business หรือ KYB แล้ว ซึ่งไม่ต้องเรียกเอกสาร

วัตถุประสงค์ Watchlist วงเงินตั้งแต่ 200,000 ดอลลาร์ สรอ. ต้องมีเอกสารแสดงแหล่งที่มาเป็นรายธุรกรรมเช่นกัน แต่จุดต่างคือ กลุ่มนี้ใช้กระบวนการ KYB แทนการเรียกเอกสารไม่ได้

ค่าทองคำ ต้องเรียกเอกสารประกอบการทำธุรกรรมทุกจำนวนเงิน กรณีโอนเงินค่าทองคำเข้าประเทศเป็นสกุลบาท ผ่านบัญชีเงินบาทของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ ธนาคารก็ต้องเรียกเอกสารทุกจำนวนเงินเช่นเดียวกัน

เงินสด รับซื้อเงินตราต่างประเทศที่เป็นเงินสดได้ไม่เกินวันละ 15,000 ดอลลาร์ สรอ. หากเกินกว่านั้น ต้องเรียกเอกสารที่แสดงว่า นำเงินตราต่างประเทศเข้ามาในประเทศ หรือหลักฐานการได้มาจากผู้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับปัจจัยชำระเงินต่างประเทศ

Watchlist คือธุรกรรมอะไร

กลุ่ม Watchlist ครอบคลุมธุรกรรมที่มีลักษณะหรือวัตถุประสงค์ซึ่งต้องติดตามเป็นพิเศษ ได้แก่

  1. เงินลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ไทย
  2. เงินจากค่าสินทรัพย์ดิจิทัล
  3. เงินทุนอื่น ๆ ที่ไม่ใช่เงินลงทุนในเครือ เงินลงทุนในหลักทรัพย์ เงินกู้และเงินให้กู้ และเงินส่วนต่างจากธุรกรรมอนุพันธ์
  4. เงินจากวัตถุประสงค์อื่น ๆ ที่ไม่ใช่ค่าสินค้า บริการ รายได้ เงินโอนและบริจาค เงินลงทุน ธนบัตรเงินบาท และบัญชีเงินฝาก

การรับฝากเข้าบัญชีเงินตราต่างประเทศ ใช้เกณฑ์เดียวกัน

การรับฝากเงินตราต่างประเทศเข้าบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศ ให้ถือปฏิบัติเช่นเดียวกับการรับซื้อเงินตราต่างประเทศที่เป็นธุรกรรมทันที ตามแต่ละกรณีข้างต้น

ธปท. ยังปรับปรุงแนวปฏิบัติของธนาคารพาณิชย์ที่เกี่ยวกับธุรกรรมเงินตราต่างประเทศและการเรียกเอกสาร ให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ใหม่ตามสิ่งที่ส่งมาด้วย

อ่านประกาศฉบับเต็มได้ที่ https://www.bot.or.th/

ที่มา : moneyandbanking


มุมมองผู้เขียน : เกณฑ์กำหนดมูลค่า 200,000 ดอลลาร์สหรัฐ ไม่ใช่เพดานห้ามทำธุรกรรม แต่เป็นเกณฑ์ที่ต้องมีเอกสารหลักฐานพร้อมแสดงเสมอ โดยการจัดสินทรัพย์ดิจิทัลไว้ในกลุ่ม Watchlist สะท้อนว่า ผู้กำกับดูแลยังคงระมัดระวังช่องทางนี้เป็นพิเศษ ดังนั้น ผู้ที่นำคริปโทฯ มาแปลงเป็นเงินบาทในปริมาณมากจึงต้องเตรียมหลักฐานที่มาของเงินให้ชัดเจนก่อนเข้าระบบธนาคาร ซึ่งคาดว่าธนาคารจะเข้มงวดมากขึ้น