สรุปข่าว
- Strategy ส่งสัญญาณเตรียมซื้อ Bitcoin เพิ่ม ขณะที่ Strive ทยอยสะสมต่อเนื่อง ส่วน BitMine ใกล้ถึงเป้าถือครอง Ether 5% ของอุปทานทั้งหมด
- ราคา Bitcoin, Ethereum และ XRP พักฐานจากจุดสูงสุดเมื่อเดือนกันยายน เปิดโอกาสให้ทั้งนักเก็งกำไรและนักลงทุนระยะยาวเข้าสะสมหุ้นพื้นฐานที่แข็งแกร่ง
- จับตาหุ้น BitGo ที่กำลังเผชิญคดีฟ้องร้องมูลค่า 141 ล้านดอลลาร์ ผลประกอบการพลิกเป็นขาดทุน และราคาหุ้นลดลงกว่า 70% จากจุดสูงสุดตลอดกาล
แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา Bullish
ข่าวนี้ส่งผลเชิงบวกต่อราคาหุ้นกลุ่มคริปโทฯ เป็นหลัก โดยเฉพาะบริษัทที่มีกลยุทธ์สะสมสินทรัพย์ดิจิทัลอย่าง Strategy, Strive และ BitMine ซึ่งการเข้าซื้ออย่างต่อเนื่องของบริษัทเหล่านี้ได้ช่วยพยุงราคาสินทรัพย์หลักไม่ให้ปรับตัวลงลึก พร้อมเปิดโอกาสให้ราคาหุ้นของพวกเขาสามารถตอบสนองและพุ่งขึ้นตามตลาดขาขึ้นได้แรงกว่าสินทรัพย์จริง เนื่องจากถูกนักลงทุนมองเป็นเครื่องมือที่ช่วยเพิ่มเลเวอเรจในการลงทุน
บรรยากาศการลงทุนในหุ้นกลุ่มคริปโทเคอร์เรนซีเริ่มกลับมาคึกคัก แม้ในช่วงก่อนหน้านี้จะเผชิญแรงกดดันจนเกิดการย่อตัวลง ตามการพักฐานของสินทรัพย์ดิจิทัลหลักอย่าง Bitcoin (BTC), Ethereum (ETH) และ XRP ที่ปรับตัวลดลงจากจุดสูงสุดเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ซึ่งการพักฐานในรอบนี้กลับกลายเป็นโอกาสครั้งสำคัญให้ทั้งนักเก็งกำไรและนักลงทุนระยะยาวได้เข้าสะสมหุ้นที่มีพื้นฐานแข็งแกร่ง
ในบทความนี้ได้ทำการรวบรวมและวิเคราะห์ 4 หุ้นคริปโทฯ ดาวเด่นที่มีปัจจัยหนุนเฉพาะตัว และมีแนวโน้มพร้อมที่จะปรับตัวขึ้นต่ออย่างโดดเด่นในสัปดาห์นี้
1. จับตาหุ้น Strategy หลัง Michael Saylor ส่งสัญญาณซื้อ Bitcoin เพิ่ม

ราคาหุ้น Strategy (MSTR) ได้ปรับตัวลดลงราว 10% จากจุดสูงสุดในเดือนกันยายน เข้าสู่ช่วงการพักฐานซึ่งสอดคล้องกับราคา Bitcoin ที่ย่อตัวลงจากระดับ $87,200 มาอยู่ที่ราว $83,000
อย่างไรก็ตาม หุ้น MSTR ยังคงได้รับความสนใจเป็นพิเศษจากนักลงทุน เนื่องจาก Michael Saylor ได้ออกมาส่งสัญญาณเปรยว่า บริษัทอาจมีการเข้าซื้อ Bitcoin เพิ่มเติมในสัปดาห์ที่ผ่านมา ผ่านข้อความว่า “ยังมีพื้นที่สำหรับสีส้มเสมอ (more orange)”
ปัจจุบัน Strategy ยังคงครองตำแหน่ง บริษัทผู้ถือครอง Bitcoin รายใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยจำนวนรวมสูงถึง 848,000 BTC มูลค่ารวมกว่า 7 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล จากจุดต่ำสุดของปีที่เคยอยู่ที่ 4.9 หมื่นล้านดอลลาร์
นอกจากนี้ บริษัท Strategy ยังคงนำเงินสดที่ระดมทุนได้ มาใช้ในการซื้อหุ้นบุริมสิทธิ (STRC) คืนอย่างต่อเนื่อง เพื่อดึงมูลค่าหุ้นให้กลับเข้าสู่ระดับราคาพาร์อีกด้วย
2. Strive (ASST) ถูกจับตา ลุ้นการรายงานผลการช้อนซื้อ Bitcoin ก้อนใหม่

Strive บริษัทที่มีความเกี่ยวข้องกับ Vivek Ramaswamy ก็เป็นบริษัทอีกแห่งที่ต้องจับตาในสัปดาห์นี้ เพราะตลาดกำลังรอดูว่า บริษัทยังคงจะซื้อ Bitcoin เพิ่มเติมหรือไม่
ในการอัปเดตครั้งล่าสุด บริษัท Strive ระบุว่า ได้ซื้อ Bitcoin เพิ่มอีก 2,000 BTC ในราคาเฉลี่ยเหรียญละ 84,422 ดอลลาร์ คิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 169 ล้านดอลลาร์
การซื้อครั้งนี้ใช้เงินทุนผ่าน SATA ซึ่งเป็นเครื่องมือระดมทุนในรูปแบบหุ้นบุริมสิทธิของบริษัท
ปัจจุบัน Strive กลายเป็นหนึ่งในบริษัทที่ถือ Bitcoin มากที่สุดอีกแห่งหนึ่ง โดยมี Bitcoin อยู่จำนวน 29,462 BTC คิดเป็นมูลค่ามากกว่า 2,400 ล้านดอลลาร์
ขณะที่ราคาหุ้นของบริษัท ก็ปรับตัวขึ้นมากกว่า 285% จากจุดต่ำสุดของปีนี้
3. BitMine (BMNR): เข้าใกล้เป้าถือครอง Ether ที่ 5%

หุ้นบริษัท BitMine ของ Tom Lee ร่วงลงอย่างหนักในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยลดลงจากระดับสูงสุดที่ 28.80 ดอลลาร์ในเดือนกันยายน ลงมาอยู่ที่ประมาณ 24 ดอลลาร์
การปรับตัวลงเกิดขึ้นพร้อมกับราคา Ethereum ที่ลดจาก 2,806 ดอลลาร์ มาอยู่ที่ประมาณ 2,540 ดอลลาร์
ตอนนี้ตลาดกำลังจับตารายงานการซื้อ ETH ของบริษัท BitMine ในสัปดาห์ที่ผ่านมา
ซึ่งรายงานล่าสุดระบุว่า BitMine ยังคงเดินหน้าซื้อ Ethereum อย่างต่อเนื่อง ทำให้ยอดถือครองเพิ่มขึ้นเป็น 6,016,414 ETH
จำนวนดังกล่าวคิดเป็นประมาณ 4.9% ของอุปทาน Ethereum ทั้งหมด หมายความว่า บริษัท BitMine ใกล้แตะเป้าหมายการถือครอง Ethereum 5% เข้าไปทุกที
เมื่อบริษัท Ethereum ซื้อ ETH จนถึงเป้าหมายแล้ว บริษัทจะหันไปให้ความสำคัญกับการสร้างรายได้จากการ Stake มากขึ้น ควบคู่ไปกับการหยุดออกหุ้นใหม่ซึ่งจะช่วยลดปัญหาการเจือจางสัดส่วนผู้ถือหุ้น ในอนาคต
4. BitGo (BTGO): ถูกจับตา ท่ามกลางมรสุมคดีฟ้องร้องมูลค่า 141 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

BitGo หนึ่งในบริษัทรับฝากสินทรัพย์ดิจิทัลรายใหญ่ของอุตสาหกรรม เผชิญแรงกดดันอย่างหนัก โดยราคาหุ้นลดลงมากกว่า 70% จากจุดสูงสุดตลอดกาล ขณะที่มูลค่าตามราคาตลาด (Market Cap) ลดลงจาก 2,140 ล้านดอลลาร์ เหลือประมาณ 861 ล้านดอลลาร์
ประเด็นที่ทำให้บริษัทได้รับความสนใจในสัปดาห์นี้คือ ข้อพิพาททางกฎหมายมูลค่า 141 ล้านดอลลาร์กับ World Liberty Financial โปรเจกต์คริปโทที่ได้รับการสนับสนุนจากครอบครัว Trump
DWF Maas และ Falcon Digital ยื่นฟ้องบริษัท BitGo โดยกล่าวหาว่า บริษัทผิดสัญญา จากการขายโทเคน WLFI ก่อนครบกำหนดระยะเวลาล็อกเหรียญที่ตกลงกันไว้
ด้านผลประกอบการล่าสุดของ BitGo พบว่า รายได้ในไตรมาส 2 เพิ่มขึ้น 79.6% เป็น 4,320 ล้านดอลลาร์
อย่างไรก็ตาม บริษัทกลับรายงานผลขาดทุนสุทธิอยู่ที่ 19 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งพลิกผันจากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าอย่างสิ้นเชิง ที่เคยทำกำไรสุทธิไว้สูงถึง 38.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ที่มา : msn
มุมมองผู้เขียน : กลุ่มบริษัทสะสม Bitcoin และ Ether อย่าง Strategy, Strive และ BitMine ยังเดินเกมซื้อต่อเนื่อง ซึ่งเป็นแรงหนุนสำคัญให้ราคาหุ้นฟื้นตัวหากตลาดคริปโทกลับมาเป็นขาขึ้น ส่วน BitGo เป็นหุ้นที่ความเสี่ยงสูงกว่าตัวอื่น เพราะต้องเจอทั้งคดีความและผลการขาดทุน แต่ถ้าคลี่คลายได้ ราคาที่ร่วงลงมาลึกก็อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการรีบาวด์ นักลงทุนควรติดตามรายงานการซื้อประจำสัปดาห์ของแต่ละบริษัทอย่างใกล้ชิด

