สรุปข่าว
- CZ ส่งสัญญาณแผนใหญ่ BNB Chain เตรียมสร้าง Layer 1 ใหม่ ใช้ BNB เหรียญเดียวขับเคลื่อนหลายเครือข่าย
- บล็อกเชนตั้งเป้าสร้างบล็อกทุก 0.2 วินาที พร้อมเปิด Testnet ภายในสิ้นปี 2026
- วางแผนเปิดตัว Mainnet ปี 2027 หากทำได้ตามแผน BNB อาจมีบทบาทเพิ่มขึ้นทั้งด้านค่าธรรมเนียม Staking และ Governance
แนวโน้มผลกระทบ: Bullish
CZ จุดกระแสความสนใจ หลังส่งข้อความปริศนา “เหรียญเดียวใช้ได้หลายเชน” สอดรับกับแผนของ BNB Chain ที่เตรียมเปิดตัวเครือข่ายเลเยอร์ 1 ตัวใหม่ควบคู่กับ BNB Smart Chain โดยใช้ BNB เหรียญเดียวสำหรับค่าธรรมเนียม Staking และ Governance พร้อมตั้งเป้าสร้างบล็อกทุก 0.2 วินาที และเปิด Testnet ภายในสิ้นปี 2026 ก่อนเปิด Mainnet ต้นปี 2027 หากแผนนี้เดินหน้าได้สำเร็จ ก็อาจเป็นอีกก้าวที่ขยายบทบาทของ BNB ในระบบนิเวศคริปโทฯ
คนทั้งวงการคริปโทฯ กำลังจับตาความเคลื่อนไหวครั้งใหม่ของ BNB Chain หลัง Changpeng Zhao (CZ) อดีต CEO ของ Binance ออกมาตอบกลับข้อเสนอเกี่ยวกับการพัฒนาเครือข่ายใหม่ด้วยข้อความสั้น ๆ ว่า “เหรียญเดียวใช้ได้หลายเชน”
ล่าสุด BNB Chain กำลังวางแผนพัฒนาเครือข่ายเลเยอร์ 1 ตัวใหม่ให้ทำงานควบคู่ไปกับ BNB Smart Chain (BSC) โดยมีจุดเด่นคือ แนวทางการใช้เหรียญร่วมกันระหว่างสองเครือข่าย แทนที่จะสร้างเหรียญใหม่ขึ้นมา
BNB Chain วางแผนให้เครือข่ายใหม่ใช้เหรียญ BNB สำหรับการจ่ายค่า Gas Fees, Staking และ Governance
แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับข้อความที่ CZ ตอบกลับว่า แม้จะมีหลายเครือข่าย แต่ยังคงใช้เหรียญเดียว ซึ่งสะท้อนแนวคิดการขยายจำนวนเครือข่ายโดยยังคงใช้สินทรัพย์หลักร่วมกัน
เครือข่ายใหม่วางแผนเชื่อมต่อกับ BNB Smart Chain ผ่าน Native Cross-Chain Bridge พร้อมตั้งเป้าสร้างบล็อกทุก 200 มิลลิวินาที หรือ 0.2 วินาที และยืนยันธุรกรรมล่วงหน้า ภายในประมาณ 20 มิลลิวินาที
ปัจจุบันโปรเจกต์นี้ยังอยู่ระหว่างการพัฒนาภายในร่วมกับ Validators โดยวางกำหนดการเปิด Testnet ภายในสิ้นปี 2026 และ Mainnet ในช่วงต้นปี 2027
หากแผนดังกล่าวสำเร็จ การใช้ BNB ครอบคลุมหลายเครือข่ายอาจเพิ่มความต้องการใช้งานผ่านค่าธรรมเนียมและ Staking อย่างไรก็ตาม เป้าหมายด้านความเร็วและกำหนดการเปิดตัวต้องรอการทดสอบและยืนยันจากการใช้งานจริง
ที่มา:tokenpost
มุมมองผู้เขียน: ประเด็นสำคัญไม่ใช่แค่การเพิ่มเครือข่ายใหม่ แต่คือการขยายการใช้งาน BNB โดยไม่สร้างเหรียญแยก นักลงทุนควรจับตาผลทดสอบ Testnet ความปลอดภัยของ Cross-Chain Bridge และการใช้งานจริง ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดว่าแผนนี้สร้างมูลค่าเพิ่มให้ BNB ได้มากน้อยเพียงใด

