bitkub-banner

สวนทางเจ้ามือ รายย่อยแห่โอน Bitcoin เข้า Binance พุ่งสูงสุดในรอบ 6 เดือน 

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ยอดโอน BTC เข้า Binance ของนักลงทุนรายย่อย พุ่งขึ้นเกือบเท่าตัวใน 30 วัน จาก 5.5 พันล้านดอลลาร์ เป็น 1.075 หมื่นล้านดอลลาร์ สูงสุดในรอบราว 6 เดือน
  • ฝั่งวาฬลดการโอน  BTC เข้าต่อเนื่องเกือบ 2 เดือน จาก 5.9 พันล้านดอลลาร์ปลายเดือนสิงหาคม เหลือ 3.8 พันล้านดอลลาร์ ลดลงราว 36%
  • นักวิเคราะห์มองว่า รายย่อยกำลังใช้จังหวะที่ ราคา Bitcoin ดีดตัวเป็นโอกาสหาทางออก ส่วนวาฬยังไม่เห็นว่าราคา Bitcoin ในปัจจุบันน่าขายทำกำไร

แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา: Neutral

แม้แรงเทขายจากฝั่งนักลงทุนรายย่อยจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่กลุ่มผู้ถือเหรียญรายใหญ่กลับยังคงนิ่งเฉยและไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ ส่งผลให้แรงกดดันฝั่งขายในภาพรวมยังไม่หนักหน่วงพอ ที่จะชี้ขาดหรือกำหนดทิศทางราคาของตลาดได้อย่างชัดเจนในเวลานี้

เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม Darkfost นักวิเคราะห์จากแพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูลบล็อกเชน CryptoQuant ได้เปิดเผยรายงานพฤติกรรมการโอน Bitcoin (BTC) เข้ากระดานเทรด Binance โดยชี้ให้เห็นถึงความแตกต่างอย่างสุดขั้ว ระหว่างนักลงทุนรายย่อยกับกลุ่มวาฬ หรือผู้ถือครองรายใหญ่

โดยยอดการโอน BTC เข้า Binance ของนักลงทุนรายย่อยพุ่งขึ้นเกือบเท่าตัว จาก 5.5 พันล้านดอลลาร์ สู่ระดับ 1.075 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ในรอบ 30 วันที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นระดับที่สูงที่สุดในรอบประมาณ 6 เดือน 

การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วนี้ เกิดขึ้นหลังจากที่ราคา Bitcoin สามารถยืนเหนือระดับ $80,000 ต่อเนื่องมาได้หลายสัปดาห์ 

โดยในขณะที่รายงาน ราคา  Bitcoin กำลังซื้อขายอยู่ที่ 79,912 ดอลลาร์ ลดลง 0.66% ภายใน 24 ชั่วโมง อ้างอิงข้อมูลจาก coinmarketcap

ทั้งนี้ จากการวิเคราะห์ข้อมูลบนบล็อกเชน พฤติกรรมการโอนเหรียญเข้ากระดานเทรดมักเป็นสัญญาณบ่งบอกว่า นักลงทุนกำลังเตรียมตัวขาย ไม่ว่าจะเป็นการขายทำกำไรหรือตัดขาดทุน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า ในรอบนี้นักลงทุนรายย่อยมีความอ่อนไหวและตื่นตระหนกต่อความผันผวนของตลาดมากกว่าปกติ จนทำให้พฤติกรรมการเทรดระหว่างรายย่อยกับรายใหญ่ มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน

เจ้ามือลดการโอนเข้าต่อเนื่อง 2 เดือน 

ในทางกลับกัน ยอดการโอน Bitcoin เข้าสู่ Binance ของกลุ่มผู้ถือเหรียญรายใหญ่หรือ “วาฬ” กลับปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องเกือบ 2 เดือนเต็ม โดยมูลค่าการโอนลดลงจากระดับ 5.9 พันล้านดอลลาร์ ณ สิ้นเดือนสิงหาคม เหลือเพียง 3.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือลดลงไปราว 36% ซึ่งสะท้อนว่า กลุ่มวาฬไม่ได้มีท่าทีตื่นตระหนก หรือรีบร้อนที่จะเทขายเหรียญแต่อย่างใด 

นักวิเคราะห์ประเมินว่า นักลงทุนรายย่อยมองการดีดตัวขึ้นของราคาในรอบนี้เป็น “โอกาสในการหาทางออก ” หลังจากที่ต้องแบกรับแรงกดดันจากตลาดขาลงมานานนับปี จึงเลือกที่จะขายทำกำไรหรือคืนทุนเมื่อราคาฟื้นตัวกลับขึ้นมา 

ในขณะที่กลุ่มวาฬมองว่า ระดับราคาปัจจุบันยังไม่จูงใจพอให้ต้องรีบขายทำกำไร จุดสำคัญที่ต้องจับตาต่อจากนี้ จึงอยู่ที่ว่า หากราคา Bitcoin ปรับตัวขึ้นไปสูงกว่านี้ กลุ่มวาฬจะยังคงนิ่งเฉย และชะลอการโอนเหรียญเข้ากระดานเทรดอยู่หรือไม่ ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวจะเป็นตัวชี้วัดสำคัญในการประเมินทิศทางและแรงกดดันฝั่งขายของตลาดในระยะข้างหน้า

ที่มา : coinpost


มุมมองผู้เขียน : ภาพรวมปัจจุบันสะท้อนว่า นักลงทุนรายย่อยที่แบกรับผลขาดทุนมานานกำลังจ้องจะใช้จังหวะที่ราคา Bitcoin ฟื้นตัวเหนือระดับ 80,000 ดอลลาร์ในการทยอยขายลดความเสี่ยง อย่างไรก็ตาม หากราคาปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง แล้วเริ่มเห็นสัญญาณการโอนเหรียญเข้ากระดานเทรดของกลุ่มวาฬพุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ นั่นจะเป็นสัญญาณเตือนภัยหลักที่นักลงทุนต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดมากกว่าแรงขายจากฝั่งรายย่อย