สรุปข่าว
- Microsoft เปิดทางพนักงาน 60,000 คนลาออกโดยสมัครใจ ครอบคลุมพนักงานที่มีสิทธิ์ใน 4 ประเทศ เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารต้นทุน
- เร่งลงทุน AI มหาศาล โดยรายจ่ายฝ่ายทุนไตรมาสเดือนกันยายนอาจสูงกว่า 50,000 ล้านดอลลาร์ ขณะที่กระแสเงินสดอิสระลดลง 23% เมื่อเทียบรายปี
- จับตาผลประกอบการไตรมาส 3 นักลงทุนรอดูว่า Microsoft จะเปลี่ยนเงินลงทุน AI ให้เป็นรายได้และกระแสเงินสดได้มากแค่ไหน
แนวโน้มผลกระทบ: Neutral
Microsoft เปิดตัวโครงการลาออกโดยสมัครใจสำหรับพนักงานที่มีสิทธิ์ประมาณ 60,000 คนในสหรัฐฯ แคนาดา อินเดีย และสหราชอาณาจักร ท่ามกลางการเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI ซึ่งอาจมีค่าใช้จ่ายสูงกว่า 50,000 ล้านดอลลาร์ในไตรมาสเดียว ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ Microsoft กำลังนำ AI มาเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและปรับรูปแบบการคิดค่าบริการ นักลงทุนจึงต้องจับตาผลประกอบการไตรมาส 3 เพื่อประเมินว่า การลงทุนมหาศาลด้าน AI จะสร้างรายได้และผลตอบแทนได้คุ้มค่าหรือไม่
เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา Microsoft เปิดตัวโครงการลาออกโดยสมัครใจสำหรับพนักงานบางกลุ่มในสหรัฐอเมริกา แคนาดา อินเดีย และสหราชอาณาจักร โดยครอบคลุมผู้ที่มีระดับประสบการณ์ หรือตำแหน่งงานไม่เกินระดับ 70
ข้อมูลจากแหล่งข่าวของ CNBC ระบุว่า มีพนักงานประมาณ 60,000 คนที่มีสิทธิ์เข้าร่วม หรือคิดเป็นประมาณ 1 ใน 4 ของพนักงานทั้งหมด 223,000 คน อย่างไรก็ตาม Microsoft ไม่ได้กำหนดเป้าหมายว่าจะมีพนักงานลาออกจริงกี่คน
เบื้องหลังการตัดสินใจครั้งนี้มาจากต้นทุนการลงทุน AI ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง Microsoft กำลังเร่งสร้างศูนย์ข้อมูล Data Centers เพื่อรองรับการประมวลผล AI และให้บริการคลาวด์แก่บริษัทต่าง ๆ รวมถึง Anthropic และ OpenAI
โดยในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา Microsoft ประเมินว่า เงินที่บริษัทใช้ไปสำหรับการดำเนินธุรกิจในไตรมาส 3 ปีนี้อาจสูงเกินระดับ 50,000 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจากรายจ่ายฝ่ายทุนและสัญญาเช่าทางการเงินรวม 34,900 ล้านดอลลาร์ในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน
ก่อนหน้านี้ Microsoft เริ่มปรับโครงสร้างกำลังคนไปแล้ว โดยเดือนเมษายนเปิดโครงการเกษียณอายุโดยสมัครใจเป็นครั้งแรก ซึ่งครอบคลุมพนักงานในสหรัฐฯ ราว 7% ก่อนประกาศเลิกจ้างพนักงานอีก 4,800 คนในเดือนกรกฎาคม
Amy Coleman รองประธานบริหารและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคลากรของ Microsoft ระบุในบันทึกภายในว่า โครงการใหม่นี้เป็นส่วนหนึ่งของการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลง โดยต้องการเพิ่มความยืดหยุ่นให้บริษัท พร้อมเปิดโอกาสให้พนักงานเลือกเส้นทางชีวิตใหม่ด้วยตนเอง
ขณะเดียวกัน Microsoft กำลังนำ AI เข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของโปรแกรมเมอร์ ทีมขาย และพนักงานในห่วงโซ่อุปทาน พร้อมปรับรูปแบบการคิดค่าบริการให้สอดคล้องกับปริมาณการใช้งาน AI จริงของลูกค้ามากขึ้น
การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้บริษัทต้องทบทวนทั้งต้นทุนและจำนวนบุคลากร เพื่อให้สอดคล้องกับทิศทางธุรกิจในอนาคต อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีข้อมูลที่ยืนยันว่าโครงการลาออกครั้งนี้เป็นผลโดยตรงจากการนำ AI มาแทนที่พนักงาน
ด้านสถานะทางการเงิน Microsoft ยังคงมีกระแสเงินสดเป็นบวกที่ 19,640 ล้านดอลลาร์ในไตรมาสที่ผ่านมา แม้ลดลง 23% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่คู่แข่งด้านคลาวด์อย่าง Alphabet และ Amazon รายงานกระแสเงินสดอิสระติดลบในช่วงดังกล่าว
สำหรับโครงการล่าสุด พนักงานที่มีสิทธิ์ต้องตัดสินใจว่าจะรับข้อเสนอภายในช่วงต้นเดือนธันวาคม โดยผู้ที่เข้าร่วมจะสิ้นสุดสถานะพนักงานในวันที่ 31 ธันวาคมนี้
Microsoft ยังเปิดเผยเมื่อเดือนกรกฎาคมว่า พนักงานมากกว่า 30% ที่มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการเกษียณอายุโดยสมัครใจครั้งก่อนตัดสินใจเข้าร่วม โดยโครงการใหม่นี้ขยายขอบเขตจากพนักงานระดับ Senior Director หรือต่ำกว่า ไปจนถึงระดับ Vice President ทั้งนี้ บริษัทไม่ได้กำหนดจำนวนผู้เข้าร่วมเป้าหมายไว้ล่วงหน้า
ที่มา:cnbc
มุมมองผู้เขียน: นักลงทุนต้องจับตาผลประกอบการไตรมาส 3 ของ Microsoft ซึ่งมีกำหนดรายงานในวันพุธนี้ เพื่อประเมินว่า บริษัทจะสามารถเปลี่ยนเงินลงทุนมหาศาลใน AI ให้กลายเป็นรายได้ และกระแสเงินสดได้มากเพียงใด ท่ามกลางความท้าทายในการรักษาการเติบโตควบคู่กับการควบคุมต้นทุน

