สรุปข่าว
- Bull Theory เผยข้อมูลที่น่ากังวลว่า หุ้น 67 จาก 100 ตัวในดัชนี Nasdaq-100 กำลังอยู่ในตลาดหมี โดยหุ้นค่ามัธยฐานปรับตัวลดลงถึง 28.5% จากจุดสูงสุดตลอดกาล
- มูลค่าตลาดของหุ้นกลุ่มดังกล่าวหายไปแล้วประมาณ 11.5 ล้านล้านดอลลาร์ เมื่อเทียบกับจุดสูงสุดในช่วงปี 2025–2026 ขณะที่มีหุ้นเพียง 11 ตัวเท่านั้นที่ยังซื้อขายอยู่ภายในระยะ 5% จากจุดสูงสุด
- แม้ดัชนี Nasdaq-100 จะยังไม่ร่วงลง 20% จากจุดสูงสุด แต่ความอ่อนแอของหุ้นรายตัวสะท้อนว่าตลาดเทคโนโลยีกำลังเผชิญแรงขายในวงกว้าง ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อหุ้นเทคโนโลยีและสินทรัพย์เสี่ยงอย่าง Bitcoin
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bearish
ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนความเปราะบางของตลาดหุ้นสหรัฐฯ โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยีที่มีหุ้นจำนวนมากปรับตัวลงจากจุดสูงสุดอย่างหนัก หากแรงขายเริ่มขยายไปยังหุ้นขนาดใหญ่ที่มีน้ำหนักสูงในดัชนี ก็อาจกดดัน Nasdaq และทำให้นักลงทุนลดความเสี่ยงในสินทรัพย์อื่น รวมถึง Bitcoin อย่างไรก็ตาม การปรับฐานอย่างรุนแรงของหุ้นจำนวนมากก็อาจเปิดโอกาสให้เกิดแรงซื้อกลับได้ หากผลประกอบการและแนวโน้มธุรกิจยังแข็งแกร่ง
Bull Theory เผยแพร่กราฟที่แสดงให้เห็นสถานการณ์อันน่ากังวลของตลาดหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ โดยระบุว่า หุ้น 67 จาก 100 ตัวในดัชนี Nasdaq-100 กำลังอยู่ในภาวะตลาดหมี หลังราคาหุ้นปรับตัวลดลงอย่างหนักจากจุดสูงสุดตลอดกาลในช่วงปี 2025–2026
ข้อมูลในกราฟแสดงให้เห็นว่า หุ้นในดัชนีมีค่ามัธยฐานการปรับตัวลดลงอยู่ที่ 28.5% ขณะที่มูลค่าตลาดรวมที่หายไปจากจุดสูงสุดอยู่ที่ประมาณ 11.5 ล้านล้านดอลลาร์
ที่น่ากังวลคือ มีหุ้นเพียง 11 ตัวจากทั้งหมด 100 ตัวที่ยังสามารถรักษาระดับราคาให้อยู่ภายในระยะ 5% จากจุดสูงสุดได้ สะท้อนว่าการปรับตัวลงครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับบริษัทเพียงไม่กี่แห่ง แต่กำลังกระจายตัวไปทั่วตลาด
หุ้นเทคโนโลยีชื่อดังร่วงหนัก แม้แต่หุ้น AI ก็ไม่รอด
เมื่อพิจารณารายชื่อหุ้นในกราฟ พบว่าบริษัทเทคโนโลยีและบริษัทเติบโตสูงหลายแห่งกำลังเผชิญแรงขายอย่างหนัก
ตัวอย่างหุ้นที่ปรับตัวลดลงมากที่สุด ได้แก่
- PayPal (PYPL) ลดลง 81.5%
- Strategy (MSTR) ลดลง 75.7%
- Keurig Dr Pepper (KDP) ลดลง 71.7%
- CoreWeave (CRWV) ลดลง 71.3%
- AppLovin (APP) ลดลง 68.7%
- Adobe (ADBE) ลดลง 64.2%
- Rocket Lab (RKLB) ลดลง 63.9%
- PDD Holdings (PDD) ลดลง 62.8%
ขณะที่หุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่อย่าง Alphabet (GOOGL) ลดลง 31.5%, Amazon (AMZN) ลดลง 16.8%, Nvidia (NVDA) ลดลง 16.3% และ Tesla (TSLA) ลดลง 20% จากจุดสูงสุดตามข้อมูลในกราฟ
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่าความกังวลของนักลงทุนไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะบริษัทที่มีผลประกอบการอ่อนแอเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมบริษัทที่เกี่ยวข้องกับ AI และเทคโนโลยีซึ่งเคยได้รับความคาดหวังด้านการเติบโตสูงในช่วงที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม หุ้นแต่ละบริษัทมีปัจจัยพื้นฐานและช่วงเวลาที่ทำจุดสูงสุดแตกต่างกัน การปรับตัวลงของราคาจึงไม่ได้หมายความว่าทุกบริษัทกำลังเผชิญปัญหาทางธุรกิจในระดับเดียวกัน
ทำไม Nasdaq ยังดูแข็งแกร่ง ทั้งที่หุ้นส่วนใหญ่กำลังร่วง?
หนึ่งในสาเหตุสำคัญคือโครงสร้างของดัชนี Nasdaq-100 ซึ่งให้น้ำหนักกับบริษัทตามมูลค่าตลาด ทำให้หุ้นขนาดใหญ่เพียงไม่กี่บริษัทสามารถมีอิทธิพลต่อทิศทางของดัชนีโดยรวมได้อย่างมาก
สถานการณ์นี้ทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า Market Breadth Divergence หรือความแตกต่างระหว่างทิศทางของดัชนีกับหุ้นส่วนใหญ่ภายในดัชนี กล่าวคือ ดัชนีอาจยังรักษาระดับได้ แม้ว่าหุ้นจำนวนมากจะปรับตัวลงอย่างหนักแล้วก็ตาม
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลตลาดล่าสุดเริ่มแสดงให้เห็นแรงกดดันที่ขยายวงกว้างขึ้น โดย Nasdaq-100 ปิดวันที่ 30 ตุลาคม 2026 ที่ประมาณ 28,384 จุด ลดลง 3.46% ภายในวันเดียว และอยู่ต่ำกว่าจุดสูงสุดในเดือนตุลาคมประมาณ 9%
แรงขายหุ้นเทคโนโลยีอาจส่งผลต่อ Bitcoin อย่างไร?
การปรับฐานของหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ เป็นปัจจัยที่ตลาดคริปโตต้องจับตามอง เนื่องจากนักลงทุนสถาบันจำนวนมากถือครองทั้งหุ้นเทคโนโลยีและสินทรัพย์ดิจิทัลในพอร์ตการลงทุนเดียวกัน
หากความกังวลเกี่ยวกับผลประกอบการของบริษัท AI และมูลค่าหุ้นเทคโนโลยีเพิ่มขึ้น นักลงทุนอาจลดการถือครองสินทรัพย์เสี่ยงเพื่อเพิ่มสภาพคล่อง ซึ่งอาจสร้างแรงกดดันต่อ Bitcoin และ Ethereum ตามไปด้วย
นอกจากนี้ หากตลาดหุ้นปรับตัวลงรุนแรงจนเกิดการลดความเสี่ยงในวงกว้าง ก็อาจทำให้นักลงทุนที่ใช้เลเวอเรจต้องขายสินทรัพย์เพื่อรักษาสภาพคล่อง ส่งผลให้แรงขายในตลาดคริปโตเพิ่มขึ้นได้
อย่างไรก็ตาม Bitcoin ไม่ได้เคลื่อนไหวตาม Nasdaq เสมอไป เพราะยังมีปัจจัยเฉพาะของตลาดคริปโต เช่น กระแสเงินทุน Spot Bitcoin ETF ความต้องการซื้อจากสถาบัน และสภาพคล่องในตลาดอนุพันธ์เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย
ผู้เขียนมองว่า ตัวเลขหุ้น 67 จาก 100 ตัวที่เข้าสู่ตลาดหมีเป็นสัญญาณเตือนสำคัญว่าตลาดหุ้นเทคโนโลยีอาจมีความเปราะบางมากกว่าที่ดัชนีหลักแสดงออกมา โดยเฉพาะเมื่อหุ้นที่เคยเป็นผู้นำตลาดเริ่มสูญเสียมูลค่าอย่างหนัก หากแรงขายขยายไปยังบริษัทขนาดใหญ่มากขึ้น ก็อาจกลายเป็นปัจจัยกดดันสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก รวมถึง Bitcoin ได้ในระยะสั้น นักลงทุนจึงควรระมัดระวังการไล่ซื้อหุ้นหรือคริปโตเพียงเพราะราคาปรับตัวลงมาแล้ว และติดตามว่าตลาดจะเริ่มฟื้นตัวจากหุ้นส่วนใหญ่จริงหรือไม่
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- Bull Theory บน X — กราฟแสดงหุ้น Nasdaq-100 จำนวน 67 ตัวที่อยู่ในตลาดหมี ค่ามัธยฐานการปรับตัวลดลง 28.5% และมูลค่าตลาดที่หายไป 11.5 ล้านล้านดอลลาร์
- The Trading Tools — ข้อมูลสัดส่วนหุ้น Nasdaq-100 ที่ลดลงมากกว่า 20% จากจุดสูงสุดในรอบ 252 วันทำการ ณ วันที่ 30 ตุลาคม 2026
- Nasdaq — ข้อมูลและรายละเอียดดัชนี Nasdaq-100
- Newsquawk — รายงาน Nasdaq-100 ปรับตัวลงจากจุดสูงสุดและความเสี่ยงเข้าสู่ช่วง Correction

