bitkub-banner

Binance เปิดถอนคริปโตอีกครั้งหลังถูกแฮก เงินไหลออก $3.6 พันล้าน

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Binance เปิดให้ถอนเงินอีกครั้งหลังเหตุแฮกครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา ผู้ใช้ถอนเงินออกจากกระดานเทรดไปแล้วราว $3.6 พันล้าน
  • ผู้ร่วมก่อตั้ง THORChain คัดค้านแนวคิดหยุดการทำงานของโปรโตคอลเพื่อทำตามคำขอของ FBI ที่ต้องการให้อายัดเหรียญ
  • ต้องจับตาว่าเงินไหลออกจาก Binance จะยังต่อเนื่องหรือไม่ และข้อถกเถียงเรื่องการอายัดเหรียญในโปรโตคอลแบบกระจายศูนย์จะไปในทิศทางใด

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bearish

เงินไหลออกจากกระดานเทรดรายใหญ่ที่สุดของโลกในปริมาณมากสะท้อนว่านักลงทุนยังไม่มั่นใจในความปลอดภัยของแพลตฟอร์ม ซึ่งกดดันบรรยากาศตลาดโดยรวมและอาจกดดัน BNB ในระยะสั้น ขณะที่ข้อถกเถียงเรื่อง FBI กับ THORChain เพิ่มความไม่แน่นอนด้านกฎระเบียบให้กับภาคการเงินแบบกระจายศูนย์

เมื่อวันที่ 2 พ.ย. 2569 เวลา 06:22 น. ตามรายงานจาก Cointelegraph Binance กลับมาเปิดให้ผู้ใช้ถอนเงินได้อีกครั้งหลังเกิดเหตุแฮกครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์วงการคริปโต โดยมีเงินไหลออกจากกระดานเทรดราว $3.6 พันล้านนับตั้งแต่เปิดระบบ ในอีกด้านหนึ่ง ผู้ร่วมก่อตั้ง THORChain ออกมาให้ความเห็นว่าโปรโตคอลไม่ควรหยุดการทำงานเพื่อทำตามคำขอของ FBI ที่ต้องการให้อายัดเหรียญ ราคา BNB ณ ขณะนี้อยู่ที่ $708.95 เพิ่มขึ้น 0.8% ในรอบ 24 ชั่วโมง

เงินไหลออก $3.6 พันล้านสะท้อนความไม่มั่นใจ

การที่ผู้ใช้แห่ถอนเงินทันทีที่ระบบเปิดเป็นสัญญาณว่าความเชื่อมั่นต่อกระดานเทรดยังไม่ฟื้นเต็มที่ แม้ Binance จะเดินหน้าเปิดบริการตามปกติแล้วก็ตาม ตัวเลข $3.6 พันล้านถือว่าสูงมากเมื่อเทียบกับการไหลออกในภาวะปกติ และเป็นการทดสอบสภาพคล่องและความน่าเชื่อถือของกระดานเทรดครั้งสำคัญ

ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า Binance ทยอยเปิดถอนคริปโต เริ่มจาก Bitcoin หลังถูกแฮกกว่า $6 พันล้าน และ Binance เร่งซื้อคืนสินทรัพย์ที่ถูกขโมยผ่านตลาดและระบบ OTC ซึ่งเป็นความพยายามเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้น

THORChain ปฏิเสธหยุดโปรโตคอลตามคำขอ FBI

ผู้ร่วมก่อตั้ง THORChain มองว่าการหยุดโปรโตคอลเพื่ออายัดเหรียญตามคำร้องของหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐฯ ขัดกับหลักการของระบบกระจายศูนย์ที่ไม่มีใครควบคุมได้ เหตุผลหลักคือหากยอมทำตามครั้งหนึ่ง ก็จะเป็นบรรทัดฐานให้มีคำขอลักษณะเดียวกันตามมาอีก และกระทบความเป็นกลางของโปรโตคอล

ประเด็นนี้สะท้อนความตึงเครียดระหว่างความพยายามติดตามเงินจากการแฮกกับหลักการต่อต้านการเซ็นเซอร์ของ DeFi ซึ่งเป็นข้อถกเถียงที่ยังไม่มีข้อสรุปชัดเจนในวงการ


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าเรื่องเงินไหลออก $3.6 พันล้านยังไม่ใช่เรื่องน่าตกใจถึงขั้นล่มสลาย เพราะหลังเหตุแฮกขนาดนี้ คนที่อยากถอนเงินออกมาตรวจสอบหรือย้ายความเสี่ยงก็เป็นพฤติกรรมปกติ สิ่งที่ควรดูต่อคือแรงถอนจะชะลอลงเมื่อเวลาผ่านไปหรือไม่ ถ้ายังไหลออกต่อเนื่องหลายวันก็ต้องระวังมากขึ้น ส่วนประเด็น THORChain กับ FBI เป็นเรื่องที่น่าติดตามเพราะจะกำหนดทิศทางว่าโปรโตคอลกระจายศูนย์ต้องรับมือกับแรงกดดันจากรัฐอย่างไร ผู้ที่ถือ BNB ควรจับตาข่าวความคืบหน้าของ Binance อย่างใกล้ชิด

ที่มา: Cointelegraph

ภาพจาก AI