สรุปข่าว
- ธนาคารกลางเกาหลีใต้ส่งแบบสำรวจถึงสถาบันการเงิน 31 แห่ง เพื่อประเมินความเสี่ยงสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรก พร้อมทดสอบภาวะวิกฤตจำลองสถานการณ์เลวร้าย
- แบบสำรวจเปิดให้ตอบ ตั้งแต่วันที่ 23 ตุลาคม ก่อนเหตุแฮก Binance มูลค่า 6.3 พันล้านดอลลาร์ แต่ความเสียหายจริง ทำให้ความเสี่ยงที่แบงก์ชาติเฝ้าระวังชัดเจนขึ้น
- FSC เตรียมคุมเข้มไซเบอร์ หลังสุ่มตรวจ 555 แห่ง พบช่องโหว่ 130 แห่ง ขณะที่แบงก์ชาติยังยืนยันให้ธนาคารพาณิชย์เป็นแกนหลักออกสเตเบิลคอยน์
แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา : Neutral
ข่าวนี้เป็นการเฝ้าระวังเชิงกำกับดูแล ยังไม่มีมาตรการห้ามหรือจำกัดที่กระทบการซื้อขายโดยตรง ขณะเดียวกันก็ไม่มีปัจจัยบวกที่หนุนราคาได้ชัดเจน ผลต่อราคาระยะสั้นจึงจำกัด
ธนาคารกลางเกาหลีใต้ (Bank of Korea: BOK) เริ่มส่งแบบสำรวจไปยังสถาบันการเงินชั้นนำ 31 แห่ง ซึ่งรวมถึงธนาคารพาณิชย์ 18 แห่ง และบริษัทหลักทรัพย์ 13 แห่ง เพื่อประเมินความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรก
โดยครอบคลุมตั้งแต่การจัดสรรบุคลากร งบประมาณ กิจกรรมทางธุรกิจ เหตุผลในการเข้าสู่ตลาด ไปจนถึงมูลค่าเม็ดเงินลงทุนในบริษัทคริปโทฯ ทั้งในและต่างประเทศ
นอกจากนี้ ยังมีการทดสอบภาวะวิกฤต เพื่อจำลองสถานการณ์เลวร้าย เช่น การที่กระดานเทรดเบอร์หนึ่งของประเทศ ต้องหยุดให้บริการชั่วคราวจากการถูกแฮกครั้งใหญ่ ตลาดคริปโทฯ ดิ่งลงอย่างรุนแรงจนซบเซายาวนาน รวมถึงผลกระทบลูกโซ่หากมีสถาบันการเงินรายอื่นเกิดผลขาดทุนมหาศาล
ทั้งนี้ แม้ว่าแบบสำรวจนี้จะเริ่มเปิดให้ตอบตั้งแต่วันที่ 23 ตุลาคม ก่อนเกิดเหตุการณ์แฮก Binance มูลค่า 6.3 พันล้านดอลลาร์ แต่ความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง กลับกลายเป็นบทเรียนเชิงประจักษ์ที่ช่วยฉายภาพความเสี่ยงที่ธนาคารกลางกำลังเฝ้าระวังอยู่ให้เห็นเด่นชัดยิ่งขึ้น โดยสถาบันการเงินทุกแห่งที่เกี่ยวข้องมีกำหนดต้องส่งคำตอบกลับมาภายในวันพุธนี้
สถาบันการเงินเกาหลีใต้เร่งเครื่องบริการสเตเบิลคอยน์ ท่ามกลางกฎหมายที่ล่าช้า
การตรวจสอบในครั้งนี้ เกิดขึ้นท่ามกลางช่วงเวลาที่สถาบันการเงินเกาหลีใต้กำลังเดินหน้าทดสอบ และพัฒนาบริการสเตเบิลคอยน์อย่างต่อเนื่อง แม้การผลักดันร่างกฎหมายพื้นฐานด้านสินทรัพย์ดิจิทัลจะล่าช้ากว่าที่ตลาดคาด จากข้อถกเถียงเรื่องคุณสมบัติของหน่วยงานที่ควรได้รับอนุญาตให้ออกสเตเบิลคอยน์
โดยที่ผ่านมา KB Financial Group ได้เสร็จสิ้นโครงการนำร่องสเตเบิลคอยน์อิงเงินวอนไปแล้วตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ขณะที่ Kakao Pay และ KakaoBank ได้จับมือกับ Fireblocks ในเดือนกันยายนเพื่อร่วมกันพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสินทรัพย์ดิจิทัล
ทั้งนี้ ทางธนาคารกลางเกาหลีใต้ (BOK) ยังคงยึดจุดยืนชัดเจนที่ต้องการให้ธนาคารพาณิชย์เป็นแกนหลักในการออกสเตเบิลคอยน์ เพื่อควบคุมดูแลและรักษาเสถียรภาพของระบบการเงินในภาพรวม
หน่วยงานกำกับยกระดับคุมเข้มไซเบอร์ หลังพบบริษัทการเงินกว่า 130 แห่งมีช่องโหว่
นอกจากนี้ หน่วยงานกำกับดูแลของเกาหลีใต้ยังได้ยกระดับมาตรการความปลอดภัยทางไซเบอร์ให้เข้มงวดยิ่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา คณะกรรมการบริการทางการเงิน (FSC) ได้เสนอร่างกฎระเบียบฉบับใหม่ที่รัดกุมกว่าเดิม หลังผลการสุ่มตรวจสถาบันการเงิน 555 แห่ง พบช่องโหว่ด้านความปลอดภัยไซเบอร์มากถึง 130 แห่ง
ซึ่งเกณฑ์ใหม่นี้จะบังคับให้ประเมินความเสี่ยงของระบบบ่อยครั้งขึ้น พร้อมทั้งกำหนดให้ผู้บริหารระดับสูง ต้องเข้ามาร่วมรับผิดชอบโดยตรงมากขึ้น หลังพบข้อมูลว่า มีบริษัทถึง 16 แห่ง รวมถึงกระดานเทรดคริปโทฯ เคยเผชิญกับเหตุการณ์ถูกคุกคามทางไซเบอร์มาแล้วในช่วงที่ผ่านมา
ที่มา : cointelegraph
มุมมองผู้เขียน : การที่แบงก์ชาติเลือกทำแบบสำรวจพร้อมทดสอบภาวะวิกฤต สะท้อนว่าเกาหลีใต้เริ่มมองคริปโทฯ เป็นความเสี่ยงเชิงระบบที่ต้องเตรียมรับมือ มากกว่าแค่สินทรัพย์เก็งกำไรนอกระบบ

