สรุปข่าว
- ผู้โจมตีเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานที่เก็บข้อมูลแบบรวมศูนย์ของ MetaMask และแก้ไขที่อยู่กระเป๋าเงินรับรางวัล Staking ของ Validator บางส่วน ทำให้รางวัลมูลค่าราว 0.385 ETH ถูกขโมย
- เงินต้นและกุญแจถอนเงินของผู้ใช้ ไม่ได้รับผลกระทบ เพราะบริษัทไม่ได้ถือครอง หรือควบคุมกุญแจเหล่านี้
- Validator ที่เกี่ยวข้อง ถูกปลดออกจากระบบครบแล้ว ผู้ใช้บางส่วนอาจเจอการถอนเงินล่าช้าชั่วคราว
แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา : Neutral
มูลค่าความเสียหายน้อยมาก เมื่อเทียบกับขนาดตลาด และเงินต้นของผู้ใช้งานปลอดภัยทั้งหมด จึงไม่น่าส่งผลต่อราคา ETH โดยตรง ผลกระทบที่พอมองเห็นได้คือความเชื่อมั่นต่อบริการ Staking ของ MetaMask ที่อาจสั่นคลอนเล็กน้อยในระยะสั้น
เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายนที่ผ่านมา MetaMask ผู้ให้บริการกระเป๋าเงินคริปโทชั้นนำ ได้เผยแพร่รายงานความคืบหน้า ผ่านเว็บไซต์ทางการ เกี่ยวกับเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยที่เกิดขึ้น เมื่อปลายเดือนกันยายน
โดยระบุว่า ผู้โจมตีได้เข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานที่มีการจัดเก็บข้อมูลแบบรวมศูนย์ และทำการแก้ไขที่อยู่กระเป๋าเงิน สำหรับรับรางวัลการ Staking เหรียญ Ethereum (ETH) ของ Validator บางส่วน ส่งผลให้มีรางวัล Staking ถูกขโมยไป คิดเป็นมูลค่าประมาณ 0.385 ETH
ซึ่ง MetaMask ตรวจพบความผิดปกตินี้ ตั้งแต่วันที่ 28 กันยายน และสามารถระบุปัญหา พร้อมทั้งแก้ไขการตั้งค่ากลับคืนได้ภายในวันเดียวกัน ก่อนจะออกแถลงการณ์แจ้งเตือนเบื้องต้น เมื่อวันที่ 30 กันยายน และเริ่มดำเนินการถอน Validator ที่เกี่ยวข้องออกจากระบบ เพื่อเป็นมาตรการป้องกันความปลอดภัยล่วงหน้า
เงินต้นและกุญแจถอนเงินไม่ได้รับผลกระทบ
MetaMask ออกมาชี้แจงว่า สินทรัพย์ที่ได้รับผลกระทบจากการรั่วไหลในครั้งนี้ เป็นเพียง ส่วนของผลตอบแทนจาก Execution Layer เช่น ค่าธรรมเนียมธุรกรรมจากการสร้างบล็อกเท่านั้น ซึ่งถูกแยกส่วนการบริหารจัดการ ออกจากเงินต้น ETH ที่ผู้ใช้งานนำมา Stake ไว้อย่างชัดเจน
ด้วยโครงสร้างทางสถาปัตยกรรม ของบริการ MetaMask Staking ที่เดิมชื่อ Consensys Staking ทางบริษัทไม่ได้เป็นผู้ถือครอง หรือควบคุมกุญแจถอนเงินของลูกค้า ทำให้เงินต้นของผู้ใช้ได้รับการปกป้องอย่างปลอดภัย 100%
โดยผลการตรวจสอบยืนยันชัดเจนว่า ไม่พบหลักฐานการถูกเจาะระบบในส่วนของเงินต้นหรือกุญแจถอนเงิน อีกทั้งตัวแอปพลิเคชันและโครงสร้างพื้นฐานหลักของวอลเล็ตก็ไม่ได้รับความเสียหายแต่อย่างใด ดังนั้น ผู้ใช้งานทั่วไปจึงวางใจได้ และไม่จำเป็นต้องดำเนินการใดๆ เพิ่มเติม
ทั้งนี้ MetaMask ยังได้ออกโรงเตือน ให้ผู้ใช้ระมัดระวังกลลวง Phishing ที่อาจฉวยโอกาสจากเหตุการณ์นี้ พร้อมย้ำเตือนอย่างหนักแน่นว่า บริษัทจะไม่มีวันขอ Secret Recovery Phrase หรือ Private Key จากผู้ใช้งานโดยเด็ดขาด
ปลด Validator ครบทั้งหมดแล้ว แต่อาจเกิดความล่าช้าในการถอนเงินชั่วคราว
ปัจจุบัน Validator ทั้งหมดที่ได้รับผลกระทบได้ออกจากระบบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ตาม เนื่องจากกลไกเครือข่ายของ Ethereum กำหนดให้ขั้นตอนการออกจากระบบ กับการถอนเงินจริงแยกขาดจากกัน และต้องมีระยะเวลาประมวลผล ก่อนจะถอนเหรียญออก หรือนำกลับไป Stake ใหม่ได้
มาตรการป้องกันเชิงรุกนี้ จึงอาจทำให้ผู้ใช้งานบางส่วน เจอกับปัญหาถอนเงินล่าช้าชั่วคราว รวมถึงอาจเสียโอกาสรับผลตอบแทน Staking ไปบ้างในช่วงที่ระบบกำลังรีสตาร์ต ซึ่งทาง MetaMask กำลังเร่งประสานงานดูแลลูกค้าและพันธมิตรที่ได้รับผลกระทบเป็นรายกรณี
ขณะเดียวกัน ในฝั่งของ Lido ซึ่งเป็นโปรโตคอล Liquid Staking ได้เคยออกมาชี้แจงตั้งแต่วันที่ 30 กันยายนว่า กระบวนการถอน Validator ของ MetaMask บนแพลตฟอร์มจะเสร็จสิ้นภายในวันที่ 7 ตุลาคม และคาดว่า จะต้องใช้เวลาสูงสุดถึง 45 วัน เพื่อให้เหรียญ ETH ที่ถูกถอนออกไป หมุนเวียนกลับคืนสู่ระบบโปรโตคอลอย่างสมบูรณ์
ที่มา : coinpost
มุมมองผู้เขียน : เหตุการณ์ดังกล่าวมีแนวโน้มผลักดันให้ผู้ให้บริการ Staking รายอื่นหันกลับมาทบทวน และลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาโครงสร้างแบบรวมศูนย์อย่างจริงจัง ขณะที่ฝั่งผู้ใช้งานจำเป็นต้องยกระดับความระมัดระวังต่อการโจมตีแบบฟิชชิงและข้อความหลอกลวง ที่อาจฉวยโอกาสจากสถานการณ์นี้เป็นพิเศษ

