สรุปข่าว
- ผ่านไป 8 วันหลังเหตุแฮกมูลค่า $6.3 พันล้าน Binance ยังไม่เปิดเผยว่ามีสินทรัพย์อยู่ใน Hot Wallet เท่าไร
- Gate, Upbit และ Coinbase ต่างรีบเผยสัดส่วน Cold Storage ของตัวเองเทียบกับ Binance
- ต้องจับตาว่า Binance จะตอบคำถามเรื่องความโปร่งใสหรือไม่ และหน่วยงานกำกับดูแลจะเรียกร้องให้ทุกกระดานเปิดตัวเลขนี้หรือเปล่า
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bearish
ความเงียบของกระดานเทรดใหญ่ที่สุดในโลกเรื่องสถานะ Hot Wallet ทำให้ตลาดตั้งคำถามเรื่องความเสี่ยงและความโปร่งใส ซึ่งกดดันความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อกระดานเทรดแบบรวมศูนย์ ในช่วงที่ตลาดคริปโตอ่อนแออยู่แล้ว
ตามรายงานจาก Cointelegraph เมื่อช่วงดึกของวันที่ 6 พ.ย. ตามเวลาไทย Binance ยังไม่เปิดเผยว่าเคยเก็บเงินไว้ใน Hot Wallet เท่าไรก่อนเกิดเหตุแฮกมูลค่า $6.3 พันล้าน ทั้งที่ผ่านมาแล้ว 8 วัน ขณะที่คู่แข่งอย่าง Coinbase, Gate และ Upbit แข่งกันเผยสัดส่วนการเก็บสินทรัพย์แบบออฟไลน์ของตัวเอง Cointelegraph ตั้งคำถามว่ากระดานเทรดทุกแห่งควรถูกบังคับให้เปิดเผยข้อมูลนี้หรือไม่ รายงานระบุว่า Binance ยังไม่ตอบคำถามเรื่องขนาดยอดเงินใน Hot Wallet สัดส่วน Hot ต่อ Cold และกลไกควบคุมวงเงินโอนฉุกเฉิน
คู่แข่งแห่เปิดตัวเลข Cold Storage
Gate เปิดตัวกรอบ “Proof of Security” โดยรายงานว่ามีสินทรัพย์เก็บใน Cold Storage 88.26% และใน Hot Wallet 11.74% พร้อมระบุว่าสินทรัพย์ใน Cold Storage ครอบคลุมหนี้สินต่อลูกค้า 104.58% แม้ Hot Wallet จะถูกดูดจนหมด ด้าน Dunamu บริษัทแม่ของ Upbit ระบุว่าตั้งเป้าให้ Hot Wallet มีไม่ถึง 1% ของสินทรัพย์ลูกค้า โดยสิ้นเดือนกันยายนอยู่ที่ 99.17% ใน Cold Storage ส่วน Coinbase ย้ำว่าสินทรัพย์ลูกค้ากว่า 99% เก็บแบบออฟไลน์ พร้อมระบบจัดการกุญแจหลายชั้น วงเงินเติม Hot Wallet และสวิตช์ตัดการทำงานฉุกเฉิน
ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานเรื่องการเปิดตัวเลข Cold Storage ของคู่แข่งไปแล้ว อ่านข่าวเดิม และข่าวนี้คือความต่อเนื่องที่ชี้ว่า Binance ยังไม่ตอบในประเด็นเดียวกัน
ทำไมกระดานเทรดไม่อยากเปิดยอด Hot Wallet
ฝ่ายความปลอดภัยและผู้ตรวจสอบอย่าง CertiK ชี้ว่า การเปิดยอด Hot Wallet แบบเรียลไทม์และเกณฑ์การทำงานระหว่างที่กำลังแก้ไขช่องโหว่ อาจเผยจุดอ่อนที่เหลืออยู่ให้ผู้โจมตีเห็น อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ย้ำว่าการมีสัดส่วน Cold Storage สูงก็ไม่ได้รับประกันว่าจะปลอดภัยเด็ดขาด เพราะหากกลไกลงนามถอนเงินหรือกลไกเติมเงินถูกเจาะ Hot Wallet ก็ยังถูกดูดได้
แรงกดดันจากหน่วยงานกำกับ
คณะกรรมการกำกับการเงินของเกาหลีใต้ (FSC) สั่งตรวจสอบฉุกเฉินกระดานเทรด Upbit, Bithumb, Coinone และ GOPAX หลังเหตุแฮก Binance พร้อมเรียกร้องให้ลดสัดส่วน Hot Wallet ลงอีก ทั้งที่กฎหมายเกาหลีใต้กำหนดขั้นต่ำให้เก็บใน Cold Storage อย่างน้อย 80% อยู่แล้ว ส่วน GOPAX หยุดเทรดและถอนเงินชั่วคราวเพื่อย้ายสินทรัพย์ทั้งหมดเข้า Cold Storage
สำหรับเหตุแฮกเมื่อวันที่ 29 ต.ค. ผู้โจมตีดูดเงินราว $6.3 พันล้านจาก 10 บล็อกเชนในเวลาไม่ถึง 1 ชั่วโมง โดยไม่ได้ขโมยกุญแจส่วนตัวโดยตรง แต่เจาะเข้าโครงสร้างพื้นฐานการลงนามของ Hot Wallet และ Richard Teng ซีอีโอคนปัจจุบันของ Binance ประกาศว่าบริษัทจะรับผิดชอบความสูญเสียทั้งหมดเพื่อปกป้องยอดคงเหลือของผู้ใช้
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่า ความเงียบของ Binance ตอนนี้เข้าใจได้ในแง่ความปลอดภัย แต่ในแง่ความเชื่อมั่นมันเริ่มส่งผลเสีย เพราะยิ่งคู่แข่งโชว์ตัวเลขชัด ๆ ออกมา คนก็ยิ่งสงสัยว่าทำไม Binance ไม่ทำบ้าง ผมคิดว่าอย่างน้อยควรมีการเปิดเผยสัดส่วนแบบย้อนหลังหรือผ่านผู้ตรวจสอบอิสระ ซึ่งไม่กระทบการแก้ช่องโหว่ในปัจจุบัน สิ่งที่ควรจับตาต่อคือ Binance จะออกมาตอบเมื่อไร และ FSC ของเกาหลีใต้จะผลักดันให้เกิดมาตรฐานการเปิดเผยข้อมูลแบบบังคับหรือไม่ เพราะถ้าเกิดขึ้น ทุกกระดานเทรดต้องปรับตัวตามแน่นอน
ที่มา: @Cointelegraph
ภาพจาก AI

