bitkub-banner

นักวิเคราะห์ชี้ CLARITY Act ยังมีลุ้นผ่านในช่วง Lame Duck แม้เดโมแครตชนะเลือกตั้ง

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Renato Mariotti อดีตอัยการรัฐบาลกลางสหรัฐฯ และพิธีกรรายการ The Policy Protocol ของ CoinDesk มองว่า CLARITY Act ยังไม่ตายหลังเลือกตั้งกลางเทอม เพราะช่วง Lame Duck เปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายหันมาตกลงกัน
  • นี่เป็นความเห็นของนักวิเคราะห์ ไม่ใช่การประกาศข้อตกลงหรือการเปิดลงมติใหม่ในสภาคองเกรส และร่างกฎหมายยังต้องใช้เสียง 60 เสียงในวุฒิสภา
  • ต้องจับตาว่าผู้นำสภาคองเกรสจะนัดลงมติรอบใหม่ก่อนสภาชุดที่ 120 เข้ารับตำแหน่งวันที่ 3 ม.ค. 2570 หรือไม่

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Neutral

ข่าวนี้เป็นเพียงความเห็นจากนักวิเคราะห์รายเดียว ยังไม่มีความเคลื่อนไหวเชิงนิติบัญญัติที่ชัดเจน จึงยังไม่ใช่ปัจจัยที่เปลี่ยนทิศทางราคาได้ แต่ช่วยให้ตลาดยังมีความหวังว่ากฎหมายจะไม่ถูกทิ้งไปทั้งหมด

เมื่อวันที่ 7 พ.ย. 2569 ตามรายงานจาก CoinDesk ได้หยิบความเห็นของ Renato Mariotti มาตั้งคำถามว่า CLARITY Act ตายแล้วหรือยังหลังการเลือกตั้งกลางเทอม โดย Mariotti กล่าวว่า “ตามความเป็นจริงแล้ว ตอนนี้มีโอกาสที่ทุกฝ่ายจะมาตกลงกันได้ในช่วง Lame Duck” ความเห็นดังกล่าวมาจากรายการพอดแคสต์ The Policy Protocol ของ CoinDesk ซึ่งมี Grayscale เป็นผู้สนับสนุนรายการ

Lame Duck คืออะไร และทำไมเกี่ยวกับร่างกฎหมายนี้

Lame Duck คือช่วงที่สภาคองเกรสชุดปัจจุบันยังทำงานอยู่ หลังการเลือกตั้งแต่ก่อนสมาชิกชุดใหม่เข้ารับตำแหน่ง สำหรับครั้งนี้สภาคองเกรสชุดที่ 119 จะทำงานต่อจนถึงวันที่ 3 ม.ค. 2570 หากร่างกฎหมายไม่ผ่านภายในกำหนดนี้ ก็ต้องกลับไปเริ่มต้นเสนอใหม่ทั้งหมด

ร่างกฎหมายนี้คือ H.R. 3633 หรือ Digital Asset Market Clarity Act ซึ่งแบ่งอำนาจกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลระหว่าง ก.ล.ต. สหรัฐฯ (SEC) กับ CFTC สภาผู้แทนราษฎรผ่านร่างนี้เมื่อวันที่ 17 ก.ค. 2568 ด้วยคะแนน 294 ต่อ 134 และคณะกรรมาธิการการธนาคารของวุฒิสภาเห็นชอบฉบับแก้ไขเมื่อวันที่ 14 พ.ค. 2569 ด้วยคะแนน 15 ต่อ 9

อุปสรรคที่ยังรออยู่ในวุฒิสภา

ปัญหาใหญ่คือการลงมติขั้นตอนปิดอภิปรายเมื่อวันที่ 15 ก.ย. 2569 ที่ไม่ผ่าน ด้วยคะแนน 49 ต่อ 50 ขาดอีก 11 เสียงจาก 60 เสียงที่กฎวุฒิสภากำหนด วุฒิสมาชิก Thom Tillis จากพรรครีพับลิกันได้ยื่นญัตติขอพิจารณาใหม่ไว้ ทำให้ร่างนี้ยังอยู่ในปฏิทินของวุฒิสภา ไม่ได้ถูกยกเลิกถาวร

ประเด็นที่ยังตกลงกันไม่ได้ ได้แก่ การห้ามประธานาธิบดีและครอบครัวมีผลประโยชน์ในธุรกิจคริปโต ความรับผิดของนักพัฒนา และการให้ผลตอบแทนบน Stablecoin นอกจากนี้ผลเลือกตั้งเมื่อวันที่ 3 พ.ย. ทำให้เดโมแครตได้เสียงข้างมากทั้งสองสภา ผู้ที่ลงมติเห็นชอบในช่วง Lame Duck จึงต้องหาเสียงจากเดโมแครตอย่างน้อย 10-11 คน

ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า เดโมแครตชนะเลือกตั้งสหรัฐฯ ส่อปิดฉากกฎหมาย Clarity Act กวาดล้างคริปโทฯ และ เดโมแครตสหรัฐฯ เล็งออกกฎหมายคริปโตเข้มงวดขึ้น หลังครองทั้งสองสภา ซึ่งสะท้อนว่าพรรคที่จะคุมสภาในปี 2570 อาจอยากร่างกฎหมายของตัวเองด้วยมาตรการคุ้มครองผู้บริโภคที่เข้มกว่าเดิม

ตลาดคาดการณ์มองต่างจากนักวิเคราะห์

หลังผลเลือกตั้ง ตลาดคาดการณ์อย่าง Polymarket ให้โอกาสที่ CLARITY Act จะกลายเป็นกฎหมายในปี 2569 ลดลงจากกว่า 40% เหลือราว 3% ซึ่งต่างจากมุมมองเชิงบวกของ Mariotti อย่างมาก ขณะเดียวกัน SEC และ CFTC ระบุว่าจะเดินหน้าออกกฎและแนวปฏิบัติภายใต้อำนาจที่มีอยู่ หากสภาคองเกรสไม่ผ่านกฎหมายภาพรวมของตลาด


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าความเห็นของ Mariotti เป็นการเตือนว่าอย่าเพิ่งตัดสินว่าเรื่องนี้จบ แต่ก็ไม่ควรอ่านว่าดีลใกล้เกิดขึ้นแล้ว เพราะเขาเป็นนักวิเคราะห์ ไม่ใช่คนที่นั่งอยู่ในโต๊ะเจรจา และตัวเลข 49 ต่อ 50 กับเสียง 60 ที่ต้องหาให้ได้ยังเป็นกำแพงจริง สิ่งที่น่าจับตาคือผู้นำวุฒิสภาจะนัดลงมติรอบใหม่หรือไม่ และเดโมแครตฝั่งกลางจะยอมเจรจาเรื่องจรรยาบรรณของประธานาธิบดีกับ Stablecoin ก่อนสิ้นปีหรือเปล่า ถ้าไม่มีสัญญาณเหล่านี้ภายในไม่กี่สัปดาห์ ก็น่าจะต้องกลับไปเริ่มใหม่ในปี 2570

ที่มา: CoinDesk

ภาพจาก AI