สรุปข่าว
- SunBit สตาร์ทอัพด้านพลังงานจากฟินแลนด์ ติดตั้ง “Bitcoin Boiler” แล้ว 30 ระบบ ใช้เครื่องขุด ASIC เป็นแหล่งทำความร้อนให้อาคาร พร้อมนำ Bitcoin ที่ขุดได้มาชดเชยค่าไฟ
- แต่ละเครื่องใช้ไฟราว 5.3 กิโลวัตต์ ขุดได้ราว 1 ใน 12 ของ Bitcoin ต่อปี โมเดลนี้ต้องให้ราคา Bitcoin อยู่เหนือราว $70,000 รายได้จึงจะครอบคลุมค่าไฟ
- สิ่งที่ต้องจับตาคือราคา Bitcoin ที่ตอนนี้อยู่ราว $76,000 ใกล้เส้นคุ้มทุน และผลกระทบจาก Halving ในปี 2028
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Neutral
ข่าวนี้เป็นโมเดลธุรกิจเฉพาะกลุ่ม ขนาดแค่ 30 ระบบ จึงยังไม่มีผลต่อแรงซื้อขายของตลาดโดยรวม แต่ช่วยสะท้อนว่าการใช้ความร้อนจากการขุด Bitcoin มีการใช้งานจริงในระดับครัวเรือน
เมื่อวันที่ 8 พ.ย. 2569 ตามรายงานจาก SB Recommendations สตาร์ทอัพจากฟินแลนด์รายหนึ่งแปลงความร้อนจากการขุด Bitcoin มาเป็นระบบทำความร้อนในบ้าน โดยให้เครื่องขุดทำหน้าที่เป็นหน่วยทำความร้อนกลางของอาคาร ข้อมูลที่ตรวจสอบเพิ่มเติมระบุว่าบริษัทดังกล่าวคือ SunBit ซึ่งมีระบบที่ใช้งานอยู่ 30 ระบบ และเรื่องนี้ถูกนำเสนอโดย CoinDesk ด้วย
ระบบนี้ทำงานอย่างไร
SunBit ใช้เครื่องขุดแบบระบายความร้อนด้วยน้ำ รุ่น Bitmain Antminer S21 XP Hydro ติดตั้งในห้องหม้อต้มน้ำของอาคาร เครื่องเปลี่ยนไฟฟ้าเกือบทั้งหมดเป็นความร้อน ทำน้ำร้อนได้สูงสุดราว 60 องศาเซลเซียส ส่งไปยังหม้อน้ำและระบบทำความร้อนใต้พื้น ส่วน Bitcoin ที่ขุดได้ใช้ชดเชยค่าไฟของเจ้าของอาคาร
ตามข้อมูลของ Elmeri Suomi ผู้ก่อตั้งและซีอีโอ แต่ละเครื่องใช้ไฟราว 46,400 กิโลวัตต์ชั่วโมงต่อปี ขุด Bitcoin ได้ราว 1 ใน 12 ต่อปี คิดเป็นรายได้สุทธิราว $6,100 หลังหักค่าบริหาร 10% และค่าธรรมเนียมพูล ที่ราคาปัจจุบัน
ฟรีจริงหรือไม่ ข้อเท็จจริงที่ต้องดู
คำว่า “ฮีตเตอร์ฟรี” ที่ใช้ในโพสต์ต้นทางต้องอ่านอย่างระวัง เจ้าของบ้านต้องลงทุนติดตั้งล่วงหน้าราว $20,000 ขึ้นไปต่อระบบ และจะ “ฟรี” ก็ต่อเมื่อมูลค่า Bitcoin ที่ขุดได้เท่ากับหรือมากกว่าค่าไฟที่ใช้ SunBit ระบุว่าราคา Bitcoin ต้องอยู่เหนือราว $70,000 หากต่ำกว่านั้น เจ้าของจะขาดทุนเมื่อเทียบกับค่าไฟแบบปกติ ขณะนี้ Bitcoin ซื้อขายที่ราว $76,061 จึงยังเหนือเส้นดังกล่าวไม่มากนัก
นอกจากนี้ 30 ระบบไม่ได้เป็นบ้านพักอย่างเดียว แต่รวมบ้านเดี่ยว คฤหาสน์เก่าแก่ และอาคารพาณิชย์ โดย 29 ระบบอยู่ในฟินแลนด์ และ 1 ระบบอยู่ที่เนเธอร์แลนด์ นอกจากนี้ เครื่องขุดทำหน้าที่เหมือนเครื่องทำความร้อนแบบความต้านทาน ใช้ไฟ 1 หน่วยได้ความร้อน 1 หน่วย ขณะที่ฮีตปั๊มรุ่นใหม่ได้ความร้อนราว 2.5 ถึง 3 หน่วยต่อไฟ 1 หน่วย และในหน้าร้อนที่ไม่ต้องใช้ความร้อน หากยังขุดต่อ ความร้อนส่วนเกินต้องระบายทิ้งสู่ภายนอก
ความเสี่ยงจาก Halving ปี 2028
ความเสี่ยงสำคัญคือ Bitcoin Halving ที่คาดว่าจะเกิดช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 2028 ซึ่งจะลดรางวัลต่อบล็อกจาก 3.125 BTC เหลือ 1.5625 BTC ตามการประเมินจากข้อมูลที่ตรวจสอบ ราคาคุ้มทุนของเครื่องเหล่านี้อาจขยับขึ้นไปราว $131,000 ต่อ BTC เพื่อให้ครอบคลุมค่าไฟเท่านั้น ทำให้เจ้าของอาจคืนทุนติดตั้ง $20,000 ได้ยากขึ้น
แนวคิดนำความร้อนจากการขุด Bitcoin มาใช้ในฟินแลนด์ไม่ใช่เรื่องใหม่ บริษัทขนาดใหญ่อย่าง MARA Holdings, Hashlabs และ Terahash Energy ก็เชื่อมโรงขุดหลายเมกะวัตต์เข้ากับระบบทำความร้อนของเมืองอยู่แล้ว
ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการขุด Bitcoin ไว้ในข่าว นักขุด Bitcoin อิสระโชคดีขุดเองได้เพิ่มเป็น 36 บล็อกแล้วในปีนี้
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าไอเดียนี้น่าสนใจตรงที่เปลี่ยน “ของเสีย” อย่างความร้อนให้มีประโยชน์ แต่คำว่าฟรีค่อนข้างเกินจริง เพราะเจ้าของต้องแบกทั้งเงินลงทุนก้อนใหญ่และความเสี่ยงเรื่องราคา Bitcoin เต็ม ๆ ถ้าราคาหลุดแนว $70,000 ตัวเลขจะเปลี่ยนทันที และเรื่อง Halving ปี 2028 ก็เป็นอีกเรื่องที่ควรคิดให้ดี สิ่งที่ควรจับตาคือราคา Bitcoin เทียบกับเส้นคุ้มทุน และจะมีบ้านหรืออาคารติดตั้งเพิ่มอีกแค่ไหน
ที่มา: SB Recommendations
ภาพจาก AI
