<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>
bitkub-2022-769x90
bitkub-2022-300x250

สาเหตุที่ Bitcoin และ Blockchain ไม่เป็นที่นิยมในหมู่คนยุค Babyboomer

bitkub-2022-769x90
bitkub-2022-300x250
ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain

ประชาชนยุค Babyboomer หรือผู้คนที่เกิดตั้งแต่ปี ค.ศ. 1946-1964 ซึงอาจกล่าวได้ว่าเป็นเจเนอเรชันที่มีความร่ำรวยมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศสหรัฐฯเลยก็ได้ โดยรายได้ของคนยุคนี้คิดเป็น 70% ของรายได้ของคนทุกยุคในประเทศ และมีการคาดการณ์ว่าจะสูงขึ้นถึง 13 ล้านล้านดอลลาร์ในอีก 20 ปีข้างหน้า

กระนั้นผู้ใช้งาน Bitcoin ที่มีอายุมากกว่า 55 ปีกลับมีน้อยกว่า 7% ของตลาดรวมทั้งหมด อะไรคือสาเหตุที่ทำให้ผู้คนยุคเก่าแก่รุ่นนี้ไม่มีความสนใจในตลาดของเหรียญคริปโตที่มีมูลค่าถึง 87 พันล้านดอลลาร์กันล่ะ? และอะไรจะเกิดขึ้นกับมูลค่าตลาดรวมของ cryptocurrency ถ้าหากว่าผู้ใช้งานในเจเนอเรชัน Babyboomer ส่วนใหญ่เริ่มหันมาลงทุน?

ทำไมพวกเขาถึงไม่หันมาปรับตัวใช้ Cryptocurrency กัน

ขั้นแรกเลย ลองมาพูดถึงสาเหตุที่รั้งพวกเขาไว้ในการหันมาลองใช้ Bitcoin หรือเหรียญอื่นๆ ซึ่งสาเหตุหลักๆอาจจะมี

bitazza-may-300x250
bitazza-may-768x90
  1. ต้องการการเรียนรู้อย่างมาก – การทำความเข้าใจว่าเหรียญ cryptocurrency คืออะไรและทำงานอย่างไรนั้นจำเป็นที่จะต้องมีความรู้พื้นฐานทางด้านคอมพิวเตอร์พอสมควร ซึ่งการที่คนยุคนี้ไม่เหมือนคนยุค Gen-X (1965-1979) หรือคน Gen-Y (1980-1995) ที่เติบโตมากับความเป็นดิจิตอลนั้น ทำให้พวกเขาที่ไม่มีต้นทุนด้านความรู้เกี่ยวกับอุปกรณ์ดิจิตอลมาตั้งแต่เด็กๆต้องใช้ความพยายามมากกว่าในการเรียนรู้และทำความเข้าใจ
  2. การซื้อเหรียญ Cryptocurrency นั้นไม่ง่าย – การจะรู้ว่าเว็บ exchange ไหนที่สามารถไว้ใจได้ หรือควรเริ่มตรงไหนนั้น จะต้องมีคนมาแนะนำและช่วยบอกต่อ รวมถึงสอนวิธีการใช้งานอีก
  3. ความยุ่งยากด้านความปลอดภัย – ธุรกรรมไม่สามารถที่จะถูก reverse ได้หากมีการโอนหากันผิด คือถ้าโอนผิดก็ไปแล้วไปเลย ไม่เหมือนธนาคารที่ยังมีการตามคืนได้ รวมถึงการเก็บ private key ที่ถ้าเกิดว่าทำหายแล้วคือหายเลยเช่นกัน
  4. ณ ตอนนี้พวกเขาไม่รู้ว่าจะเอาไปซื้ออะไร นอกจากใช้ซื้อเหรียญ cryptocurrency อื่นๆ
  5. ราคามีความผันผวนสูง – ด้วยธรรมชาติของเหรียญคริปโตที่สามารถโอนหากันได้อย่างรวดเร็วส่งผลให้ราคาของมันมีความผันผวนสูง ซึ่งคนยุคนี้ที่เคยชินกับการลงทุนแบบดั้งเดิมอย่างเช่นตลาดหุ้นที่เน้นถือระยะยาวความผันผวนต่ำ รวมถึงการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ที่ถ้าเกิดขาดทุนอย่างน้อยก็ยังมีที่ดินกับบ้านเหลือไว้ให้เห็นได้ ทำให้พวกเขาไม่เคยชินกับการลงทุนกับสินทรัพย์ประเภทนี้อย่างมาก

กระนั้น ด้วยอัตราเปอร์เซ็นต์ของการใช้โทรศัพท์ smartphone ของผู้คนยุค babyboomer ที่มีมากกว่า 60% แล้ว อาจจะเป็นนัยที่บ่งบอกได้ว่าการปรับตัวใช้เทคโนโลยีดังกล่าวนี้อาจอยู่แค่เอื้อม

โดย ณ ตอนนี้ตลาดได้แสดงสัญญาณที่บ่งบอกถึงโอกาสอันสวยงามนี้แล้ว ซึ่งนาย Moses Znaimer หรือเจ้าพ่อสื่อสารสนเทศน์จาก Ideacity นั้นได้จัดการประชุมที่เมืองโทรอนโทประเทศแคนาดา โดยในงานนั้นเขาได้พูดถึงเทรนด์ใหม่ๆรวมถึงนวัตกรรมที่จะสามารถมามีอิทธิพลต่อโลกได้ โดยเขาได้กล่าวถึง Blockchain และ cryptocurrency ที่เป็นเทรนด์ใหม่ที่กำลังมาแรงอยู่ในขณะนี้ โดยผู้ที่มาเป็นนักพูดคนแรกคือ Don Tapscott หรือหนึ่งในอาจารย์ทางด้าน Blockchain ที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก

นาย Don นั้นยังเป็นผู้นำทางด้านนวัตกรรม, สื่อ และเศรษฐศาสตร์ รวมถึงผู้ประพันธ์หนังสือ “Blockchain Revolution” ที่มีเนื้อหาสอนและอธิบายเกี่ยวกับเทคโนโลยี Blockchain เจาะกลุ่มเป้าหมายคนยุค Babyboomer ที่มีอายุราวๆ 50-75 ปี และดูเหมือนว่าเขาจะทำมันได้ดีเสียด้วย

โดยเทคนิคการสอนของเขาที่ได้ฉายาว่า “อธิบายธุรกรรมบน Blockchain แบบเข้าใจง่ายๆแค่ 2 นาที” นั้นเป็นอะไรที่เข้าใจง่ายมากๆในหมู่คนเจเนอเรชันดังกล่าว และทำให้พวกเขาคิดว่า Blockchain นั้นจะสามารถมาเป็นเทคโนโลยีที่สามารถเปลี่ยนโลกได้

อาจกล่าวได้ว่าถ้าหากประชาชนยุค Babyboomer ซึ่งคิดเป็นกลุ่มประชาชนที่มีมากที่สุดในโลกหันมาใช้ Bitcoin หรือเหรียญ ​cryptocurrency นั้น มูลค่าของมันก็จะเพิ่มขึ้นมากกว่านี้อย่างไม่ต้องสงสัย เมื่อไม่นานมานี้ทางสยามบล็อกเชนได้รายงานข่าวเกี่ยวกับสถานการณ์การลงทุน Bitcoin ในประเทศญี่ปุ่น ที่ซึ่งมีหญิงชาวญี่ปุ่นอายุ 55 ปีคนหนึ่งตัดสินใจใช้เงินจำนวน 2 แสนเยนเพื่อมาซื้อ Bitcoin สำหรับใช้เก็บออมเป็นเงินเกษียณ

แล้วคนยุค Babyboomer ในประเทศไทยล่ะ?

สำหรับในประเทศไทยเรานั้น ข้อมูลจาก Google Analytics ของเว็บสยามบล็อกเชนได้เปิดเผยให้เห็นว่าผู้คนยุค Babyboomer ในประเทศไทยที่เข้าชมเว็บ siamblockchain.com และแสดงความสนใจต่อ Bitcoin และ Blockchain นั้นมีไม่ถึง 24% โดยเป็นการคิดอัตราส่วนจากกลุ่มคนอายุจาก 53-71 ปี ซึ่งต่างจากกลุ่ม Generation อื่นๆโดยเฉพาะ Generation Y หรือกลุ่มตัวอย่างอายุตั้งแต่ 22-37 ปีที่คิดเป็นมากกว่า 50% ของผู้ใช้งานทั้งหมด ซึ่งข้อมูลดังกล่าวนั้นเป็นข้อมูลที่เก็บมาตั้งแต่ต้นปี 2017 มาจนถึงเวลา ณ ปัจจุบัน

แม้ว่าตัวเลขเหล่านี้จะไม่สามารถบ่งบอกถึงจำนวนที่แท้จริงของกลุ่มผู้ใช้งาน Bitcoin ทั้งหมดในประเทศไทยได้อย่างแม่นยำและแน่ชัดได้ แต่อย่างน้อยมันก็สามารถที่จะบ่งบอกถึงกระแสและความสนใจของคนไทยจำนวนหนึ่งที่มีความสนใจต่อเทคโนโลยีดังกล่าวได้

ภาพคนยุค Babyboomer จาก sickchirpse.com

กดคลิกเพื่อแสดงความเห็น