<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

ผู้สร้างเหรียญ Ethereum ทะเลาะกับผู้สร้างเหรียญ EOS บนเว็บบอร์ด Reddit

บิดาแห่งเหรียญอันดับสองของโลกอย่าง Ethereum ที่มีความนิยมเป็นอย่างมากนามว่า Vitalik Buterin โดยเฉพาะด้านของการนำไปใช้ต่อยอดในด้านของ Smart Contracts ได้มีการเกิดการโต้เถียงและทะเลาะกับเจ้าของเหรียญ EOS หรือเหรียญอันดับ 15 ของโลกนามว่า Dan Larimer ที่กลายมาเป็นประเป็นบนเว็บบอร์ด Reddit (คล้ายพันทิปบ้านเรา)

Vitalik เริ่มก่อน

ผู้ที่ทำการจุดชนวนนี้ก่อนคนแรกคือนาย Vitalik ผู้ที่กล่าวตอบโต้โพสบนห้อง Ethereum ของ Reddit ในหัวข้อนั้นมีการถกเถียงกันว่าเหรียญ EOS นั้นดีกว่าเหรียญ Ethereum อันเนื่องมาจากจำนวนธุรกรรมและรวมถึงความยืดหยุ่นที่ Ethereum นั้นไม่สามารถให้ได้

ผู้ก่อตั้ง Ethereum ได้เถียงว่าเหรียญ EOS นั้นแม้ว่าจะมีความสามารถในการประมวลผลธุรกรรมได้มากกว่า แต่มันไม่มีการปกป้องของเทคโนโลยี Merkle proof ซึ่งทำให้ผู้ใช้งานธรรมดาทั่วไปไม่สามารถตรวจสอบระบบได้จนกว่าพวกเขาจะยอมรัน full node (เปิดเครื่องคอมพิวเตอร์และลง software บล็อกเชนของเหรียญดังกล่าวที่เก็บธุรกรรมตั้งแต่เริ่มต้นยันปัจจุบัน ซึ่งอาจต้องใช้ขนาดเนื้อที่มาก และใช้เวลาโหลดนาน)

เขายังเถียงว่าธรรมชาติของการกระจายของเหรียญ EOS ผ่าน DPOS (Delegated Proof of Stake หรืออัลกอริทึมแบบสายดอกเบี้ยที่จะใช้การยืนยันธุรกรรมด้วยจำนวนเหรียญที่ผู้ใช้งานถืออยู่ ไม่ได้ใช้การขุดด้วยอุปกรณ์แบบ Ethereum และ Bitcoin) จะเป็นเหตุให้การโหวตในเครือข่ายไม่มีความสมดุล ซึ่งในอดีตนั้นเคยเกิดเป็นปัญหาที่มีจำนวนผู้โหวตน้อย ไปจนถึงแทบจะไม่มีผู้โหวตเลย

และในตอนสุดท้ายนาย Vitalik ได้ชี้ถึงข้อเสียของเหรียญ EOS ทางด้านค่าธรรมเนียม เนื่องจากว่ามันเป็น proof of stake ที่ทำให้ธุรกรรมนั้นจะถูกเชื่อมต่อเข้ากับเหรียญโดยตรงจึงทำให้ค่าธรรมเนียมนั้นสูงเกินกว่าผู้ที่ยากจนจะรับไหว

“คนยากจนเขาคงไม่อยากจะเอาเงินของพวกเขาที่เก็บมาทั้งชีวิตไปลงทุนกับเหรียญหน้าใหม่ที่ดูไม่ค่อยน่าไว้ใจหรอก”

นาย Dan ตอบโต้

หลังจากนั้นนาย Dan ก็ได้ออกมาตอบโต้ โดยกล่าวถึงความแตกต่างของ EOS ทางด้านการตรวจสอบ โดยกล่าวว่า Ethereum นั้นถูกสร้างบนระบบแห่งความ “ไว้ใจ” ด้วยนักขุดที่ออกมาขุดเหรียญ Ethereum ในขณะที่เหรียญ EOS นั้นมีความสามารถทางด้านการเชื่อมต่อและอัพเดต node ที่เร็วกว่าและง่ายกว่าสำหรับผู้ใช้งานที่ไม่ต้องการจะรัน full node ทำให้เหรียญ EOS นั้นมีความง่ายกว่าในการตรวจสอบ

นาย Dan ยังได้กล่าวตอบโต้ในเรื่องของการโหวตในระบบของ proof of stake โดยกล่าวว่าพวกเขาได้ทำการแก้ไขข้อบกพร่องนี้แล้ว และเชื่อว่าจะมีคนโหวตเพิ่มขึ้นในระบบอย่างแน่นอน

และท้ายสุด เขาได้ออกมาชี้แจงเรื่องค่าธรรมเนียม โดยกล่าวว่าผู้ที่ใช้เหรียญ EOS นั้นมักจะเป็นคนที่มีการเตรียมการเหรียญ​ EOS มาก่อนหน้าแล้ว และอัตราของค่าธรรมเนียมนั้นเมื่อใช้ไปนานๆก็จะคงที่มากขึ้นเนื่องด้วยเพราะแรงตลาด

โดยเขากล่าวสรุปว่า

“ก็อย่างที่บอก พวกข้อกล่าวหาเกี่ยวกับ DPOS, EOS และ STEEM นั้นถือเป็นข้อกล่าวหาที่ไม่มีมูล, มั่วซั่ว แถมยังโง่เง่าสิ้นดี”

ความสำคัญของ ICO

ปัญหาดังกล่าวนั้นถือเป็นเรื่องสำคัญ เนื่องจากเหรียญ EOS ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อกำจัดจุดอ่อนที่ Ethereum มี สำหรับ Ethereum (ในความเห็นของ Vitalik) นั้นเชื่อว่าเป็นเหรียญที่ดีกว่า รวมถึงเขาเองนั้นก็เห็นจุดอ่อนใน EOS เช่นกัน กระนั้นหากจะ debate ว่าเหรียญไหนดีกว่ากันเพื่อหาผู้ชนะนั้น เห็นทีจะต้องให้ผู้ใช้งานหลายๆคนเป็นผู้ตัดสินมากกว่าที่จะให้เจ้าของมาเถียงกัน

เนื่องมาจากความอิสระที่ Ethereum หยิบยื่นให้ใครๆก็ได้สามารถสร้างเหรียญและ ICO เป็นของตัวเองได้นั้น จึงทำให้มีหลายๆคนอยู่ข้าง Ethereum มากกว่า ในจณะที่ EOS นั้นมีการติดตั้งระบบใหม่ที่ทาง Ethereum นั้นไม่มี แต่ที่น่าสนใจคือนาย Vitalik มองว่าระบบใหม่ของ EOS นั้นมีข้อบกพร่องมากกว่าเสียอีก

อนาคตของเทคโนโลยี Blockchain รวมถึงการใช้งานในหน่วยงานทางด้านรัฐบาลและสาธารณะนั้นยังอาจต้องใช้เวลาอีกพักใหญ่ๆกว่าจะมีการมาปรับตัวใช้ โดยการทะเลาะกันของระบบทั้งสองตัวนี้บนหัวข้อที่ว่าระบบ Blockchain ของใครจะมาเป็นที่นิยมในอนาคตมากกว่าอาจจะต้องใช้เวลาอีกพักใหญ่ๆเพื่อตัดสินเช่นกัน