<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

ไปรษณีย์ไทยและการรถไฟแห่งประเทศไทยจะเริ่มใช้เทคโนโลยี IoT และ Blockchain

ไปรษณีย์ไทยและการรถไฟแห่งประเทศไทยได้มีรายงานว่าพวกเขาจะเริ่มพัฒนาระบบ Blockchain และเทคโนโลยี IoT (Internet of Things) มาปรับใช้ในช่วงปลายปี 2017

โดยอ้างอิงจากหนังสือพิมพ์บางกอกโพสนั้น ไปรษณีย์ไทยและการรถไฟแห่งประเทศไทยซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจทั้งคู่จะเริ่มติดตั้งระบบ decentralized ดังกล่าวเพื่อช่วยพัฒนาระบบการขนส่งภายในประเทศ

ในขณะเดียวกันทางไปรษณีย์ไทยนั้นจะนำเอาเทคโนโลยี Blockchain มาใช้เพื่อช่วยในการห่อพัสดุที่มีราคาแพงในช่วงปลายปี 2017 และต้นปี 2018 อ้างอิงจาก ดร.ฐิติพงศ์ นันทาภิวัฒน์ หรือผู้อำนวยการและ CEO ของไปรษณีย์ไทย

โดยเขากล่าวว่า

“เทคโนโลยี Blockchain นั้นปลอดภัยและเชื่อถือได้ เพราะจะมีแค่คนที่ได้รับอนุญาตเท่านั้นที่จะสามารถเปิดกล่องพัสดุได้”

กระแสการนำเอาเทคโนโลยี Blockchain มาปรับใช้ในประเทศไทยนั้นเกิดขึ้นหลังจากที่ทางตลาด SET ในประเทศไทยประกาศว่าจะนำเอาเทคโนโลยี Blockchain มาช่วยทำระบบซื้อขายหุ้น ซึ่งมีบริษัทราวๆ 600 บริษัทที่ให้ความสนใจกับแผนการพัฒนาในครั้งนี้และมาลงทะเบียนไปแล้วอีกด้วย

ส่วนทางการรถไฟไทยนั้นต้องกำลังวางแผนที่จะพัฒนาระบบการคมนาคมที่จะทำให้ทางโอเปอเรเตอร์สามารถที่จะทราบถึงตำแหน่งของรถไฟได้แบบ real-time และจะสามารถรู้ได้ถึงเวลาที่รถไฟจะถึงเป้าหมาย ซึ่งอุปกรณ์ด้าน IoT ดังกล่าวนี้จะถูกนำไปติดในรถไฟซึ่งจะช่วยส่งข้อมูลไปหาผู้โดยสารในสถานีว่ารถไฟอยู่ที่ไหนแล้ว และรถไฟลจะมีการดีเลย์หรือไม่ และถ้าหากมีกรณีเหตุการณ์ไม่คาดฝัน อุปกรณ์ดังกล่าวก็จะช่วยเตือนทางการรถไฟเพื่อที่พวกเขาจะได้หยุดรถไฟได้ทันก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ร้ายๆขึ้น

นางนางสิริมา หิรัญเจริญเวช รองผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทยได้กล่าวว่า

“ทางการรถไฟไทยจะลงทุนด้วยเงินจำนวน 1 พันล้านบาทในอีก 3 ปีข้างหน้าเพื่อพัฒนาระบบ IT และเทคโนโลยีของเรา”

โดยการตัดสินใจลงทุนดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่รัฐบาลไทยได้อนุมัติระบบ 800-9000 Mhz สเปคตรัมสำหรับระบบการสื่อสารไร้สายบนรางรถไฟ