<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

Testnet ของ Ethereum ถูกโจมตีแต่ก็ไม่ได้ทำให้ Byzantium ถูกเลื่อนออกไป

ระบบ Blockchain เวอร์ชัน Testnet ที่ถูกใช้เพื่อทดสอบโดยนักพัฒนา Ethereum เพื่อทดสอบระบบตัวอัพเกรดใหม่ๆในอนาคตนั้นกำลังถูกโจมตีแบบสแปมอยู่

โดยการโจมตีดังกล่าวมีขึ้นทันทีหลังจากที่มีการทดสอบโค้ดตัว hard fork ตัวใหม่นามว่า Byzantium โดยตัวฟอร์คทีว่านี้ถือเป็นขั้นตอนแรกของ Metropolis

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าตัว hard fork ที่ว่านี้จะถูกวางแผนให้เกิดขึ้นในวันที่ 17 ตุลาคม นักพัฒนากล่าวว่ามันไม่น่าจะเป็นไปได้ที่ถูกโจมตีจะทำให้ต้องมีการเลื่อนเวลาออกไป แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะราบรื่นทั้งหมดซะเสมอไป

ในช่วงระหว่างการทดสอบนั้น นักพัฒนา Ethereum ใช้ตัว Blockchain เวอร์ชันอีกตัวหนึ่งเพื่อทดสอบความแม่นยำของโค้ดตัวใหม่ ซึ่งหนึ่งสามตัวนั้นในนั้นคือ Rapsten แต่มันเป็นส่วนที่สำคัญที่สุดของ testnet ซึ่งเป็นส่วนที่ให้สิทธิ Ethereum client ,Geth และ parity ไม่เหมือนส่วนอื่นๆของ testnet ที่ทำหน้าที่ในลักษณะ experimental มากกว่า Rapsten เป็นส่วนเฉพาะที่จะจำลองการทำงานรูปแบบ concesus proof of work ที่ใช้ใน Bitcoin และ Ethereum ในทุกวันนี้

การโจมตีด้วยแสปมทำให้นักพัฒนาบางคนใช้ test environment ที่มีความปลอดภัยมากขึ้นอย่าง Rinkby ถึงแม้ว่ามันจะส่งผลกระทบถึงงาน โดยในฟอรั่มออนไลน์นั้น Lefteris Karapetsas นักพัฒนา Raiden ได้พูดถึงปัญหานี้และอธิบายว่า Ropsten เป็นสิ่งที่คล้ายกับ mainnet มากที่สุดและบอกว่ามันสามารถใช้ในในการทดสอบระบบได้ดีขึ้น

มันเป็นสิ่งสำคัญมากที่จะต้องใช้ในการทำงาน

Karapetsasd กล่าว

ไม่มีการแจ้งเตือน

การจู่โจมที่มีคนมากมายเป็นพยานได้เกิดขึ้น ที่จู่โจมไปยัง address มากมายบน Blockchain ของ Rapsten ทำให้มันได้สร้างธุรกรรมที่ผิดออกมากว่าพันธุรกรรม

ตั้งแต่เริ่มการโจมตีนั้นมีมาเป็นระลอกๆ โดยเริ่มจากการที่ Spammer และ develop เล่นเกมแมวจับหนูในการป้องกันไม่ให้ธุรกรรมที่ผิดพลาดนั้นทำให้เนตเวิร์คหยุดชะงัก

เนื่องจากมี Miner จำนวนน้อยมากที่อยู่ในระบบ Blockchain ที่กำลังทดสอบนี้ ทำให้มันง่ายสำหรับผู้โจมตีมาก ซึ่งก็เคยมีการโจมตีในรูปแบบคล้ายๆกันนี้เกิดขึ้นแล้วในเดือนมีนาคมของปีนี้ โดยการจู่โจมครั้งนั้นทำให้นักพัฒนาต้องเขียนระบบ Ropsten blockchain ใหม่

ซึ่งในตอนนี้ดูเหมือนว่านักพัฒนาจะจัดการผู้โจมตีได้แล้วโดยการเพิ่ม cost ที่ใช้ในการทำธุรกรรม แต่ว่ามันก็เป็นราคาที่นักพัฒนาต้องจ่ายเพราะมันทำให้พวกเค้าไม่สามารถทดสอบต่อได้ โดยข้อมูลนี้ได้กระจายไปทั่ว social

แต่มันก็ยังโชคดีอยู่บ้าง Casey Detrio นักพัฒนา Ethereum เชื่อว่าการโจมตีครั้งนี้จะไม่ได้ทำให้การทดสอบ  Byzantium ล่าช้าเข้ากล่าวกับ CoinDesk ว่ามันเป็นแค่การดึงดูดความสนใจและทำให้ไม่ราบรื่นเท่าไหร่

แต่แล้วมันก็ยังไม่แน่ชัดสำหรับนักพัฒนา Ethereum ว่าสาเหตุของการโจมตี test blockchain นี้คืออะไร มันไม่เหมือนการโจมตีที่ mainchain เพราะ ether ที่ถูกใช้ทดสอบบน Ropsten นั้นไม่มีราคาค่างวดอะไร

และเขายังไม่สามารถจินตาการได้ว่าการจู่โจมนี้จะเป็นอะไรไปได้นอกจากความไร้สติปัญญาของผู้ที่โจมตี

Detrio บอกกับ CoinDesk ว่า ผมคิดว่าพวกเค้าอาจะแค่หาอะไรสนุกๆทำ

Read previous post:

ธนาคารใหญ่ๆใ...

Close