<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

ผู้บริการแลกเปลี่ยน Bitcoin ที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นเปิดตัวบัตรเดบิต Visa เติม Bitcoin ได้

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain

เว็บผู้ให้บริการ Bitcoin ที่ใหญ่ที่สุดหากนับจากโวลลุ่มนามว่า Bitflyer ได้เปิดตัวบัตรเดบิต Visa ที่สามารถเติมยอดได้ด้วย Bitcoin ซึ่งผู้ใช้งานสามารถที่จะทำการเติมเหรียญดังกล่าวเข้าไปในบัตรผ่านระบบกระเป๋า Bitcoin ของ Bitflyer ซึ่งเว็บเทรดดังกล่าวจะยังมีรางวัลแจกฟรีให้กับลูกค้า 1,000 คนแรกในช่วงเปิดตัวอีกด้วย

บัตรเติม Bitcoin

โดยอ้างอิงจากการประกาศของ Bitflyer นั้น บริการบัตร Visa ดังกล่าวจะเปิดตัวขึ้นในวันที่ 6 ตุลาคมที่จะถึงนี้ ซึ่งผู้ใช้งานสามารถที่จะเข้าไปสมัครขอรับบัตรดังกล่าวได้, เติม Bitcoin เข้าไปในบัคร และนำไปใช้ที่ร้านใดก็ได้ที่รับบัตร Visa

บัตรดังกล่าวจะเปิดให้ใช้งานได้ฟรี ซึ่งจะไม่มีค่าธรรมเนียมการสมัครหรือค่าธรรมเนียมรายปี อ้างอิงจากเว็บไซต์ของ Bitflyer ซึ่งผู้ใช้งานสามารถที่จะเติม Bitcoin เข้าบัตรออนไลน์ผ่านบัญชีของ Bitflyer หรือใช้แอพมือถือก็ได้ ซึ่งจำนวนเงินที่เหลืออยู่จะถูกแสดงในสกุลเงินเยน

การเติม BTC เข้าไปในบัตรนั้นจะถูกจำกัดอยู่ที่ 30,000 เยนต่อครั้ง, 120,000 เยนต่อเดือน และการเติมเงินเยนโดยรวมทั้งหมดที่ 1 ล้านเยนตลอดชีวิต รวมถึงบัตรแต่ละใบจะมีอายุการใช้งานที 5 ปี และเงินที่เก็บจะไม่สามารถมากกว่า 100,000 เยนได้

โดยเพื่อเป็นที่ระลึกนั้น ทาง Bitflyer จะทำการแจกของกำนัลให้ลูกค้าระดับ “Trade Class” ที่เคยสมัครสมาชิกตั้งแต่ช่วงวันที่ 6 ตุลาคมจนถึง 22 ตุลาคม ซึ่งทาง Bitflyer นั้นจะมีระดับของบัญชีอยู่สองแบบคือ Wallet Class และ Trade Class ซึ่งผู้ใช้งาน Wallet Class นั้นจะไม่สามารถซื้อหรือขายเหรียญดิจิตอลได้

ดูเหมือนว่า Bitflyer นั้นจะไม่ใช่รายแรกที่มีแนวคิดดังกล่าว ก่อนหน้านี้ก็มีบริษัทสัญชาติสิงคโปร์ TenX ก็ได้ออกมาเปิดตัวบัตรเดบิต Bitcoin ที่มีการร่วมมือกับ Visa แล้วด้วยเช่นกัน​ โดยเจาะกลุ่มเป้าหมายผู้ใช้เหรียญ cryptocurrency ที่อยู่ในทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ข้อดีของบัตรเดบิต Bitcoin

สำหรับหลายๆคนอาจจะตั้งคำถามถึงการใช้งานบัตรเดบิต Bitcoin ว่ามีความจำเป็นอย่างไร ทั้งๆที่ Bitcoin นั้นสามารถที่จะถูกโอนหากันทั่วโลกเพื่อซื้อสินค้าได้ในตัวของมันเองอยู่แล้ว

ปัจจัยอย่างแรกก็คือในปัจจุบันนั้นอัตราส่วนของร้านที่รับ Bitcoin เป็นช่องทางการชำระเงินแบบโดยตรงนั้นยังมีไม่มาก การใช้จ่ายผ่านบัตรเดบิตที่มีผู้ให้ความช่วยเหลือเป็น Visa หรือ Mastercard นั้นจะสามารถช่วยทำลายกำแพงตรงส่วนนี้ไปได้ เนื่องจากว่าในปัจจุบันมีร้านค้าชั้นนำเป็นจำนวนมากทั่วโลกที่รองรับช่องทางการใช้จ่ายทั้งสองดังกล่าวนี้อยู่

ปัจจัยอย่างที่สองก็คือนักเก็งกำไร Bitcoin หรือเหรียญ altcoin อื่นๆที่มีการทำธุรกรรมเป็นเหรียญดังกล่าวอยู่เป็นประจำอยู่แล้ว และไม่มีความประสงค์อยากที่จะแลกออกมาเป็นสกุลเงินหลักก็สามารถที่จะเติมเหรียญ Bitcoin เข้าไปในบัตร และสามารถนำไปใช้จ่ายได้ทันที โดยผู้ให้บริการนั้นจะทำการแลกเปลี่ยนยอด Bitcoin ในระบบเป็นสกุลเงินหลักให้อัตโนมัติโดยที่ผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้องเสียเวลาทำทั้งหมดด้วยตัวเอง

และปัจจัยสุดท้ายคืออัตราการแลกเปลี่ยน ที่ในบางครั้งเมื่อราคาของ Bitcoin เป็นขาขึ้นนั้น ผู้ใช้งานสามารถที่จะ “ซื้อสินค้าได้ในราคาที่ถูกลงกว่าปกติ” เมื่อมีการเติม Bitcoin เข้ามาในบัตรในช่วงที่ราคายังถูกอยู่นั่นเอง

กดคลิกเพื่อแสดงความเห็น