<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

อัยการเกาหลีใต้ขอยื่นอุทธรณ์ให้ “Bitcoin ของอาชญากรควรถูกยึดเป็นของรัฐ”

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain

ทางการของเกาหลีใต้ได้แบ่งแยกออกเป็นสองฝ่ายเพื่อถกเถียงกันว่า Bitcoin ของอาชญากรนั้นควรที่จะถูกยึดมาได้เป็นของรัฐบาลหรือไม่ โดยอ้างอิงจากคดีๆหนึ่งที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ Bitcoin จำนวน 216 BTC ที่ศาลในเกาหลีใต้เพิ่งจะสั่งออกมาว่าสกุลเงินดิจิตอลนั้นไม่สามารถที่จะถูกยึดได้ อย่างไรก็ตาม อัยการส่วนหนึ่งได้ขอยื่นอุทธรณ์ต่อศาล เพื่อให้ศาลเปลี่ยนใจ และพิจารณาให้ Bitcoin จำนวนดังกล่าวนั้นถูกยึดมาเป็นของรัฐบาล เนื่องจากว่าปัจจุบันมันมีมูลค่ารวมกว่าหลายพันล้านวอน

อัยการเล็งที่จะยึด Bitcoin

สืบเนื่องมาจากการตัดสินคดีเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ศาลเขต Suwon ในประเทศเกาหลีใต้ได้พบว่าการยึด Bitcoin มาจากอาชญากรรายหนึ่งนั้นเป็นเรื่องที่ไม่สามารถทำได้ ทางอัยการของคดีจึงได้ขอยื่นอุทธรณ์ขอให้ศาลเปลี่ยนใจในคดีดังกล่าว อ้างอิงจากสำนักข่าว SBS โดยทางอัยการเชื่อว่าของกลางทุกอย่างที่ใช้ทำผิดกฎหมายของอาชญากรควรที่จะถูกยึดไว้

คดีดังกล่าวเริ่มต้นขึ้นเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยจำเลยคือนักพัฒนาเว็บไซต์คนหนึ่งถูกตั้งข้อกล่าวหาว่าเผยแพร่สื่ออนาจารลามกกว่า 235,000 ชุดเป็นเวลากว่าสามปี

นาย Ahn อายุ 33 ปีผู้เป็นเจ้าของเว็บไซต์ขายสื่อลามกดังกล่าวมีลูกค้ากว่า 1.2 ล้านคนทั้งหมด โดยอัยการได้สั่งยึดเงินสดของเขากว่า 1.46 พันล้านวอน และรวมถึง Bitcoin กว่า 216 BTC ทั้งหมดบนกระเป๋าบนเว็บเทรดแห่งหนึ่ง โดยตั้งแต่ช่วงที่นาย Ahn ถูกจับกุมนั้น มูลค่าของ Bitcoin ที่เขาถือไว้ได้เพิ่มขึ้นจาก 500 ล้านวอนไปเป็น 4.25 พันล้านวอน (ประมาณ 4 ล้านดอลลาร์)

ศาลสั่ง Bitcoin ไม่สามารถถูกยึดได้

ในช่วงการไต่สวนของศาลเมื่อช่วงเดือนกันยายนที่ผ่านมา อัยการได้ยื่นส่งฟ้องต่อนาย Ahn และครอบครัวของเขา โดยขอยึดเงินสดกว่า 1.46 พันล้านวอนและ Bitcoin กว่า 216 BTC ของเขา

ศาลเขต Suwon ได้ตัดสินว่านาย Ahn มีความผิดและต้องรับโทษจำคุกหนึ่งปีกับอีกหกเดือน อย่างไรก็ตาม ผู้พิพากษาได้ตัดสินที่จะยึดเงินสดเพียง 340 ล้านวอนจากจำนวน 1.46 พันล้านวอนทั้งหมด และปฏิเสธที่จะยึด Bitcoin ของนาย Ahn เขาเชื่อว่าจำนวนเงิน 340 ล้านวอนนั้นเป็นเพียงแค่ส่วนเล็กน้อยจากกำไรของธุรกิจขายสื่อลามกอนาจารของเขาเท่านั้น สำหรับเงินดิจิตอลของเขา สื่อได้รายงานคำตัดสินของผู้พิพากษาว่า

“ไม่เพียงแต่มันเป็นการยากที่จะทำ แต่มันยังเป็นเรื่องไม่เหมาะสมที่จะยึด Bitcoin เนื่องจากว่ามันอยู่ในรูปแบบอิเลคทรอนิคส์ไฟล์ และไม่สามารถจับต้องได้เหมือนเงินสด”

สื่อท้องถิ่นดังกล่าวยังอธิบายว่าสาเหตุที่ Bitcoin นั้น “ไม่เหมาะสมที่จะถูกยึด” นั้นถูกอ้างอิงมาจากมาตราที่สิบของกฎหมายว่าด้วยรายได้ที่ซ่อนอยู่

ถ้าหากว่าอัยการสามารถยึด Bitcoin ของนาย Ahn ได้สำเร็จ มันจะถูกโอนไปเป็นของรัฐบาล และจะถูกตั้งประมูล สื่อยังได้รายงานต่อว่าการไต่สวนคดีครั้งที่สองจะมีขึ้นในวันที่ 8 มกราคมที่จะถึงนี้

กดคลิกเพื่อแสดงความเห็น