<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

ซอสโค้ด Bitcoin ตัวล่าสุดจะทำให้สามารถรองรับ SegWit ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ด้วยปัญหาการ scaling ที่คาราคาซังของ Bitcoin ที่มีมานานหลายปีที่ส่งผลทำให้การทำธุรกรรมโอนหากันนั้นมีความล่าช้า ส่งผลทำให้นักพัฒนา Core ต้องรวมหัวกันเพื่อค้นหาวิธีแก้ปัญหานั้น โค้ด SegWit หรือ Segreated Witness คือหนึ่งในตัวแก้ปัญหาการทำธุรกรรมล่าช้าที่พวกเขาคิดค้นขึ้นมาได้

โค้ดดังกล่าวถูกเปิดตัวขึ้นเมื่อเดือนสิงหาคมของปีที่แล้ว หลังจากการสู้รบภายในของกลุ่มนักพัฒนามานานหลายเดือนจนส่งผลทำให้เกิดการแตกแยกมากมายอย่าง SegWit2x และ Bitcoin Cash นั้น ในตอนนี้นักพัฒนา SegWit กำลังเปิดตัวซอฟต์แวร์ขึ้นมาที่มีการจัดการที่ดีขึ้น แต่หลาย ๆ คนก็ยังคงตั้งคำถามถึงเสถียรภาพของมันอยู่

บ่อยครั้งที่นักพัฒนา Bitcoin Core มักจะเป็นผู้เปิดตัวโค้ดสำหรับ Bitcoin โดยกลุ่มนักพัฒนานั้นจะประกอบไปด้วยนักพัฒนาอาสาสมัครที่เข้ามาช่วยประกอบโค้ดเข้าด้วยกัน แต่ในครั้งนี้ที่เวอร์ชัน 0.16.0 ซึ่งถือเป็นเวอร์ชัน “หลัก” ล่าสุดตั้งแต่มี Bitcoin ขึ้นมานั้นดูเหมือนว่าจะต่างออกไป

เวอร์ชันดังกล่าวนั้นจะถูกเปิดตัวในอีกไม่กี่วันที่จะถึงนี้ โดยการอัพเดตหลัก ๆ จะเกี่ยวกับ SegWit ที่จะทำให้ผู้ใช้งานสามารถทำธุรกรรมส่ง Bitcoin “ในรูปแบบ SegWit” ได้อย่างง่ายด้ายขึ้นจากกระเป๋าตัวหลักของ Bitcoin

นาย Andrew Chow กล่าวให้สัมภาษณ์กับ CoinDesk ว่า

“การเปลี่ยนแปลงหลัก ๆ นั้นคือการเพิ่ม SegWit เข้าไปในกระเป๋า ทำให้ผู้ใช้งานสามารถสร้าง adress สำหรับ SegWit ได้โดยเฉพาะ”

SegWit ต้องมาก่อน

นาย Chow ได้อธิบายถึงเป้าหมายหลัก ๆ ของฟีเจอร์ของ SegWit ที่ถูกเพิ่มเข้ามาทั้งในส่วนของ command line และ user interface จึงทำให้คนที่เป็นโปรแกรมเมอร์และบุคคลธรรมดาทั่วไปสามารถใช้งานได้

วิศวกรจาก Chaincode Lap และนาย Marco Falke จาก Bitcoin Core กล่าวว่าในขณะที่มันเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ในการสร้าง adress สำหรับ SegWit ในตัวกระเป๋าเวอร์ชันก่อนหน้านี้ แต่ขั้นตอนนั้นเป็นอะไรที่ค่อนข้างจะยุ่งยาก

ที่น่าสนใจคือ ภายหลังจากการเปิดตัวซอฟต์แวร์นี้ไปแล้ว adress ในรูปแบบ SegWit จะถูกตั้งค่าให้เป็น default โดยอัตโนมัติ หมายความว่า adress ใหม่ ๆ จะรองรับการใช้งานฟีเจอร์นี้ไปโดยอัตโนมัติ

นอกจากนี้ในเวอร์ชัน 0.16.0 ยังรองรับ “native SegWit adress” หรืออีกชื่อหนึ่งที่เรียกว่า adress แบบ “bech32” ซึ่งจะมี format หรือรูปแบบของ adress แบบใหม่ โดย bech32 นี้ถูกคิดค้นโดยหนึ่งในกลุ่มนักพัฒนา Bitcoin Core นาม Pieter Wuille และ Greg Maxwell โดยพวกเขาเคลมว่ามันจะใช้งานง่ายกว่า address เก่ามาก

นาย Falke ถึงกับกล่าวว่า

“นั่นมันถือเป็นส่วนที่น่าตื่นเต้นมากที่สุดสำหรับ release ตัวนี้เลย”

ส่วนฟีเจอร์ใหม่อื่น ๆ นั้นก็คือผู้ใช้งานสามารถที่จะเก็บ wallet, private key, ไว้ในแฟ้มอื่น ๆ ได้อย่างง่ายดายถ้าหากว่าพวกเขาต้องการ

ร่วมหาคำตอบทิศทางราคา Bitcoin ได้ในงานมหกรรมด้านคริปโตที่ใหญ่ที่สุดในไทยในวันเสาร์ที่ 30 พฤศจิกายนนี้ บัตรมีจำนวนจำกัด!จองที่นั่งเลย
+ +