<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

ธนาคารกรุงไทยได้รับคำสั่งจากคลัง “อาจจะหยุดให้บริการธุรกรรมด้าน Cryptocurrency”

ธนาคารกรุงไทยที่หลาย ๆ คนเชื่อว่าเป็นธนาคารอันดับต้น ๆ ของไทยนั้นได้รับคำสั่งมาจากกระทรวงการคลังวันนี้ ว่าให้ดำเนินรอยตามจดหมายที่แบงก์ชาติเคยส่งมาให้ธนาคารพาณิชย์ทั่วประเทศเกี่ยวกับการขอร้องให้หยุดให้บริการด้าน cryptocurrency กับลูกค้า และดูเหมือนว่าทั้ง TDAX และ bx.in.th/ref/0CyoWF/?lang=th" class="lar_link lar_link_outgoing" data-linkid="34413" data-postid="12931" title="Bx" rel="nofollow" target="_self" >Bx อาจจะต้องให้ความร่วมมือกับทางธนาคาร แม้ว่าในปัจจุบันพวกเขาจะยังไม่ได้รับการติดต่อมาจากธนาคารดังกล่าวแต่อย่างใด

โดยอ้างอิงจากสำนักข่าวไทยโพสต์นั้น นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง และประธาน บมจ.ธนาคารกรุงไทยได้ชี้ให้เห็นว่าทางธนาคารกำลังประชุมหาข้อตกลงในการให้ฝ่ายบริหารของธนาคารให้บริการด้านการทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับ cryptocurrency โดยหลายฝ่ายคาดการณ์ว่าน่าจะได้เห็นประกาศของธนาคารกรุงไทยในเร็ว ๆ นี้

การประกาศดังกล่าวมีขึ้นหลังจากที่ธนาคารแห่งประเทศไทยหรือแบงค์ชาติได้ออกจดหมายขอความร่วมมือจากธนาคารพาณิชย์ทั่วประเทศ ว่า “อย่าให้บริการด้านธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับ cryptocurrency” ละให้เหตุผลออกมาทั้งหมด 5 ข้อ ซึ่งภายหลังจากนั้นนายปรีดี ดาวฉาย กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย และประธานสมาคมธนาคารไทยก็ออกมาขานรับต่อจดหมายดังกล่าว พร้อมทั้งยังเผยว่าจะ “เริ่มจากฝั่งผู้รับที่มีการจดทะเบียนในชื่อที่มีความเกี่ยวข้องกับธุรกรรมซื้อขายเงินสกุลดิจิทัลก่อน เนื่องจากในด้านของผู้จ่ายส่วนใหญ่เป็นบัญชีบุคคลที่ธนาคารไม่สามารถระบุวัตถุประสงค์ได้”

ซึ่งเผยให้เห็นเป็นนัยว่าธนาคารกสิกรไทยนั้นอาจจะเป็นรายต่อไปที่ออกมาหยุดให้บริการด้านธุรกรรมต่อเว็บเทรดคริปโตก็เป็นได้

กระนั้น ทางเว็บ TDAX เองก็ยังยืนยันว่าทางบริษัทไม่ได้รับผลกระทบดังกล่าว ซึ่งก่อนหน้านี้นายปรมินทร์ อินโสมให้สัมภาษณฐ์กับทางทีมงานสยามบล็อกเชนว่าอาจจะไปหาบริการด้าน payment อื่น ๆ ถ้าหากว่าถูกปิดบัญชีธนาคารจนหมด นอกจากนี้เขายังเผยว่าในปัจจุบันทางธนาคารกรุงไทยนั้นยังไม่ได้ติดต่อมาหาบริษัทโดยตรง และยังให้บริการถอนเข้าออกได้ตามปกติ

อย่างไรก็ตาม ทางสยามบล็อกเชนได้ติดต่อไปยังนายเดวิด บาร์นส์ หรือผู้ก่อตั้งเว็บเทรด Bitcoin แรกของไทยนาม Bx ว่าได้รับผลกระทบจากตรงส่วนนี้หรือไม่ เนื่องจากว่าเว็บดังกล่าวก็ใช้บริการของธนาคารกรุงไทยอยู่เช่นกัน แต่ก็ไม่ได้รับคำตอบแต่อย่างใด

สงครามระหว่างธนาคารและ Cryptocurrency?

หลาย ๆ ฝ่ายคาดว่าสงครามระหว่างสกุลเงินดิจิตอลกับธนาคารนั้นเพิ่งจะเริ่มขึ้น แต่แท้ที่จริงแล้วมันมีขึ้นมาตั้งแต่เมื่อ Bitcoin ถูกคิดค้นขึ้นมาพร้อม ๆ กับเทคโนโลยี Blockchain เมื่อปี 2009 โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อปลดแอกประชาชนจากการถูกเอารัดเอาเปรียบจากตัวกลางอย่างธนาคาร

ภายหลังจากที่ทางธนาคารกรุงเทพสั่งปิดบัญชีนั้น ข่าวได้แพร่สะพัดไปถึงหูของนักลงทุนคริปโตในไทย จนทำให้พวกเขาเกิดความไม่พอใจ และออกมาต่อต้านบนโซเชียล ซึ่งมีบางคนถึงขั้นไปเปิดล่ารายชื่อเพื่อต่อต้านธนาคารแห่งเมืองหลวงของประเทศไทยดังกล่าวเลยทีเดียว

ความพยายามในการต่อต้าน cryptocurrency จากธนาคารในไทยนั้นดูเหมือนว่าจะไม่ใช่ครั้งแรก นาย Gerald Celente หรือนักทำนายตลาดมืออาชีพเคยออกมาแสดงความเห็นเมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้วว่า “ธนาคารกำลังกลัว Bitcoin” ผ่านรายการ TheStreet โดยเขาให้ความเห็นว่าเหรียญ cryptocurrency นั้นจะมาแย่งงาน หรือแม้แต่แทนที่ธนาคาร จนทำให้ธนาคารนั้นต้องขาดทุนอย่างย่อยยับ นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำไมธนาคารถึงกำลังหาวิธี “ฆ่ามัน”

“ธนาคารจะยังคงออกมาพูดแย่ๆเกี่ยวกับมัน เพราะว่ามันจะทำให้ธนาคารและนายธนาคารล้าสมัยไปเลย ดังนั้นพวกเขาเลยต้องทำทุกวิถีทางเพื่อหยุดมันให้ได้”

กล่าวโดยนาย Celente

ซึ่งก็ต้องดูกันต่อไปว่าอนาคตของวงการนี้จะเป็นอย่างไร

ร่วมหาคำตอบทิศทางราคา Bitcoin ได้ในงานมหกรรมด้านคริปโตที่ใหญ่ที่สุดในไทยในวันเสาร์ที่ 30 พฤศจิกายนนี้ บัตรมีจำนวนจำกัด!จองที่นั่งเลย
+ +