<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

Blockchain กับรถยนต์ไฟฟ้าและ IoT: เมื่ออนาคตอาจไม่ได้อยู่แค่เอื้อม

ปัจจุบันรถยนต์คือยานพาหนะที่หลาย ๆ คนอยากมีไว้ครอบครอง เพราะมันมีความสะดวกในการเดินทาง มีความส่วนตัว สามารถกำหนดเวลาการเดินทางได้คร่าว ๆ และในยุค loT (Internet of Things) เข้ามานั้น ก็ยิ่งทำให้อุตสาหกรรมด้านรถยนต์พัฒนาได้อย่างมากขึ้น

และนอกจาก IoT จะเข้ามาแล้ว เทคโนโลยี Blockchain ก็เข้ามามีส่วนร่วมในธุรกิจด้านรถยนต์มากขึ้น แล้วถ้าวงการรถยนต์นำ loT กับ Blockchain มาใช้งานร่วมกันจะเกิดอะไรขึ้น

loT

ปัจจุบัน Internet of Things ได้เข้ามาอยู่ในชีวิตประจำวันเป็นอย่างมากเช่นการสั่งให้ไฟในบ้านเปิดเองได้ผ่านการกดเปิด/ปิดบนโทรศัพท์มือถือ หรือเดินเข้าไปในบ้าน แล้วปรบมือเพื่อให้ไฟในบ้านเปิดเอง

loT สำหรับวงการรถยนต์ มีการพัฒนาอย่างมากมายไม่ว่าจะเป็นการมีรถยนต์ไร้คนขับ หรือรถยนต์ที่สามารถขับให้เราได้ (แต่เรายังคงนั่งอยู่) หรือเราสามารถให้รถยนต์ถอยรถเข้าซองที่จอดรถได้เอง

มีรายงานว่าเหรียญ IOTA ได้ร่วมมือกับค่ายรถ โดยเมื่อเวลาที่เราไปใช้บริการเติมน้ำมันรถ ระบบจะทำการแสกน Profile คนขับรถ และเราก็สามารถจ่ายค่าน้ำมันโดยใช้เหรียญ IOTA ได้เลย หรือค่ายรถอย่าง Volkswagen ได้นำเหรียญ IOTA มาใช้ในการวางแผนการจองการเดินทาง, บริการชำระเงินโดยใช้บริการผ่านโทรศัพท์มือถือ

รถยนต์ไฟฟ้า

ในปัจจุบันรถยนต์ไฟฟ้า ก็ได้ถูกผลิตออกมาอย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นนถยนต์ยี่ห้อดังอย่าง Tesla  ที่มีจุดเด่นเช่นใช้พลังงานไฟฟ้าในการขับเคลื่อนรถยนต์ และประโยชน์ในการใช้ไฟฟ้าแทนน้ำมันก็คือ ตัวรถยนต์มีน้ำหนักเบาเพราะยกเครื่องยนต์ออกไปแล้ว หรือเราสามารถสั่งให้รถยนต์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ตให้รับคำสั่งต่าง ๆ นา ๆ ได้

เคยมีข่าวที่ว่าทาง Tesla โดนแฮ็คระบบ Cloud เพื่อนำไปขุด Cryptocurrency เพื่อพลังงานในรถยนต์นั้นมีมหาศาล อาชญากรบนโลกไซเบอร์จึงเห็นช่องทางนี้เพื่อนำมาขุด Cryptocurrency นั่นเอง

ให้ลองจินตนาการดูว่าถ้าหากนำ Blockchain มาใช้ในเรื่องของการทำธุรกรรม ก็จะทำให้เกิดความปลอดภัย และความผิดพลาดทางข้อมูล และข้อมูลทุกอย่างจะรวดเร็วและเชื่อถือได้

บันทึกการเดินทางด้วย Smart Contract

แน่นอนว่าผู้ขับรถยนต์ต้องการรู้การเดินทางของตัวเอง ไม่ว่าจะเดินทางไปที่ไหน จากที่ไหนไปที่ไหน ระยะเวลาในการเดินทางและอื่น ๆ ที่มากมาย และถ้า Blockchain ได้เข้ามาช่วยในเรื่องการบันทึกข้อมูลก็จะทำให้บันทึกการเดินทางของลูกค้ามีระเบียบและแม่นยำมากขึ้น

และด้วย Smart Contract ก็จะเป็นตัวช่วยในการบันทึกข้อมูลของการเดินทาง หรือแม้แแต่ข้อมูลของผู้ขับขี่ ไม่ว่าจะเป็นชื่อ, ที่อยู่, วันที่ซื้อรถ หรือแม้แต่สถานที่ที่ได้เดินทางนั่นเอง

อ้างอิงจากข่าวที่เคยรายงานมา ทาง BMW ได้เริ่มใช้เทคโนโลยี Blockchain เข้ามาช่วยในการบันทึกการเดินทาง โดยมีพาร์ทเนอร์กับ DOVU ซึ่งเป็นบริษัท Startup ที่ทำระบบติดตามยานพาหนะ เพื่อกระตุ้นให้ผู้ขับขี่จดบันทึกระยะทางที่เดินทางของพาหนะที่ได้ยืมหรือเช่าไว้นั่นเอง

แม้แต่ถ้ารถของผู้ขับขี่โดนขโมย เราก็สามารถนำข้อมูลที่บันทึกลงใน Blockchain มาติดตามและแกะรอยได้เลยด้วย

พัฒนาในอนาคต

แน่นอนว่าข้อมูลบนรถบบ Blockchain ไม่มีวันหายและทุกคนสามารถเข้าถึงได้ ทั้งเจ้าของบริษัทรถยนต์หรือแม้แต่ผู้ขับขี่ก็สามารถเข้าถึง โดยข้อมูลเหล่านี้จะไม่มีวันโกหกพวกเรา

นักวิจัยและนักวิเคราะห์สามารถหยิบข้อมูลที่อยู่บนระบบ Blockchain นำมาพัฒนาต่อ เพราะข้อมูลที่ได้มาเป็นข้อมูลที่แท้จริง จึงทำให้สามารถนำข้อมูลมาใช้ได้อย่างสบายใจ

ปัจจุบันค่ายรถ Super Car ยี่ห้อ Porsche ได้นำเทคโนโลยี Blockchain ไปประยุกต์กับข้อมูลที่ได้เก็บไว้บน Blockchain และนำไปพัฒนาในเรื่องการขับขี่อัตโนมัติ โดยทั้งนี้ทั้งนั้น ข้อมูลที่ได้มาจาก Blockchain ก็สามารถนำมาวิเคราะห์ เพื่อสร้างความปลอดภัยในการขับขี่ได้

สรุป

เราสามารถนำระบบ Blockchain และ loT มาใช้ในอุตสาหกรรมรถยนต์ได้อย่างแพร่หลาย เพราะข้อมูลที่ได้นั้นเป็นข้อมูลที่แท้จริง เทคโนโลยี Blockchain และ loT ก็จะเข้ามาช่วยในเรื่องของข้อมูลและความสะดวกสบายในการใช้งานรถยนต์