<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

“Bitcoin ไม่มีทางเกิดเหตุการณ์ Death Spiral ง่าย ๆ” กล่าวโดยผู้เขียนหนังสือ Mastering Bitcoin

ในเดือนที่ผ่านมามีรายงานมากมายเกี่ยวกับเส้นทางสู่การล่มสลายของ Bitcoin ทำให้นักลงทุนต่างก็เป็นกังวลเกี่ยวกับมัน อย่างไรก็ตามในความเห็นของนักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญด้านคริปโตเคอร์เรนซีอย่างนาย Andreas Antonopoulos เขากลับไม่เห็นเช่นนั้น

Death Spiral คืออะไรและเพราะอะไรมันจึงไม่น่าเกิดขึ้นกับ Bitcoin?

โดยปกตินักขุดจะสามารถขุด blocks ที่มีการทำธุรกรรมได้ในทุก ๆ 10 นาทีบนเครือข่ายของ Bitcoin หลังจากที่มีการขุดไปจำนวน 2016 blocks เครือข่ายก็ทำการปรับปรุงปัญหาที่พบเจอจากการขุด Bitcoin โดยอัตโนมัติอยู่ตลอดเพื่อที่จะทำให้การขุดกินพลังงานน้อยลง โดยนักขุดจะได้ขุด Bitcoin ได้ง่ายมากขึ้น

Death Spiral จึงหมายถึงสถานการณ์ที่พบเจอความติดขัดบนเครือข่ายของ Bitcoin ที่ไม่สามารถปรับปรุงเครือข่ายหลังจากการขุดจำนวน 2016 blocks ได้เพราะ hash power (พลังในการขุด) นั้นตกต่ำลงในช่วงระยะเวลาอันรวดเร็วอันเนื่องมาจากการที่นักขุดได้ออกจากการขุดเนื่องจากผลกำไรที่มันน้อยลง

“บางคนบอกว่าถ้ามันเกิด Death Spiral ขึ้นมา นักขุดจำนวนมากก็จะถอดใจไม่ขุดต่อเพราะมันไม่ได้กำไรจากการที่ hash rate ลดลงถึง 50 เปอร์เซ็น พวกเขาก็หยุดขุดซึ่งยิ่งทำให้ hash rate ตกต่ำลงไปอีก ยิ่งทำให้การขุดช้าลงเรื่อย ๆ เกิด Death Spiral ความติดขัดต่าง ๆ ก็ไม่สามารถที่จะทำการแก้ไขปรับปรุงได้” นาย Antonopoulos อธิบาย

อย่างไรก็ตามปรากฏการณ์เหล่านี้ดูเหมือนไม่น่าจะเกิดขึ้นกับ Bitcoin protocol เพราะเหล่านักขุดต่าง ๆ ทำการขุดได้รับการอำนวยความสะดวกในการขุดเป็นอย่างดี ศูนย์การขุดใหญ่ ๆ จะอำนวยความสะดวกในด้านพลังงานไฟฟ้าและอุปกรณ์ที่สามารถใช้ทำการขุดได้เป็นปี ๆ นักขุดไม่จำเป็นที่จะต้องพึ่งพา grid operators โดยเฉพาะในประเทศจีนซึ่งมีศูนย์การขุดที่อำนวยความสะดวกได้มากเพราะค่าไฟฟ้ามันถูกรวมถึงอากาศที่ค่อนข้างเย็น

ตอนนี้นักขุดต่างก็มองหาผลกำไรในระยะกลางจนถึงระยะยาวมากกว่าในระยะสั้น เพราะถ้า hash power ของ Bitcoin มันตกลงมันก็จะทำให้กำไรที่ได้จากการขุดน้อยลงไปด้วย ราคาก็ตกลงและนักขุดส่วนใหญ่ก็จะทำการขุดอีกครั้งเมื่อราคามันกลับตัวขึ้นมาได้เพื่อให้พวกเขากลับมาได้ผลกำไรอีกครั้ง

นาย Antonopoulos กล่าว:

“เหตุผลหลัก ๆ ก็คือนักลงทุนต่างมีมุมมองในระยะยาวมากขึ้นซึ่งนั่นหมายความว่าการลงทุนในอุปกรณ์และพลังงานไฟฟ้าก็คำนึงถึงผลในระยะยาว เพราะฉะนั้นพวกเขาจึงสามารถทำการขุดและรอผลตอบแทนกลับมาใน 3 เดือนโดยไม่จำเป็นต้องปิดอุปกรณ์ก็ได้”

เรื่องไม่จริง

Death Spiral สามารถเกิดขึ้นได้กับทั้งเครือข่ายสาธารณะของ Blockchain และสกุลเงินคริปโตสกุลเล็ก ๆ แต่เมื่อพิจารณาจาก hash power ของเครือข่าย Bitcoin แล้วดูเหมือนว่ามันไม่น่าจะเกิดขึ้นกับ Bitcoin

ใน 2 เดือนที่ผ่านมา hash rate ของ Bitcoin ลดลงประมาณ 50 – 37 exahash อย่างไรก็ตามตั้งแต่เดือนมกราคมปี 2018 hash rate ของเครือข่าย Blockchain เพิ่มสูงขึ้นประมาณ 12 – 37 exahash และหากลองดูในแต่ละปีจะพบว่า hash power ของเครือข่ายมันเพิ่มขึ้นมากกว่า 3 เท่า

ที่มา CCN

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Read previous post:

บริษัทสตาร์ทอัพคริปโต Neufund และ Ledger ประกาศว่าพวกเขาจะร่วมมือกันในการนำเหรียญที่สร้างด้วย ERC-20 ผ่านทาง Neufund เข้ามาใน Hardware Wallet และแอพพลิเคชั่นของ...

Close