<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

ชุมชนคริปโตโวย หลังบัญชี Steemit ของกลุ่มแฮ็กเกอร์ที่ปล่อยข้อมูลเหตุการณ์ 9/11 ถูกแบน

Steemit แพลตฟอร์ม Social Media ที่ทำงานด้วย Blockchain ถูกกล่าวหาว่า Centralized หลังจากทำการแบนไอดีของแฮ็กเกอร์ Dark Overlord

การปล่อยข้อมูล 9/11

เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2018 กลุ่มแฮ็กเกอร์นาม Dark Overlord ได้ทำการข่มขู่ว่า จะเปิดเผยข้อมูลของเหตุการณ์ 9/11 ซึ่งเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่มีความลึกลับซ่อนอยู่มาก แฮ็กเกอร์ดังกล่าวได้ข่มขู่และแสดงหลักฐานว่า ทำการแฮ็กข้อมูลของ Lloyds of London และ Hiscox Group บริษัทประกันภัยชื่อดังมาได้

อ้างอิงจาก Pastebin กลุ่ม Dark Overlord ได้ประกาศว่า ต้องการค่าไถ่เป็นเงินมูลค่า 2 ล้านดอลลาร์ ถ้าต้องการให้ Archive ข้อมูลดังกล่าวเป็นขนาด 10 GB ซึ่งกลายเป็นประเด็นโด่งดังระดับโลก

อ้างอิงจาก Motherboard ที่ได้ทำการสัมภาษณ์กับตัวแทนจาก Hiscox Group ได้เผยว่า ข้อมูลดังกล่าวถูกขโมยไปจริง และมีข้อมูลเหตุการณ์ 9/11 อยู่ในนั้น

ย้ายแพลตฟอร์ม

เนื่องจากข่าวดังกล่าวเป็นกลายเป็นประเด็นที่โด่งดังเป็นอย่างมาก บัญชี Social ของ Dark Overlord ที่ใช้ในการปล่อยข้อมูล เช่น Reddit และ Twitter เลยโดยบังคับปิด ในเวลาต่อมา พวกเขาเลยประกาศว่าจะไปเผยแพร่ข้อมูลใน Steemit แทน

หนึ่งในสาเหตุที่พวกเขาเลือก Steemit เนื่องจากเป็นแพลตฟอร์มแบบ Decentralized ที่ใครก็สามารถเผยแพร่ข้อมูลได้ ไม่มีการแบน และมีโอกาสได้รับรางวัลอีกด้วย ถ้าผู้ใช้งานคนอื่น ๆ ถูกใจ แต่ดูเหมือนเหตุการณ์จะไม่ได้เป็นแบบนั้น

เมื่อวันที่ 7 มกราคมที่ผ่านมา นักพัฒนานาม “Jredbeard” ได้โพสต์ลงบน Github ของ Steemit ว่า ได้ทำการแบนบัญชีผู้ใช้งาน “thedarkoverlord” เป็นที่เรียบร้อยด้วย Protocol “GDPRUserList.js” แล้ว กล่าวคือ บัญชี Social ของ darkoverlord ถูกสั่งแบนในแพลตฟอร์มแบบ Decentralized เนื่องจากละเมิดนโยบาย ToS ของ Steemit

การกระทำดังกล่าวของ Steemit สร้างความไม่พอใจให้กับผู้ใช้งานเป็นอย่างมาก เนื่องจากแพลตฟอร์ม Decentralized เป็นแพลตฟอร์มไม่ควรจะถูกใครมาสั่งปิดกั้นได้ โดยมีโพสต์จุดประเด็นใน Reddit ว่า:

“Steemit ปิดกั้นบัญชีของ Dark Overlords!! ทำไปเพื่ออะไร Steemit ?”

อย่างไรก็ตาม ได้มีผู้สนับสนุน Steemit ออกมาโต้แย้งว่า มีเพียงบัญชีบนเว็บไซต์ Steemit เท่านั้นที่ถูกแบน แต่โพสต์ต่าง ๆ นั้นยังสามารถถูกดูได้ด้วยเว็บไซต์อื่น ๆ เช่น Busy.org ซึ่งได้มีการเสนอทางเลือกใหม่ ๆ ให้ Dark Overlord ไปปล่อยข้อมูลเช่น Memo.cash และ Bitcoinfiles.com ที่ทำให้ปล่อยข้อมูลได้อย่างอิสระไม่มีทางถูกลบ

อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์นี้เริ่มแสดงให้เห็นว่า ความ Decentralized ของคริปโตนั้นเป็นสิ่งสำคัญขนาดไหน ในตอนนี้สถานการณ์ของ Steemit ดูไม่ค่อยสู้ดีเท่าไรนัก เพราะก่อนหน้านี้ พวกเขาก็ได้ปลดพนักงานไปกว่า 70 เปอร์เซ็นต์เพื่อความอยู่รอดเช่นกัน