<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

สาเหตุที่ราคา XRP ไม่เคลื่อนตัวหลังจากที่เว็บเทรดคริปโตระดับโลก Coinbase ลิสต์ขึ้นกระดานแล้ว

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain

ความน่าแปลกใจอีกประการหนึ่งของ XRP หรือเหรียญคริปโตของ Ripple นั้นคือประเด็นเรื่องราคาของมัน โดยปกติแล้วเหรียญคริปโตที่ถูกลิสต์ขึ้นบนเว็บ Coinbase จะมีราคาที่สูงขึ้นกันแทบทุกเหรียญ แต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่เป็นเช่นนั้นกับเหรียญ XRP

ความสำเร็จของบริษัท Ripple

เมื่อเร็ว ๆ นี้ทาง Coinbase ได้ลิสต์เหรียญ XRP ขึ้นบนแพลตฟอร์มของบริษัทเป็นที่เรียบร้อย แสดงให้เห็นว่า Ripple ได้ก้าวข้ามผ่านอีกระดับหนึ่งจนกลายมาเป็นมาตรฐานการโอนเงินระหว่างประเทศแล้ว โปรเจ็คของ Ripple ในตอนนี้มีธนาคารกว่า 200 แห่งและผู้ให้บริการชำระเงินได้นำผลิตภัณฑ์ของ Ripple ไปใช้ ทำให้ Ripple กลายเป็นผู้นำของอุตสาหกรรมคริปโตในแง่ของการนำไปใช้จริง  

ในวันจันทร์ที่ 25 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาข่าวลือที่ Coinbase ลิสต์เหรียญ XRP ขึ้นแพลตฟอร์มเผยแพร่ลงโซเชียลเป็นการทั่วไป ราคาของ XRP/BTC ณ จุดสูงสุดอยู่ที่ 0.000087915 กล่าวคือเพิ่มขึ้นกว่า 10% แต่ราคาก็กลับตัวลงอย่างรวดเร็ว

ประเด็นถกเถียงด้านการใช้งานของเหรียญ XRP

ย้อนกลับไปเมื่อช่วงเดือนมกราคมปี 2018 นาย Nathaniel Popper นักข่าวด้านเทคโนโลยีได้ตั้งคำถามเกี่ยวกับการเข้าร่วมเป็นหุ้นส่วนของ Ripple มีส่วนสำคัญที่ส่งผลถึงราคา XRP หรือไม่ และเมื่อเขาได้ถามคนวงในของธนาคารเกี่ยวกับการนำ Ripple มาใช้ คำตอบที่ได้กลับมาคือทางธนาคารยังไม่ได้มีความสนใจในประเด็นนี้เท่าใดนัก

ทางนาย Brad Garlinghouse ก็ได้ออกมาตอบกลับความเห็นของนักข่าวดังกล่าวทางทวิตเตอร์ว่า:

“ช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมาผมได้เข้าไปพูดคุยกับธนาคารหลายแห่งรวมถึงผู้ให้บริการการชำระเงินหลายรายพวกเขาต่างวางแผนที่จะนำ xRapid (ผลิตภัณฑ์ของ XRP ที่เพิ่มความเร็วมายิ่งขึ้น) มาใช้จริง” พร้อมทั้งแนบความคิดเห็น, feedback ของผู้ที่นำผลิตภัณฑ์ของ XRP ไปใช้งานมาด้วย

ทางด้านนาย Julian Lehman ก็ได้ออกมาโพสต์ทวิตเตอร์ว่าในตอนนี้มีหุ้นส่วนของ Ripple เพียง 8 รายจาก 200 ร้อยรายที่นำ XRP มาใช้เป็นปกติซึ่งก็คือ

  • ZipRemit
  • Cuallix
  • SBI
  • JNFX
  • SendFriend
  • TranspayGo
  • FCTS
  • Euro Exim Bank

นอกจากนั้นแล้วก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการเข้าเป็นหุ้นส่วนของ Ripple และการนำ XRP ไปใช้งานด้วยเช่นกันผู้ที่สนับสนุน XRP ก็ออกมากล่าวว่าการร่วมเป็นหุ้นส่วนนั้นเป็นเพียงการเริ่มต้นเท่านั้น แต่นักวิจารณ์คนอื่น ๆ ก็เห็นว่า XRP เป็นค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นมาอย่างฟุ่มเฟือยและตัดสินมันด้วยความเข้าใจผิด ๆ หนึ่งในนั้นคือผู้ที่เกลียดการนำ XRP มาใช้งาน

Ripple ไม่ใช่ XRP

ทั้งนี้ความพยายามที่มีมาตลอดของทาง Ripple คือการแยกความแตกต่างระหว่าง Ripple กับเหรียญ XRP ให้สาธาณชนทราบผ่านทางทวิตเตอร์ ซึ่งก็มีผู้คนออกมาตั้งคำถามว่าเพราะเหตุใดทาง Ripple จึงต้องพยายามแยกความแตกต่างระหว่างสองสิ่งนี้มากถึงเพียงนั้น บางคนก็เห็นว่ามันเป็นวิธีการที่ Ripple พยายามหลีกเลี่ยงที่จะบอกว่า XRP เป็นหลักทรัพย์

ทาง CEO ของทาง Coinbase ก็ได้ออกมาโพสต์ทวิตเตอร์เกี่ยวกับประเด็นนี้ด้วยเช่นกัน:

“ทาง Coinbase จะลิสต์สกุลเงินดิจิตอลที่ถูกฎหมายแล้วเท่านั้น”

อย่างไรก็ตามมันก็ดูเหมือนว่า XRP นั้นไม่ใช่โทเค็นเพื่อการลงทุน (Security Token) แต่ทาง SEC ก็ยังไม่ได้ออกกฎมากำกับประเด็นนี้ ดังนั้นเราจึงอาจจะยังไม่เห็นความเคลื่อนไหวทางด้านราคาของ XRP มากเท่าใดนัก

ประเด็นการฟ้องร้องคดีของทาง Ripple

ความคืบหน้าของคดี Ripple ที่ทางบริษัทถูกกล่าวหาว่าละเมิดกฎหมายของรัฐบัญญัติสหรัฐโดยการที่ไม่ได้มีการจดทะเบียนเหรียญ XRP กับทาง SEC ก่อนที่จะทำการระดมทุนหรือขายให้กับนักลงทุนรายย่อย ซึ่งทาง Ripple ก็ได้กล่าวอ้างว่าตนได้รับความเสียหาย

ประเด็นที่ถกเถียงตอนนี้คือเขตอำนาจของศาลที่จะพิจารณาคดีซึ่งทางนาย Jake Chervinsky นักกฎหมายจากบริษัทกฎหมาย Kobre & Kim LLP ก็ได้ออกมาโพสต์ทวิตเตอร์อัพเดทสถานการณ์ว่า:

แปล: ศาลสั่งปฏิเสธการส่งคดีกลับซึ่งหมายความว่าคดีอยู่ในเขตอำนาจศาลสหรัฐ

การฟ้องร้องคดีเช่นนี้ส่งผลถึงราคาของ XRP และความเชื่อถือจากนักลงทุนด้วยเช่นกันแต่ก็มีผู้คนบางกลุ่มเห็นว่าการฟ้องร้องคดีดังกล่าวไม่ได้ส่งผลอะไรกับราคาของ XRP เพราะทางโจทก์ (ซึ่งในที่นี้ก็คือบริษัท Ripple) ก็ยังมีสิทธิได้รับค่าสินไหมทดแทนหากตนได้รับความเสียหายอยู่ดีถ้าหากโจทก์ชนะคดี

เหรียญของ JP Morgan

ย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้วทางซีอีโอของ JP Morgan นาย Jamie Dimon ได้ออกมา discredit ของ Bitcoin ว่ามันเป็นการหลอกลวงเป็นการจุดประกายประเด็นเรื่องความน่าเชื่อถือของคริปโตเคอร์เรนซี หลังจากนั้นทาง JP Morgan ก็ออกมาเคลื่อนไหวอย่างน่าเซอร์ไพรส์เพราะทางบริษัทได้ออกมาประกาศเปิดตัวเหรียญคริปโตเคอร์เรนซีของตนเองเพื่อแข่งกับเหรียญ XRP ซึ่งเหรียญของ JP Morgan หรือ JPM Coin นี้จะอยู่ในรูปแบบของ stablecoin ที่ยึดติดกับค่าเงิน USD ซึ่งทางบริษัทจะปล่อยตัวตัวทดลองออกมาภายหลังในปีนี้

การประกาศเปิดตัวเหรียญ JPM Coin สร้างความตื่นเต้นไปทั่วสื่อซึ่งก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเหรียญดังกล่าวเกิดขึ้นจากการที่ธนาคารสหรัฐพยายามที่จะสนับสนุนคริปโตเคอร์เรนซีหรือเป็นการกระทำเพื่อตามกระแส ส่วนประเด็นเรื่องความน่าเชื่อถือนั้นคงไม่มีใครจะตั้งคำถามประเด็นนี้กับทาง JP Morgan แน่ ละการเคลื่อนไหวในครั้งนี้ของทาง JP Morgan ก็อาจจะเป็นภัยคุกคามต่อ Ripple และ XRP จริง

หลังจากประกาศดังกล่าวราคาของ XRP ก็ลดลงเล็กน้อย ข่าวการประกาศเปิดตัวเหรียญ JPM Coin จึงน่าสนใจว่ามันจะมีบทบาทอะไรเข้ามาเพิ่มเติมที่จะส่งผลต่อราคาเหรียญ XRP จริงหรือไม่

พิจารณาอิทธิพลของ Coinbase

เมื่อช่วงกลางปีที่แล้วผู้ใช้งานของ Coinbase สามารถทำการเทรดได้แต่เพียง Bitcoin, Bitcoin Cash, Ethereum และ Litecoin เท่านั้นซึ่งก็ทำให้แพลตฟอร์มของ Coinbase เป็นที่รู้จักเพิ่มมากขึ้นเพราะแพลตฟอร์มให้ความปลอดภัยสูงและมี UI ที่ดีมาก ซึ่งในตอนนี้ Coinbase ก็เพิ่มการซัพพอร์ตคริปโตเคอร์เรนซีเข้ามาอีก 18 สกุลและวางแผนที่จะลิสต์เหรียญเพิ่มเข้ามาอีก

เหรียญ Litecoin ได้ถูกลิสต์ขึ้น Coinbase ในช่วงเดือนพฤษภาคมปี 2017 ซึ่งก็ทำให้ราคาของมันพุ่งสูงขึ้น 40% และเพิ่มสูงขึ้นกว่า 170% ใน 2 เดือนซึ่งตอนนี้ Litecoin ก็สามารถทำการซื้อขายหรือถือเก็บไว้ในง่ายขึ้น ก็ไม่น่าแปลกใจที่ราคาของมันจะเพิ่มสูงขึ้นขนาดนี้

แต่เมื่อกาลเวลาผ่านไปตลาดคริปโตเริ่มโตขึ้น ผู้ใช้งานก็เริ่มมองหาทางเลือกอื่น ๆ การแข่งขันสูงขึ้นการที่มีเหรียญคริปโตเพียง 4 เหรียญที่ถูกลิสต์ขึ้นบนแพลตฟอร์มนั้นไม่เพียงพอทาง Coinbase จึงลิสต์เหรียญเพิ่มมากขึ้น

จากข้อมูลของ Coinmarketcap พิจารณาจากวอลลุ่มการเทรด 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาบริษัท Coinbase อยู่ที่ลำดับ 39 เว็บเทรดที่อยู่ในลำดับเหนือ Coinbase ต่างเปิดตัวออกมาทีหลังจากที่ Coinbase ลิสต์เหรียญ Litecoin ทั้งนั้น เมื่อผู้คนพูดถึง Counbase มักจะพูดถึงสถานการณ์ทางตลาดที่ดูเหมือนจะไม่เกิดขึ้นอีกแล้ว ทั้งที่เหรียญ XRP เพิ่งจะถูกลิสต์ขึ้น Coinbase ควรที่จะทำให้ราคาของมันพุ่งสูงขึ้นแต่ด้วยความที่ Coinbase ไม่ได้มีอิทธิพลมากอย่างที่ทางบริษัทเคยมีเลยทำให้การลิสต์เหรียญ XRP ขึ้นบนแพลตฟอร์มนี้ไม่ได้มีผลกระทบอะไรต่อราคาของมันมากเท่าใดนัก

การประชุม Swell Conference มีผลต่อราคา XRP หรือไม่ ?

การประชุมประจำปี Swell Conference ที่ซานฟรานซิสโกเมื่อวันที่ 1 ตุลาคมปี 2018 เปิดโอกาสให้ Ripple ได้เข้ามาเปลี่ยนแปลงวิถีการโอนเงิน เมื่อมีข่าวประกาศออกมาว่า XRP จะเปิดตัว xRapid ในที่ประชุม ผู้มีอิทธิพลก็ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นกันมากมายโดยส่วนมากจะเห็นว่าการเปิดตัว xRapid จะทำให้ผู้ใช้งานสถาบันเข้ามาในตลาดมากขึ้นซึ่งจะเป็นการเพิ่มวอลลุ่มการเทรดจากนั้นราคาของ XRP ก็จะสูงขึ้น

ราคา XRP/BTC เริ่มพุ่งสูงขึ้น 2 อาทิตย์ก่อนมีการประชุม Swell โดยมีราคาพุ่งสูงขึ้น 0.00011763 แต่เมื่อมีการประชุมเกิดขึ้นกลับไม่ได้ส่งผลต่อราคาของมันมากนักซึ่งก็น่าสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น

ในประเด็นนี้ก็มีคนออกมาแสดงความเห็นว่ามันต้องใช้เวลาอย่างน้อยเราก็ได้เห็นว่าบรรดาหุ้นส่วนของ Ripple ก็ได้มีการใช้งาน XRP จริงข่าวลือเรื่องวอลลุ่มจึงไม่ได้มีความหมายอะไรเลยนอกจากเป็นการกล่าวเกินจริง ในกรณีของราคา XRP นั้นมันเป็นสิ่งสำคัญที่นักลงทุนต้องพิจารณาทบทวนความคาดหวังในประเด็นเรื่องผลตอบแทนโดยเฉพาะในช่วงสภาวะตลาดหมี

บทสรุป

XRP ยังคงอยู่ในช่วงคาบเกี่ยวระหว่างการควบคุมและกฎหมายซึ่งก็ส่งผลในเชิงลบต่อ Ripple และสังคมคริปโตรวมถึงการลิสต์เหรียญ XRP ขึ้นบนแพลตฟอร์ม Coinbase ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรมากนัก การเข้ามาในตลาดของ JP Morgan อาจจะทำให้ Ripple หวั่นไหวได้แต่การที่รายละเอียดของ JPM Coin ไม่ได้ปรากฏออกมาให้สาธารณชนเห็นก็ทำให้ JPM Coin ไม่ได้มีอิทธิพลมากขนาดนั้น ผู้ถือเหรียญ XRP ก็มีสิทธิที่จะตั้งคำถามได้ว่าเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นนี้ทำไมไม่ส่งผลกระทบอะไรกับราคาของ XRP มากนัก

กดคลิกเพื่อแสดงความเห็น