<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

กรณีตัวอย่าง? โวลลุ่มการซื้อขาย Bitcoin ในเวเนซุเอลาร่วงหนัก หลังจากที่ไฟดับทั่วประเทศ

ดูเหมือนว่าประชาชนชาวเวเนซุเอลากำลังประสบปัญหาในการเข้าถึงไฟฟ้า เนื่องมาจากการตัดไฟฟ้าเมื่อวันที่ 7 มีนาคมที่ผ่านมา ส่งผลทำให้รัฐหลัก ๆ หลายแห่งในประเทศไม่มีไฟฟ้าใช้มากกว่าหนึ่งสัปดาห์ โดยอ้างอิงจากรายงานเมื่อวันที่ 14 มีนาคมที่ผ่านมา ไฟฟ้าได้ถูกเปิดใช้งานอีกครั้งหนึ่ง ทว่าในช่วงสัปดาห์ที่ไฟฟ้าถูกตัดนั้น โวลลุ่มการซื้อขายบนเว็บเทรด Bitcoin แบบ P2P นาม Localbitcoins ได้ร่วงลงกว่า 40%

ระบบไฟฟ้าที่ถูกตัด

ประเทศเวเนซุเอลานั้นประสบปัญหาวิกฤตเงินเฟ้อกว่า 2,688,670% ณ เดือนมกราคมปี 2019 ซึ่งสกุลเงินโบลิวาร์ของเวเนซุเอลานั้นได้กลายเป็นกระดาษไร้ค่า ที่ผู้คนนำมาโยนทิ้งกลางถนนในเมือง Caracas และเมืองอื่น ๆ ในขณะนี้ หากนั่นยังย่ำแย่ไม่พอ เมื่อวันที่ 7 มีนาคมที่ผ่านมาทั้งประเทศนั้นยังต้องมาประสบปัญหาถูกตัดไฟ ทำให้ระบบสื่อสารมวลชลของทั้งประเทศต้องเป็นอัมพาต และประชาชนในประเทศก็ถูกตัดขาดจากโลกภายนอก

เมื่อวันที่ 14 มีนาคม มีรายงานว่านาย Jorge Rodrigues หรือรัฐมนตรีกระทรวงสารสนเทศแห่งเวเนซุเอลาได้ออกมากล่าวว่าพลังไฟฟ้าได้ถูกเปิดใช้แบบเต็มที่ 100% แล้ว แต่อย่างไรก็ตาม ประชาชนในประเทศยังคงขาดแคลนแหล่งน้ำสะอาด เนื่องจากมีหลาย ๆ คนออกมาประท้วงว่าน้ำส่วนที่ออกมาจากระบบประปาในบ้านนั้นมีน้ำมันมาปนเปื้อน นอกจากนี้เมื่อวันที่ 13 มีนาคม มีการโพสต์บทความหัวเรื่องว่า “Synthesis of a ‘Blockout’” ที่เผยว่าประชาชนใรเวเนซุเอลานั้นไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องดื่มน้ำที่ไม่สะอาดจากแม่น้ำอีกด้วย

โวลลุ่มการซื้อขาย Bitcoin ร่วงกว่า 40%

หลายสัปดาห์ก่อนการตัดไฟฟ้าในประเทศเวเนซุเอลา เราได้เห็นโวลลุ่มการซื้อขาย Bitcoin ผ่าน Localbitcoins ในประเทศที่พุ่งขึ้นไปแตะจุดสูงสุดในประวัติศาสตร์ (25 พันล้านโบลิวาร์ หรือ 7.5 ล้านดอลลาร์) ทว่าภายหลังจากที่มีการตัดไฟฟ้าในวันที่ 7 มีนาคมนั้น โวลลุ่มบนเว็บ Localbitcoins ได้ร่วงลงกว่า 40% ในช่วงที่ไฟดับ ซึ่งโวลลุ่มนั้นแตะ 14 พันล้านโบลิวาร์ (4.2 ล้านดอลลาร์) ซึ่งนาย Carlos Hernandez จากนิตยสาร Caracas Chronicles ได้ทวีตข้อความที่เผยให้เห็นถึงโวลลุ่มที่ลดลงอย่างชัดเจนในช่วงไฟดับนี้

เหตุการณ์ดังกล่าวนี้ดูเหมือนว่าจะคล้าย ๆ กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศซิมบับเว เมื่อพวกเขาเกิดวิกฤตเงินเฟ้อเช่นกัน ซึ่งส่งผลทำให้ความต้องการของ Bitcoin ในประเทศนั้นเพิ่มสูงขึ้นตามมา ทว่าในวันที่ 15 มกราคม 2019 เมื่อระบบเครือข่ายสัญญาณโทรศัพท์ล่ม และผู้ให้บริการสัญญาณอินเทอร์เน็ตก็ไม่สามารถเปิดให้บริการได้ตามปกติ ส่งผลทำให้โวลลุ่มการซื้อขายนั้นลดลงเช่นเดียวกัน

เมื่อประเทศเกิดวิกฤตเงินเฟ้อ ทำให้เงินที่คุณถืออยู่มีมูลค่าลดลง ส่งผลทำให้คุณต้องหาวิธีเอาตัวรอดด้วยการเลือกถือสกุลเงินทางเลือกอื่น ๆ