<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

ผู้เสียหายจาก Mt.Gox เตือนว่าการเทขาย Bitcoin เพื่อชดใช้เจ้าหนี้เร็วๆ นี้ อาจทำให้ราคาตลาดร่วง

ถึงแม้เหตุการณ์ที่เว็บเทรดคริปโต Mt.Gox ถูกแฮ็กและล้มละลายนั้นจะเกิดขึ้นมาหลายปีแล้วก็ตาม แต่ผลกระทบของมันยังคงอยู่ เนื่องจากผู้เสียหายยยังคงไม่ได้รับเงินชดเชยครบทุกคน และล่าสุด Mt.Gox Legal กลุ่มของเจ้าหนี้ประมาณ 1,000 คน ได้เตรียมร่างข้อมูลต่าง ๆ สำหรับการนำเสนอแล้วว่า เว็บเทรดคริปโต Mt.Gox จะต้องชดใช้ความเสียหายทั้งหมดอีกเท่าไร พร้อมรายละเอียดอื่น ๆ

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา นาย Nobuaki Kobayashi ผู้จัดการหนี้ของ Mt.Gox ได้ปล่อยรายละเอียดเกี่ยวกับจำนวนของคริปโต ( Bitcoin และ Bitcoin Cash) และเงิน Fiat ที่ได้รับการอนุมัติแล้วว่า ให้นำเงินเหล่านั้นสามารถไปจ่ายให้กับผู้เสียหายได้ ซึ่งเป็นหนึ่งในกระบวนการชดเชยความเสียหาย

โดยทั้งหมดลแล้ว นาย Kobayashi ได้เผยว่า เว็บเทรดคริปโตนั้นมีเงิน Fiat ทั้งหมด 69,553 ล้านเยน หรือประมาณ 20,078 ล้านบาท และถือ BTC อยู่จำนวน 141,686.35 BTC และ 142,846.35 BCH ซึ่งคริปโตเหล่านี้คิดเป็นมูลค่ากว่า 18,819.74 ล้านบาท

เขาได้คาดหวังว่าจะสามารถกู้คริปโตและเงินที่ถูกแฮ็กไปให้มากกว่านี้ ซึ่งพวกเขาเชื่อว่า เงินเหล่านั้นอาจอยู่กับนาย Mark Karpeles CEO ของ Mt.Gox และบริษัท Tibanne Co. ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ Mt.Gox

จุดที่น่าสนใจคือ เอกสารระบุว่าจะนำ Bitcoin จำนวน 802,521 BTC (มูลค่าประมาณ 102,604.10 ล้านบาท), 792.296 BCH (มูลค่าประมาณ 3,935.33 ล้านบาท) และเงิน Fiat มูลค่า 1,205.99 ล้านบาท ไปชดใช้ความเสียหาย

จากเอกสารนี้ จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าเว็บเทรด Mt.Gox ไม่มีคริปโตเช่น BTC และ BCH ที่มากพอเท่าที่เอกสารได้ระบุไว้ และด้วยราคาปัจจุบัน ก็สามารถนำเงินที่เหลือไปซื้อคริปโตเหล่านั้นมาจ่ายคืนได้มากพอเช่นกัน

มันเลยทำให้ชุมชนคริปโตเกิดข้อสงสัยว่า นาย Kobayashi นั้นจะทำการจ่ายเงินชดเชยค่าเสียหายได้มากกว่าที่พวกเขามีได้อย่างไร และวันที่กำหนดจ่ายก็คือวันที่ 26 เมษายนที่จะถึงนี้ ตรงกับวันสุดท้ายที่ผู้เสียหายสามารถยื่นคำร้องว่า พวกเขาต้องการเงินชดเชยได้นั่นเอง

การ Fork ทำให้เกิดปัญหาได้

แผนของ Mt.Gox Legal นั้นได้ทำการย้ำว่า กระบวนการชดเชยความเสียหายนี้ ไม่ควรจะใช้ขั้นตอนปกติของกฏหมายญี่ปุ่นในการชดเชย เพราะจะมีประเด็นของการ Fork เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เพราะหลังจากที่เว็บเทรดคริปโต Mt.Gox ล้มละลายไปนั้น ได้ดมีเหรียญจำนวนมาก Fork แยกออกมาจาก Bitcoin เช่น Bitcoin Gold

ยังมีเหรียญ Fork อื่น ๆ อีกมากมายที่ไม่ค่อยได้รับการพูดถึงเช่น BitcoinX (BCX), Bitcoin Diamond (BCD), Lightning Bitcoin (LBTC), Bitcoin Private, Super Bitcoin (SBTC), Clams, Bitcoin Interest, Bitcore (BTX) และ Bitcoin Atom

กลุ่มดังกล่าวเชื่อว่า จำนวนของคริปโตที่ถูก Fork ออกมานั้นมีจำนวนมากเกินไปกว่าที่เว็บเทรดคริปโตไหนจะจัดการได้ และคงเป็นเรื่องที่ยากมากในการจัดการบริหาร Private Keys ของเหรียญทั้งหมดนั้น:

“เราได้เห็นว่า ปริมาณของเหรียญที่ผู้จัดการหนี้ของ Mt.Gox ถือนั้น โดยส่วนมากแล้ว มันมีปริมาณที่มากกว่าปริมาณการเทรดรายวันของเหรียญนั้น ๆ เพราะงั้นเราเลยกังวลว่า ผู้จัดการหนี้ของ Mt.Gox อาจทำการเทขายอย่างรุนแรงกับเหรียญเหล่านั้นได้ ทำให้ราคาของเหรียญเหล่านั้นล่วงลงอย่างหนัก ซึ่งอาจให้ผลลัพธ์ที่เจ้าหนี้ไม่ค่อยพอใจเท่าไรนัก”

ด้วยเหตุนี้ คำร้องของกลุ่มดังกล่าวเลย ชี้ว่าควรจะทำการแจกจ่าย Keys ให้กับผู้เสียหายหลังจากที่ทำการชดเชย BTC และ BCH ให้ก่อนแล้ว

ในเวลาต่อมา ประเด็นนี้ก็ได้ถึงหูของนาย Kobayashi และได้ระบุกลับว่า:

“ผู้มีหน้าที่ดูแลทำการชดเชยเงินจะมองว่า Cryptocurrency ที่แยกออกมาจาก BTC ของผู้เสียหายนั้นเป็นของลูกหนี้ และจะนำมันมาเป็นส่วนหนึ่งในการจ่ายเงินชดเชยให้กับผู้เสียหาย”

ซึ่งดูเหมือนทาง Mt.Gox เองมีเป้าหมายหลัก ๆ เลยคือ พยายามที่จะจ่ายเงินชดเชยให้ไวที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะเว็บเทรดคริปโต Mt.Gox นั้นล้มละลายมาตั้งแต่ปี 2014 ซึ่งถือว่าเป็นเวลากว่า 5 ปีแล้ว

จนล่าสุด ทางกลุ่มดังกล่าวก็ได้อัปเดตคำร้องอีกครั้ง และชี้ให้เห็นอีกครั้งว่า ควรจะมีองค์กรหรือกฏหมายเข้ามาช่วยผู้เสียหายส่วนหนึ่งให้แจกจ่ายเงินชดเชยอย่าง ‘เท่าเทียมกัน’

ความต้องการของผู้เสียหาย

นอกจากนี้ ในคำร้องนั้นยังได้มีการระบุไว้ว่าด้วย พวกเขาต้องการที่จะให้นาย Kobayashi ทำขั้นตอนอะไรต่อไปบ้างในอนาคต โดยอันดับแรก เงิน Fiat ที่ Mt.Gox ถือไว้นั้น ควรจะจ่ายในอัตราเดียวกับก่อนจะล้มละลาาย ซึ่งจะมีขั้นตอนทางกฎหมายอื่น ๆ เพิ่มเติมด้วยเช่น การจ่ายดอกเบี้ยในอัตราที่เหมาะสม

กลุ่มดังกล่าวนั้นต้องการ ให้เงินชดเชยเป็นทั้งในรูปแบบของเงิน Fiat และ Cryptocurrency พร้อมทั้งควรมีทางเลือกให้ด้วยว่า จะชดเชยให้ไปใน Wallet ของบัญชีเว็บเทรดคริปโตอื่นเลย หรือ Wallet ส่วนตัว

นอกจากนี้ พวกเขายังต้องการให้ ผู้ชดเชยเงินหยุดทำการซื้อของขาย Bitcoin และ Bitcoin Cash เช่นเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นในอดีต เพราะส่งผลต่อตลาดคริปโตได้ รวมทั้งหุ้นส่วนเช่นนาย Karpeles, นาย Jeb McCaleb และ Tibanne ไม่ควรที่จะได้รับเงิน Fiat หรือ Cryptocurrecny หรือผลประโยชน์ใด ๆ ก็ตามทั้งสิ้น

ทางกลุ่ม Mt.Gox Legal จะทำการยื่นคำร้องดังกล่าวไปยังผู้ที่จัดการชดเชยเงินของ Mt.Gox ในวันที่ 22 มีนาคมนี้ ซึ่งก็ต้องติดตามต่อไปว่า จะส่งผลกระทบอย่างไรต่อตลาดคริปโตหรือไม่

ก่อนหน้านี้ นาย Karpeles เองก็เคยออกมาบอกเช่นกันว่า เขาไม่ได้ต้องการเงินที่เหลือจาก Mt.Gox เลย เพราะคิดว่าเป็นความผิดในส่วนของเขาเองที่ทำให้การแฮ็กนี้เกิดขึ้นได้ และยังข่าวลือหลุดมาด้วยว่า เว็บเทรด Mt.Gox นั้นมีแผนที่จะกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งหนึ่ง