<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

จะเกิดอะไรขึ้นหลังจากเกิดการ Halving ของ Bitcoin ในปี 2020

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain

การ Halving ครั้งต่อไปของ Bitcoin น่าจะเกิดที่ Block 57,000 ซึ่งจะอยู่ในช่วงเดือนพฤษภาคมปี 2020 อ้างอิงจากการ Halving สองครั้งที่ผ่านมาเราอาจจะคาดการณ์ได้ว่าราคา Bitcoin จะสามารถขึ้นได้ แต่ก็ไม่มีการยืนยันอะไรแบบนั้น

การ Halving เป็นการลด Supply หรือเปล่า

อัลกอริธึมการลดเงินเฟ้อนั้นเป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบ Bitcoin เพื่อทำให้ bitcoin มีมูลค่า การ Halving และกำหนดให้ Bitcoin มีจำนวน 21 ล้าน BTC ทำให้เป็นการลดอัตราเงินเฟ้อของ Bitcoin โดยตรงข้ามกับธนาคารกลางที่สามารถพิมพ์ธนบัตรเท่าไรก็ได้

ตอนนี้มี Bitcoin หมุนเวียนอยู่ในระบบมากกว่า 17.5 ล้าน Bitcoin โดยเหลือน้อยกว่า 3.5 ล้านเหรียญที่สามารถขุดได้ ซึ่งถ้ามีการ Having ครั้งถัดไปแล้วละก็อัตราเงินเฟ้อของ Bitcoin จะลดลงเหลือ 1.8 เปอร์เซ็นต์ต่อปี ลดลงจาก 3.8 เปอร์เซ็นต์ในปัจจุบัน


จะเกิดอะไรขึ้นกับราคามัน

ในปี 2012 และปี 2016 ผู้เชี่ยวชาญได้สังเกตราคาที่ขึ้นลงอย่างมีนัยสำคัญประมาณหนึ่งก่อนที่จะเกิดการ Having และหลังจากที่เกิด Halving ราคาของมันก็ขึ้นเป็นกราฟพาราโบลา

นั่นจึงเป็นสาเหตุที่สามารถมองได้ว่า Halving ในปี 2020 อาจสามารถทำให้เกิดการเก็งกำไรและนักลงทุนหลายคนอาจเริ่มซื้อ Bitcoin ในช่วงนี้

ในเดือนพฤษภาคมปี 2020 จะมีอะไรเปลี่ยนแปลงไหม

มันอาจมีเหตุผลที่หลากหลายว่าการที่ Halving ในปี 2020 นั้นจะทำให้เกิดการแตกต่างจากสองครั้งที่ผ่านมา การที่เกิด Halving อาจมีผลกระทบต่อราคา Bitcoin ก็เป็นได้

ปัจจุบันคนเหมืองหรือนักขุดได้รับ Rewards เป็นจำนวน 12.5 BTC สำหรับทุก Block ในการขุด แต่ถ้าเกิด Halving นั้น Rewards ก็จะตกลงไปที่ 6.25 BTC ต่อ Block นักขุดย่อมต้องการให้ราคา Bitcoin สูงขึ้นอย่างแน่นอนเพราะว่า Rewards ในการขุดนั้นมันลดน้อยลงครึ่งหนึ่ง

แต่ถ้าเกิดผลทางตรงกันข้ามละเช่นเมื่อเกิดการ Halving แล้วนั้น ราคาของ Bitcoin เท่าเดิม เราอาจได้เห็นการล่มสลายของชุมชนนักขุด Bitcoin ก็เป็นได้เพราะว่า พวกเขาได้รางวัลหรือ Rewards ลดลงครึ่งหนึ่งจากที่เคยได้ และถ้าเกิดเป็นเช่นนั้น พวกเขาอาจดึงปลั๊กทิ้ง ไม่ขุดต่อแล้วก็เป็นได้และไปหาวิธีที่พวกเขาจะสามารถทำกำไรได้แทน

พูดง่าย ๆ ก็คือเราคาดว่าราคาสินทรัพย์นั้นจะมีราคาแพงมากขึ้นถ้าสินทรัพย์นั้นเริ่มขาดแคลนหรือที่ชอบพูดกันว่า Demand เยอะและ Supply น้อยนั่นแหละ การที่ Having นั้นก็อาจมีศักยภาพพอที่จะทำให้ราคา Bitcoin เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าในช่วงข้ามคืน ส่วนที่ว่าทำไมเหตุการณ์นี้ไม่เกิดในอดีตบ้างก็เพราะเราขาด Supply ที่จะเข้ามาในตลาดนั่นเอง

หรือจริงแล้วเราอาจพบความจริงที่ว่า Demand ของ Bitcoin นั้นยังไม่มากพอ เพราะว่าตัว Bitcoin ยังไม่ได้มีการยอมรับอย่างจริงจัง ถึงแม้ว่า Supply จะลดลง ราคาก็อาจไม่ได้พุ่งอย่างที่คาดไว้นั่นเอง

กดคลิกเพื่อแสดงความเห็น