<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

เศรษฐีคริปโตพันล้าน Mike Novogratz กล่าว “Bitcoin นั้นสมบูรณ์แล้ว เตรียมท้าชิงยุค Web 3.0”

ก่อนหน้านี้ ผู้คนส่วนใหญ่อาจจะมองว่า Cryptocurrency นั้นมักจะถูกใช้เป็นเครื่องมือในการเก็งกำไรหรือลงทุนเป็นหลัก ไม่ได้เป็นสกุลเงินอย่างที่ตั้งใจ ซึ่งล่าสุด ผู้เชี่ยวชาญในวงการได้ออกมาชี้ให้เห็นว่า Cryptocurrency นั้นสามารถใช้งานได้จริงถึง 3 แง่

นาย Mike Novogratz CEO ของ Galaxy Digital บริษัทที่ลงทุนในคริปโตเป็นหลัก ได้กล่าวอธิบายในงาน Ethereal Summit นิวยอร์ก ว่า คริปโตเช่น Bitcoin นั้นสามารถใช้งานได้จริงถึง 3 แง่

เก็บรักษามูลค่า

อันดับแรกเขาได้หยิบยกมาว่า การใช้งานจริงของคริปโตคือเป็น Store of Value หรือตัวกลางที่สามารถรักษามูลค่าไว้ได้ แต่มีเพียง Bitcoin สกุลเดียวเท่านั้นที่ทำได้

“มันเป็นจริงเรียบร้อยแล้ว Bitcoin เหมือนจะสมบูรณ์แล้ว คุณไม่จำเป็นต้องสร้างอะไรเพิ่มเติมอีกเพื่อให้มันสามารถใช้งานจริงได้ มันไม่ได้อยู่ที่ตัวเทคโนโลยี เราสามารถนำโค้ด Bitcoin ไปปรับโครงสร้างใหม่ในคืนนี้เลย แล้วเรียกมันว่า Novocoin แต่มันจะไม่มีมูลค่าอะไรทั้งนั้น”

นาย Novogratz ได้กล่าวว่า มีแต่ Bitcoin เท่านั้นที่เก็บมูลค่าได้แตกต่างกับ Altcoins:

“นักลงทุนควรระวัง Altcoins ที่ไม่สามารถใช้งานได้จริง ถ้าเปรียบเทียบคริปโตเหมือนตารางธาตุ มันมี 114 ธาตุในตาราง แต่มีเพียงธาตุเดียวเท่านั้นที่เป็นทองคำ ที่สามารถเก็บรักษามูลค่าได้”

ชำระเงิน

นาย Novogratz ได้อธิบายว่า การใช้งานจริงในแง่ที่ 2 ของคริปโต โดยหยิบยกข้อมูลที่ประเทศจีนมาว่า ประมาณ 95 เปอร์เซ็นต์ของประชากรใช้มือถือในการจ่ายเงินในชีวิตประจำวัน แต่ภูมิภาคตะวันตกมีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่มีพฤติกรรมแบบนั้น

เขาได้อธิบายว่า Stablecoin จะเข้ามามีบทบาทแน่นอนในจุดนี้ เพราะ Telegram หรือ Facebook ซึ่งทั้งสองเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่มูลค่าหลายล้านล้านดอลลาร์ ก็กำลังจะเข้ามาพัฒนาในส่วนนี้ ซึ่งอาจจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ได้

เว็บ 3.0

อันดับที่ 3 การใช้งานแง่สุดท้ายของคริปโตคือการเป็นเว็บ 3.0 ที่ Ethereum เป็นผู้นำในส่วนนี้ เพราะสามารถประยุกต์ Blockchain ของมันเข้ากับทุกอย่างในโลกได้

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้เขาจะเป็นแฟนคลับของ Ethereum (ในช่วงตอนที่เรียนอยู่มหาวิทยาลัย Princeton University เขาเป็นเพื่อนร่วมห้องกับนาย Joseph Lubin ผู้ร่วมก่อตั้ง Ethereum) แต่เขาก็กล่าวว่า มันมีคู่แข่งอีกมากมายเช่น Cosmos, Dfinity และ Polkadot และจะต้องใช้เวลาอีกอย่างต่ำ 5 ปีกว่าจะรู้ว่าใครเป็นผู้ชนะในแง่นี้

นอกจากนี้ เขายังอธิบายด้วยว่า มันสำคัญขนาดไหนที่จะสร้างวงการคริปโตขึ้นมาได้ เพราะในปัจจุบันเจ้าใหญ่ ๆ มากมายหรือแม้แต่รัฐบาลบางประเทศก็กำลังแข่งขันอยู่

เขาได้ยกตัวอย่างประเทศจีนว่า การที่ประธานาธิบดีของจีนนั้นมีอำนาจที่จะกลายเป็นผู้ที่มีอำนาจผุกขาดด้วยการใช้เงินดิจิทัลแบบ Centralized นั้นน่ากลัวมาก ๆ เนื่องจากข้อมูลการทำธุรกรรมทั้งหมดจะถูกส่งผ่านรัฐบาล และนำไปต่อยอดด้วย Machine Learning

“เมื่อปีที่ผ่านมา มีประชาชนชาวจีน 13 เปอร์เซ็นต์ถูกห้าไมให้เดินทางจากภูมิภาคหนึ่งไปยังอีกภูมิภาคหนึ่งเนื่องจาก Social เครดิตสกอร์”

เขาชี้ให้เห็นว่า หากผู้นำในวงการคริปโตกลายเป็นผู้คุมอำนาจทั้งหมดได้ อาจไม่ค่อยดีเท่าไรนัก ด้วยเหตุนี้เอง เขาเลยเชียร์ให้ Ethereum รีบพัฒนาขึ้นเป็นผู้นำ เพราะจะทำให้เกิดการปฏิวัติทางเศรษฐกิจที่แท้จริง

“การสร้างเงินแบบ Decentralized คือคลื่นลูกใหญ่ลูกต่อไปที่จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงการทำงานระบบเศรษฐกิจของเราเลย Ethereum จำเป็นที่จะต้องชนะและถูกใช้งานจริง จากนั้นจะมีการเปลี่ยนแปลงที่ทำให้มันกลายเป็นเงินจริง ๆ จนกลายเป็นตัวกลางในการชำระเงิน”

นาย Novogratz ยกข้อมูลขึ้นมาให้เห็นว่า ทำไมตอนนี้ Ethereum ถึงเป็นผู้นำอยู่:

“ข่าวดีสำหรับ Ethereum คือ มันเป็นผู้นำอยู่ มันจำเป็นต้องมีชุมชน และชุมชนของพวกเขาคือผู้ประกอบการ, นักพัฒนา และนักเขียนโค้ด ซึ่งในระยะยาวยังจำเป็นต้องมีผู้ใช้งานจริง ๆ อยู่ดี คุณต้องนำพวกเขาเข้ามามีส่วนร่วมให้ได้”

ท้ายสุด เขาได้กล่าวยกตัวอย่างถึงคริปโตเช่น Litecoin ว่ามีชุมชนที่อ่อนแอกว่า:

“Litecoin มีชุมชนที่อ่อนแอกว่า ชุมชนของพวกเขาประกอบไปด้วยนักเก็งกำไร, นักโปรโมท และนักปั๊มราคา”

เรียกได้ว่า ในหลายปีที่ผ่านมา แง่ต่าง ๆ ของวงการคริปโตนั้นก็เติบโตต่อเนื่องอย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะเป็นการเป็นที่รู้จักมากขึ้น, การได้รับการยอมรับมากขึ้น หรือในแง่ของเทคโนโลยีของแต่ละโปรเจกต์ที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ ก็ตาม ท้ายที่สุดไม่ว่าใครก็ตามที่เป็นผู้ชนะในศึกนี้ ทุก ๆ คนในระบบเศรษฐกิจย่อมได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน