<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

Samsung จับมือธนาคารและบริษัทด้านการสื่อสารอื่น ๆ พัฒนาระบบ ID Network บน Blockchain

ในเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมานี้ ทางบริษัท Samsung ได้ออกมาเปิดเผยถึงความร่วมมือกับบริษัทอื่นๆไม่ว่าจะเป็นบริษัทด้านการสื่อสารอย่าง SK Telecom, LG Yuplus หรือ KT ธนาคารพาณิชย์อย่าง KEB Han และ Wooriand หรือแม้แต่บริษัทด้านการให้บริการด้านหลักทรัพย์ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลอย่าง Koscom ในการดำเนินโครงการเครือข่ายของเอกสารการระบุตัวตัวหรือ ID สำหรับอุปกรณ์โทรศัพท์มือถือโดยใช้เทคโนโลยี Blockchain 

สำหรับบริการดังกล่าวนั้น ทางบริษัทได้กล่าวว่ามันจะเป็นการนำเสนอวิธีการดำเนินการยืนยันและระบุตัวตนแบบ“ไร้คนกลาง” ซึ่งทำให้เหล่าผู้ใช้งานนั้นสามารถที่ยืนยันตัวตนหรือคุณสมบัติของพวกเขาเองได้ผ่านระบบ Blockchain และยังอำนวยความสะดวกให้พวกเขาสามารถที่จะควบคุมข้อมูลส่วนตัวของพวกเขาเองได้อีกด้วย ทั้งนี้ผู้ใช้สามารถที่จะเลือกเก็บข้อมูลของพวกเขาไว้บนอุปกรณ์โดยเลือกส่งข้อมูลเท่าแต่เพียงที่ระบบต้องการเพื่อทำการยืนยันตัวตนเท่านั้นอีกด้วย

โดยความคืบหน้าของโครงการนั้น เราจะได้เห็นการพัฒนาโมเดลกิจการร่วมค้าซึ่งมุ่งเป้าไปที่การให้บริการโดยอาศัยเทคโนโลยี Blockchain ที่แต่ละบริษัทซึ่งเค้าร่วมมีหน้าที่ดูแล Nodes แต่ละอันในเครือข่ายซึ่งจะใช้เครื่องเซิร์ฟเวอร์ของพวดเขาเองในไม่ช้าอีกด้วย และในปลายปีที่จะถึงนี้ทางบริษัทยังได้มีแผนการทดสอบโครงการจริง โดยผลการตัดสินจากการทดสอบนั้นจะทำการเปิดเผยและดำเนินการในปีถัดไป 

แผนการในช่วงแรกของบริษัทนั้นต้องการที่จะนำไปใช้ในการออกหนังสือรับรองทางด้านการศึกษาต่างๆโดยมหาลัยชั้นนำหลายแห่งของประเทศเกาหลี และการดำเนินการของ Koscom ในการหารจัดการหุ้นของเหล่าบริษัทสตาร์ทอัพนอกตลาด รวมทั้งการดำเนินการคัดเลือกผู้สมัครเข้าทำงานของบริษัทด้านการสื่อสารทั้งสามที่ได้กล่าวไว้ข้างต้นอีกด้วย

การนำเทคโนโลยี Blockchain มาใช้ในการดำเนินการดังกล่าวนั้นจะเป็นการลดขั้นตอนของการยื่นและการออกเอกสารต่างๆให้มีความง่ายดายและสะดวกสบายมากขึ้น อีกทั้งยังเป็นการทำให้มั่นใจว่าจะไม่เกิดความผิดพลาดในระบบการดำเนินการดังกล่าวโดยสามารถตรวจสอบได้ตลอดเวลาอีกด้วย

นอกเหนือจากกรณีที่ได้กล่าวไปแล้ว ทางบริษัทยังได้มีแผนการขยายการให้บริการออกไปในอีกหลายส่วนโดยหวังว่าบริษัทอื่นๆจะให้ความสนใจและเข้าร่วม ซึ่งการใช้งานนั้นเป็นการใช้ประโยชน์จากระบบการระบุตัวตนแบบออนไลน์หรือ Digital Signature ในด้านต่างๆไม่ว่าจะเป็น การระบุตัวตนสำหรับกิจการด้านการสื่อสารหรือการธนาคาร เอกสารด้านการแพทย์และการประกันภัย บริการสมาชิกของร้านค้าต่างๆ การรับรองเอกสาร การยืนยันข้อมูล รวมไปถึงการเข้าสู่ระบบ เป็นต้น

ทั้งนี้ ณ วันที่ได้มีการลงนามเซ็นสัญญาการดำเนินโครงการดังกล่าวในวันที่ 12 กรกฎาคมที่ผ่านมา หนึ่งในสมาชิกได้ออกมากล่าวว่า 

“บริษัทซึ่งได้ลงนามทั้งหลายนี้ต่างมีแผนการร่วมกันในการสร้างกลยุทธ์ที่สามารถทำให้การรับรองยืนยันความถูกต้องของข้อมูลใดๆผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ออนไลน์นั้นสามารถนำไปใช้ได้ในหลากหลายวงการ และพวกเรายังได้มีแผนการที่จะดำเนินการให้บริการซึ่งจะสร้างคุณค่าให้กับสังคมได้ในอนาคตอีกด้วย”

ที่มา : Coindesk