<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

Bitcoin เตรียมมี Smart Contract เป็นของตัวเองเหมือน Ethereum

MuSig, Taproot, Threshold Signatures และสคริปต์ที่ไม่มีสคริปต์ (Scripless) สิ่งเหล่านี้อาจเกิดขึ้นในไม่ช้ากับ Bitcoin โดยทั้งหมดจะเชื่อมต่อกับลายเซ็นต์ของพวกเขาซึ่งจะทำให้มันพัฒนามากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ยังมี miniscript ซึ่งก็มีบางคนถามนาย Pieter Wuille และนาย Andrew Poelstra ว่า  “ทำไมไม่เรียก subset ของ script ว่าเป็น subscript แทนที่จะเป็น miniscript?”  

“ผู้คนกำลังงงและสับสน” เขากล่าว พร้อมกับอธิบายว่า

“Bitcoin script ส่วนใหญ่มีประโยชน์สำหรับนโยบายแบบง่าย ๆ แต่มันทำอะไรได้มากกว่าที่เราใช้มันทุกวันนี้  ส่วนนี้เป็นเรื่องที่ยากที่เราจะทำให้สิ่งต่าง ๆ มีปฏิสัมพันธ์กัน

การมีปฏิสัมพันธ์กันเหล่านี้ เมื่อเวลาผ่านไปจะทำให้สิ่งต่าง ๆ เช่น  lightning client และ multisig client มีการโต้ตอบโดยไม่ต้องอ่านผ่านโปรโตคอลทั้งหมด

เราสามารถกำหนด subset ของ script ที่สามารถลงนามโดยทั่วไป, สามารถสร้างได้ง่าย , สามารถวิเคราะห์ได้ง่ายและตราบใดที่เรายังไม่มี sub expressions มันก็สมเหตุสมผลที่เราจะใช้มันสำหรับกรณีการใช้งานอื่น ๆ อีกจำนวนมาก”

ดังนั้นสิ่งที่เราทำนี้นี้มันอาจจะเป็นการปรับปรุงเล็กและพัฒนาขึ้นมาเล็กน้อยในส่วนของภาษาในการเขียนโปรแกรม Bitcoin ที่ยังมีข้อจำกัดอยู่มากในปัจจุบัน

สร้าง Smart Contract

นักพัฒนา Bitcoin ส่วนใหญ่กำลังก้าวไปข้างหน้าพร้อมกับสิ่งที่สามารถอธิบายได้ว่าอะไรคือสิ่งที่พวกเขามุ่งเน้น ซึ่งในตอนนี้ก็คือการเขียนโปรแกรม ทำให้ข้อวิจารณ์และข้อถกเถียงเรื่อง Bitcoin เริ่มหมดไปอีกครั้ง และการดีเบตในสภาคองเกรสก่อนหน้านี้ตอนนี้ได้ถูกทิ้งไว้ข้างหลังให้กลายเป็นอดีต

“Bitcoin Script มีเงื่อนไข แต่จะไม่มีการวนลูป ดังนั้นโปรแกรมทั้งหมดจะหยุดลงและภาษาที่ใช้ก็จะไม่ใช่ Turing Complete” Russell O’Connor กล่าวในเอกสารที่นำเสนอให้เข้าใจโดยง่าย เขากล่าวว่า:

“เช่นเดียวกับ Bitcoin Script และ EVM ภาษาของเราได้รับการออกแบบเป็นภาษาระดับต่ำเพื่อใช้สำหรับการดำเนินการ smart contracts มันไม่ใช่ภาษาสำหรับเขียนเข้ารหัสโดยตรง

ดังนั้นเราคาดว่ามันจะเป็นเป้าหมายสำหรับภาษาอื่น ๆ , ภาษาระดับสูง โดยเราจะเรียกภาษาใหม่ของเราว่า Simplicity”

เห็นได้ชัดว่ามันเป็นคำคล้องจองกับคำว่า Solidity ซึ่งคล้ายกับภาษา Assembler มากกว่าภาษา Java หรือ Python กล่าวอีกนัยหนึ่ง Simplicity ก็คือ Ethereum ที่เทียบเท่ากับ Bytecode

เหมือนภาษา Javascript ที่มีการใช้งานมากที่สุด ซึ่งอาจจะถูกใช้งานมากกว่าภาษา Haskell เสียอีก ทั้งนี้ทาง Simplicity อาจรวมเข้ากับ Ivy ในอนาคต แต่ยังไม่ได้ยืนยัน โดย Ivy เป็นภาษาที่อยู่ในระดับที่สูงกว่า Solidity ที่ใช้เขียน Bitcoin Script กันในปัจจุบัน

พวกเขากล่าวถึง smart contracts และดูเหมือนว่าพวกจะมีหลายแผนการเอามาก ๆ  แต่ในแผนพวกนี้จะเป็นการออกแบบ Turing Complete

“ขโมย” ความคิดของ Ethereum?

Long เป็นคำเรียกของชาว Bitcoin ซึ่งหมายความว่าถ้าโปรเจคอื่น ๆ ที่มาพร้อมกับนวัตกรรมที่มีประโยชน์พวกเขาจะก๊อปปี้และรวมมันเข้ากับ Bitcoin

Ethereum Virtual Machine (EVM), ในที่นี่เราจะเรียกว่า Bit Machine ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่มี Bitcoin มา

พิสูจน์แล้วว่ามันได้รับความนิยมอย่างล้นหลามเช่นเดียวกันจากเหล่าผู้ที่คลั่งไคล้ Bitcoin เมื่อราคา Ethereum เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในปี 2017

มีการเปลียนแปลงมากมายนับแต่นั้นมาเมื่อ Ethereum ประสบปัญหาความสามารถในการปรับขนาดเช่นเดียวกับ Bitcoin ซึ่งตอนนี้ Ethereum มีส่วนแบ่งในตลาด Bitcoin เพียง 10% เท่านั้น ต่างกับก่อนหน้านี้ในปี 2017  ทั้ง ๆ ที่มันเกือบจะไล่ตามทันอยู่แล้ว 

ในแง่ของการแข่งขันนั้น ทั้งสองฝ่ายยังคงเคารพซึ่งกันและกัน คำว่าชื่นชมอาจเป็นคำพูดที่ดีในกรณีนี้ แต่นักพัฒนา Bitcoin ชื่นชมในประสิทธิภาพของ Ethereum รวมถึงนักพัฒนา Ethereum เป็นอย่างมาก

ดังนั้นนักพัฒนาจึงสร้าง smart contracts ที่มีความคล้ายคลึงกับของ Ethereum ให้กับ Bitcoin ซึ่งก็คือ Simplicity นี้เอง

Liquid และ Bitcoin

มันมีความสัมพันธ์ระหว่าง Liquid ซึ่งเป็น federated sidechain ของ Bitcoin และตัวของ Bitcoin เองซึ่ง Liquid นั้นมันก็เหมือน Blockchain เพียงแต่มันเป็นระบบ centralized มากกว่าเมื่อเทียบกับ Bitcoin

มันเป็น Blockchain ที่ต้องอาศัยการอนุญาตและมีโหนดคอยตรวจสอบเช่นเดียวกับกระดานการแลกเปลี่ยนในปัจจุบันและยังไม่มีการออกแบบส่วนของโปรแกรมใด ๆ ในตอนนี้ให้มีการโต้ตอบกับผู้ใช้ (Graphical User Interface GUI) แต่ล่าสุด Green Wallet มีแผนที่จะรวมเข้ากับ Liquid 

Federated sidechain จะอนุญาติให้ล็อค Bitcoin จากด้านหนึ่งแล้วจากนั้นก็ส่งไปยัง Liquid ด้วยระบบ centralized ระดับสูงและมีการอำนวยความสะดวกต่าง ๆ  เช่น ค่าธรรมเนียมธุรกรรมที่ฟรี และการธุรกรรมอย่างรวดเร็วแทบจะทันที

สิ่งที่น่าสนใจก็คือเราอาจจะจินตนาการภาพได้ว่า Liquid นี้คือสนามเด็กเล่นของ Bitcoin มันเป็นการทดลองที่ใหญ่กว่าเดิมมากและดังนั้นเราควรต้องจัดการกับ miniscript และ Simplicity ก่อนเป็นอันดับแรก

Simplicity และ Miniscript จะเปิดให้เป็น open source แต่ตอนนี้การพัฒนายังไม่เสร็จสิ้นเนื่องจากพวกเขายังไม่ได้มีการดำเนินการที่มากพอ ดังนั้นหากนักพัฒนาคนอื่น ๆ อยากนำไปใช้ก็รอไปก่อนเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม

การแข่งขันในสองปี

จากที่ทาง Ethereum เพิ่งได้เปิดตัว chain ใหม่อีกไม่นาน ดังนั้น Bitcoin จะเหลือเวลาอีกแค่อย่างน้อย 2 ปีในการไล่ตาม Ethereum ให้ทัน

การ Sharding อาจเป็นตัวพลิกเกมเลยก็ได้ หากมีการดำเนินงานจริงในรูปแบบ decentralized ซึ่ง Bitcoin มีทีมงานค่อนข้างน้อยที่กำลังทำงานในโปรเจค Lightning Network (LN) ที่ดำเนินงานผ่านมาได้ราว ๆ หนึ่งปี

LN ก็คือการ Sharding อย่างหนึ่ง พวกเขาอาจมัดรวมธุรกรรมหลายล้านรายการไว้ในธุรกรรมออนไลน์หนึ่งรายการเป็นแนวตั้ง ในขณะเดียวกันก็แบ่งการมัดรวมโหนดเป็นแนวนอน ดังนั้นการสร้างเครือข่าย , การคัดลอกโคลน จึงจัดระเบียบธุรกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การรวมโหนดเข้าไว้ด้วยกันโดยให้มันมีความ Decentralized และไม่ต้องอาศัยความไว้เนื้อเชื่อใจมันก็เป็นไปไม่ค่อยได้ ลองนึกว่านักโปรแกรมเมอร์เพียงคนเดียวที่เขียนโค้ดในการ Hard Fork ด้วยตัวคนเดียว มนเป็นไปได้หรือ มันไม่ใช่เรื่องของไม่มีความรู้แต่มันขาดทรัพยากร เพราะฉะนั้นในเรื่องของความจุจึงเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด

Bitcoin ยังไม่ได้ไปถึงจุดนั้นและอาจจะเป็นไปไม่ได้เลยด้วยซ้ำ มันเป็นไปไม่ได้ที่ Bitcoin จะแยก chain ใหม่อย่างสมบูรณ์ โดยปราศจากเหตุผลดี  ๆ เช่น การพิสูจน์แล้วว่ามันใช้ได้ผล 

Sidechains อย่าง Liquid นั้นถือได้ว่าเป็นหนึ่งในความพยายามที่จะเปิดตัว chain ใหม่ดังกล่าว แต่มันเป็นเรื่องยากมากสำหรับ Bitcoin ที่จะเชื่อมทั้งสอง chain ที่แตกต่างกันเข้าด้วยกันโดยไม่ต้องอาศัยความไว้เนื้อเชื่อใจ

ดังนั้นนักพัฒนาจึงมุ่งเน้นไปที่การขยายความจุของ Bitcoin ไม่ว่าจะผ่านเครือข่าย LN หรือ Truebit หรือ sidechains หรือวิธีการอื่น ๆ

นอกจากนี้นักพัฒนายังมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาความสามารถในเขียนการโปรแกรมของ Bitcoin ซึ่งดูเหมือนว่าสิ่งนี้จะเป็นแรงกระตุ้นในการสร้างนวัตกรรมของนักเขียนโค้ด

ที่มา trustnodes