<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

นักวิเคราะห์ชี้ทำไมการ Halving ของ Bitcoin จะส่งผลต่อราคาอย่างเห็นได้ชัด ไม่เหมือนกับ Litecoin

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain

ในตลาดคริปโตนั้นไม่ใช่มีเพียง Bitcoin เพียงสกุลเดียวที่มีกลไกอย่างการ Halving ด้วยความที่มันเป็น Cryptocurrency สกุลแรก ทำให้มีสกุลอื่น ๆ เห็นว่ากลไกนี้มีประโยชน์เลยทำให้คริปโตบางสกุลก็มีกลไกนี้เช่นกัน หนึ่งในนั้นคือ Litecoin เหรียญคริปโตอันดับที่ 5 ในตลาด

การ Halving เป็นกลไกที่สร้างขึ้นมาเพื่อควบคุม Supply หรือจำนวนเหรียญทั้งหมดของเหรียญนั้น ๆ โดยมีความตั้งใจที่จะทำให้เหรียญถูกสร้างออกมาน้อยลงเรื่อย ๆ สำหรับ Bitcoin ในประมาณทุก ๆ 4 ปี มันจะมีการปรับให้นักขุดได้รับรางวัลในการขุดน้อยลง 50 เปอร์เซ็นต์ ทำให้เหรียญ Bitcoin ที่ปล่อยออกมาสู่ตลาดน้อยลง 50 เปอร์เซ็นต์เช่นกัน และเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ Bitcoin มีค่ามากขึ้นนั่นเอง เพราะหายากขึ้น

ล่าสุด ผู้ใช้ Twitter นาม 100trillionusd นักวิเคราะห์ด้านคริปโตได้ออกมาชี้ว่า การ Halving ของ Bitcoin นั้นแตกต่างจาก Litecoin เพราะเมื่อ Bitcoin ทำการ Halving จะส่งผลต่อราคาของมัน แต่สำหรับ Litecoin กลับไม่เป็นแบบนั้น

เขาได้อธิบายว่า ราคาของ Litecoin นั้นไม่มีความสัมพันธ์อัตราส่วน Stock-to-flow (อัตราส่วนระหว่างการที่สินทรัพย์ถูกถือไว้ และการที่สินทรัพย์ถูกผลิตขึ้นมาในทุก ๆ ปี) ที่แข็งแกร่ง แตกต่างจากราคาของ Bitcoin ที่มีความสัมพันธ์นี้ เลยทำให้การ Halving นั้นส่งผลต่อราคาของมัน

การ Halving ของ Litecoin ไม่ค่อยส่งผลต่อราคาของมันมาก

ในปี 2020 ที่จะถึงนี้ ก็จะครบรอบอีกครั้งที่การ Halving ของ Bitcoin จะเกิดขึ้น ทำให้ช่วงนี้มีนักวิเคราะห์และผู้เชี่ยวชาญหลายคนเริ่มออกมาแสดงความคิดเห็นและตีความไปต่าง ๆ นา ๆ  ว่า มันจะส่งผลอะไรต่อไปบ้าง เพราะ Bitcoin นั้นเป็นคริปโตอันดับที่ 1 ในตลาด และเมื่อมันขยับไปทางไหน เหรียญอื่น ๆ ในตลาดก็มักจะพลอยติดร่างแหไปด้วย

ในขณะที่ Bitcoin Maximalist (ผู้ที่ศรัทธาแต่ Bitcoin เท่านั้น) เชื่อว่าการลด Supply หลังจาก Halving ลงนั้นจะทำให้ความต้องการของเหรียญเพิ่มขึ้นเพราะมีความหายากมากขึ้นอย่างแน่นอน แต่ก็มีส่วนหนึ่งออกมาตั้งข้อสงสัยเช่นกันว่า การ Halving นั้นมีความอันตรายต่อการเติบโตของมัน เนื่องจากนักขุดจะไม่ได้กำไรอีกต่อไป ทำให้เลิกขุดกันหมด และเมื่อไม่มีนักขุดในเครือข่าย Bitcoin ก็จะทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพหรือไม่ได้เลยนั่นเอง

กลุ่มคนที่แย้งได้ยกตัวอย่างเหมือนของกรณี Litecoin ขึ้นมาว่า การ Halving ไม่ได้ทำให้ราคาของเหรียญเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด เพราะเมื่อวันที่ 5 สิงหาคมที่ผ่านมา Litecoin ได้มีการ Halving เกิดขึ้น แต่ราคาของมันก็ไม่ได้ขยับหรือทะยานไปไหน และพวกเขาก็คาดว่า มันจะเป็นแบบเดียวกันสำหรับ Bitcoin

100trillionusd ก็ได้แย้งว่า การจะใช้ตรรกะของ Litecoin กับ Bitcoin นั้นเป็นเรื่องที่ผิด เนื่องจากทั้งสองมีพื้นฐานที่แตกต่างกัน และโชว์กราฟแสดงความสัมพันธ์ระหว่าง Stock-to-flow ให้ดู

อัตราส่วน Stock-to-flow บ่งบอกอนาคตของ Litecoin

Stock-to-flow เป็นอัตราส่วนที่คำนวณจากการเอาเหรียญทั้งหมดที่มีอยู่หากด้วยจำนวนของเหรียญที่ถูกสร้างขึ้นในทุกเดือนและเอามาหากต่อด้วย 12 ค่าที่ได้จะเป็นตัวบ่งบอกจำนวนปีว่า จะต้องใช้เวลาอีกกี่ปีถึงจะผลิตสินทรัพย์นั้นออกมาทั้งหมด ยิ่งตัวเลขนั้นสูงก็แปลว่ายิ่งมีความหายากมาก

เขายังได้ทำการหยิบยกข้อมูลเก่า ๆ ขึ้นมาอย่างการใช้อัตราส่วน Stock-to-flow ในปี 2012 ที่มีการทำนายราคาขึ้นมาให้เห็นด้วยว่า มันก็ยังทำงานได้ดีอยู่สำหรับ Bitcoin

แต่ในทางกลับกัน Litecoin กลับไม่ได้มีความสัมพันธ์ของอัตราส่วน Stock-to-flow กับราคาที่แข็งแกร่งอะไรขนาดนั้น

ด้วยการเปิดประเด็นของ 100trillionusd เกี่ยวกับ Litecoin ได้มีผู้ใช้งาน Twitter คนอื่น ๆ เข้ามาพูดคุยถกเถียงกันมากมาย ซึ่ง 100trillionusd ก็ได้ชี้ต่อว่า อีกสาเหตุที่ทอาจทำให้ราคาของ Litecoin นิ่งหลังจาก Halving อาจจะเกิดจากการที่ยังไม่มีแผนในอนาคต, ตัวเลือกต่าง ๆ และสภาพคล่องมากพอที่จะสร้าง Network Effect ขึ้นมาได้

ผู้ใช้งาน Twitter นาม WhiteRabbit ได้รายงานด้วยว่า ตอนนี้นักขุด Litecoin กำลังทยอยเลิกขุดกัน เนื่องจากมีกำไรจากการขุดน้อยลง และราคาของมันก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรมากจากก่อน Halving ทำให้ตอนนี้มีแต่คนที่สนับสนุนจริง ๆ เท่านั้นที่ยังคงขุด และถือเหรียญนี้อยู่

ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม เหตุการณ์ในเดือนสิงหาคมนี้ทำให้ชุมชนคริปโตไม่น้อยเลยที่หมดศรัทธาใน Litecoin นอกจากราคาของมันจะไม่เพิ่มขึ้นมาแล้ว Litecoin กำลังจะเจองานหนักอย่างการขาดการสนับสนุนจากชุมชนคริปโตอีกด้วย

อ้างอิงจาก CoinMarketCap ในขณะรายงานอยู่นี้ Bitcoin มีราคาอยู่ที่ 9,635 ดอลลาร์ ลดลงมา 0.07 เปอร์เซ็นต์ใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา มันมีมูลค่าทั้งหมดในตลาดที่ 172 พันล้านดอลลาร์ และปริมาณการเทรดที่ 11.45 พันล้านดอลลาร์

ต้องติดตามกันต่อไปว่าในปี 2020 ข้างหน้า Bitcoin จะเจอเหตุการณ์เดียวแบบ Litecoin หรือไม่ และถ้ามันเกิดขึ้นชุมชนคริปโตจะทำตัวอย่างไร ก็คงต้องเตรียมตัวกันให้พร้อมสำหรับทุกสถานการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้น

กดคลิกเพื่อแสดงความเห็น